กลุ่ม ปตท. ผนึกกำลังพลิกโฉมน้ำมันพืชใช้แล้ว สู่เชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชีวภาพ

27.10.26 | 15:38 น.

น้ำมันพืชที่ผ่านการปรุงอาหารแล้วอาจดูเหมือนเป็นเพียงของเสียที่รอการกำจัด แต่หากนำมาจัดการและแปรรูปอย่างเหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่าและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง โดยเฉพาะการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการสูญเสีย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้

ด้วยแนวคิดดังกล่าว กลุ่ม ปตท. จึงผนึกกำลังเดินหน้าจัดหาและต่อยอดน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) เพื่อพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชีวภาพ รองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด


รวมพลังกลุ่ม ปตท. ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทาน UCO

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 กลุ่ม ปตท. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดหาและต่อยอดน้ำมันพืชใช้แล้วสู่เชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชีวภาพ โดยมีนายประสงค์ อินทรหนองไผ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธี

Advertisement

พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT), บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP), บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC), บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC), บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC) ร่วมลงนามในความร่วมมือครั้งนี้

โดยมีโครงการบริหารการสร้างประโยชน์ร่วมธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น (PRISM) ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือและขับเคลื่อนโครงการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วของกลุ่ม ปตท. เพื่อเพิ่มปริมาณวัตถุดิบสำหรับนำไปผลิตและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

เดินหน้าจัดหา UCO ต่อยอดสู่เชื้อเพลิงชีวภาพ 

สำหรับแผนดำเนินงานในปี 2570–2571 กลุ่ม ปตท. มุ่งเพิ่มปริมาณการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วจากแหล่งต่างๆ ครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถานประกอบการ สถานพยาบาล สถานศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายการรวบรวมวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ และรองรับการนำไปใช้ประโยชน์ในระดับอุตสาหกรรม

น้ำมันพืชใช้แล้วที่รวบรวมได้จะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิต แปรรูป และจำหน่ายเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ อาทิ น้ำมันอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับภาคการบิน ไบโอดีเซล (Biodiesel) UCOME (UCO Methyl Ester) สำหรับผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพให้เรือเดินสมุทร นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีชีวภาพของกลุ่ม ปตท. ได้อีกด้วย

การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความพร้อมของวัตถุดิบให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม ปตท. ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาและรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว ไปจนถึงการนำไปแปรรูปและส่งต่อสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

เศรษฐกิจหมุนเวียน เสริมความมั่นคงพลังงานไทย

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในภาคพลังงานและปิโตรเคมี โดยเปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วให้กลายเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่า ขณะเดียวกัน การผสานความร่วมมือของบริษัทในกลุ่ม ปตท. ยังช่วยเชื่อมโยงกระบวนการจัดหาและการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบให้เป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทางเลือกให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

การขับเคลื่อนโครงการนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มปริมาณวัตถุดิบสำหรับการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และสนับสนุนการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว