โบแดง ‘มติชน’ อีก1ผลงานรางวัล ‘อิศรา อมันตกุล'(คลิป)

เบื้องหลังความสำเร็จของ “กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน” จากการคว้ารางวัล “อิศรา อมันตกุล” ของมูลนิธิอิศรา อมันตกุล ในวันที่ 5 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา เนื่องในวันนักข่าว โดยหนังสือพิมพ์มติชนได้รับรางวัลชมเชย จากผลงานเรื่อง “จุดประกายประกันสังคมเพิ่มสิทธิสุขภาพผู้ประกันตนให้เท่าเทียม” ถือว่าเป็นรางวัลสำคัญเพื่อเป็นกำลังใจให้คนทำงานข่าว นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ สร้างสรรค์สังคม และเพื่อผดุงความยุติธรรม รวมทั้งความเท่าเทียมกันของคนในสังคมนี้เอาไว้

จากการเล็งเห็นความสำคัญของสิทธิสุขภาพของผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคน เป็นกลุ่มคนทำงานต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย ร่วมกับนายจ้าง และภาครัฐ แต่ปรากฏว่ายังมีสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ ยังพบความเหลื่อมล้ำเมื่อเทียบกับผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) และสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

จากผลจากการนำเสนอข่าว บทความ ข้อเรียกร้องสิทธิสุขภาพอย่างเท่าเทียม ของหนังสือพิมพ์ “มติชน” ทั้งการเข้าถึงบริการรักษาและการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคตลอดปี 2559 ส่งผลให้ผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคน ได้รับประโยชน์ ทำให้รัฐบาล โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เล็งเห็นและเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ ทั้งด้านทันตกรรม จากเดิมเบิกค่าทันตกรรม ทั้งอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด ได้เพียงปีละ 600 บาท เพิ่มเป็น 900 บาทต่อปี โดยไม่ต้องสำรองจ่าย หรือแม้แต่การประกาศเพิ่มสิทธิตรวจสุขภาพให้แก่ผู้ประกันตนเป็นครั้งแรก

ย้อนไปเมื่อเดือนมีนาคม 2559 “หนังสือพิมพ์มติชน” นำเสนอข้อร้องเรียนจากกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ โดย น.ส.ณัฐกานต์ กิจประสงค์ ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ให้สัมภาษณ์ว่า การให้บริการทันตกรรมของสิทธิประกันสังคมนั้นแตกต่างจากสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ตรงปัญหาผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายไปก่อน 600 บาท แต่ในกลุ่มแรงงานขั้นต่ำได้รับค่าจ้างเพียง 300 บาทต่อวัน พวกเขาจึงไม่สามารถสำรองจ่ายได้ หลายคนต้องยอมทนปวดฟัน จนมี 1 รายอาการลุกลามป่วยเป็น “มะเร็งช่องปาก” และเสียชีวิต เครือข่ายฯจึงต้องเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมหาทางป้องกันและปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์ด้านนี้ให้ดีขึ้น

“หนังสือพิมพ์มติชน” ได้เกาะติดข่าวนี้อย่างใกล้ชิด และขยายผลโดยสอบถามข้อเท็จจริงไปยังกลุ่มต่างๆ ทั้งนายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) ทพญ.มาลี วันทนาศิริ ทันตแพทย์โรงพยาบาลลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ผู้ประสานงานเครือข่าย “ฟ.ฟัน สร้างสุข” รวมทั้งนักวิชาการ ทันตแพทยสภา และทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ทุกฝ่ายต่างออกมาสนับสนุนและเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์ทันตกรรมมากขึ้น เพราะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนในเรื่องการเข้าถึงบริการ และในความเป็นจริงค่าบริการทันตกรรมเพียง 600 บาทต่อปีไม่เพียงพอ ขณะเดียวกัน ยังจัดแคมเปญรวบรวมรายชื่อผู้ประกันตนที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องนี้เสนอต่อสำนักงานประกันสังคม

“หนังสือพิมพ์มติชน” ยังนำเสนอเรื่องราวนี้ผ่านบทความ ข้อมูลข้อเท็จจริงทางวิชาการ เพื่อชี้ให้เห็นปัญหาการเข้าถึงสิทธิทันตกรรมของผู้ประกันตน ได้รับความไม่เท่าเทียม เมื่อเทียบกับสิทธิสุขภาพของบุคคลอื่นๆ ทั้งบัตรทอง สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ หรือแม้แต่แรงงานต่างด้าวยังได้รับบริการทันตกรรมสะดวกและดีกว่าผู้ประกันตน โดยเฉพาะวงเงิน 600 บาทนั้นน้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อการอุดฟันซึ่งต้องอุด 2 ด้าน

มิหนำซ้ำยังต้องสำรองจ่ายไปก่อน เพื่อนำไปเบิกกับสำนักงานประกันสังคมภายหลัง ส่งผลลบต่อการเข้าถึงบริการ เห็นได้จากข้อมูลสำนักงานประกันสังคมในปี 2557 ผู้ประกันตน 11,154,542 คน มีผู้ไปใช้บริการด้านทันตกรรมเพียง 1,769,540 คนเท่านั้น

ในที่สุด เดือนสิงหาคม 2559 สำนักงานประกันสังคมประกาศเพิ่มค่าบริการทันตกรรมให้แก่ผู้ประกันตนจากปีละ 600 บาท เป็น 900 บาทต่อปี ไม่กำหนดเงื่อนไขค่าบริการตามรายการ ไม่ต้องสำรองจ่าย ฯลฯ เป็นไปตามข้อเรียกร้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 ให้แก่ผู้ประกันตน

นอกจากความเปลี่ยนแปลงข้างต้นแล้ว “หนังสือพิมพ์มติชน” ยังนำเสนอข่าวข้อเรียกร้องของเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) ที่เสนอให้สำนักงานประกันสังคมออกประกาศเรื่อง “การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค” เพื่อกำหนดเป็นชุดสิทธิประโยชน์การส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคในหลากหลายอาชีพ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกันตนยังไม่ได้รับสิทธิตรวจสุขภาพเหล่านี้ ทั้งที่ พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับแก้ไข (ฉบับที่ 4/2558) ออกชุดสิทธิประโยชน์ดังกล่าวให้ผู้ประกันตนแล้ว แต่ผ่านมา 1 ปียังไม่มีประกาศรองรับ มีเพียงการตรวจสุขภาพในสถานประกอบการ อาจไม่ครอบคลุมมากนัก

ข่าวดังกล่าวช่วยกระตุ้นให้สำนักงานประกันสังคมยินยอมออกประกาศข้อกำหนดในเรื่องการตรวจสุขภาพให้แก่ผู้ประกันตนแบ่งเป็นกลุ่มอายุต่างๆ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคน

ล่าสุดทางเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายต่างๆ ได้จัดทำข้อเสนอในเรื่องการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) พร้อมด้วยเครือข่ายขับเคลื่อนสิทธิการรักษาด้านทันตกรรมในระบบประกันสังคม เครือข่าย ฟ.ฟันสร้างสุข และกลุ่มคนรักสุขภาพ เดินทางมายังกระทรวงแรงงาน เพื่อขอบคุณ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ผลักดันให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิทันตกรรมเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องสำรองจ่าย พร้อมยื่นข้อเรียกร้องเพิ่มเติม

นายมนัสให้ข้อมูลว่า หลังจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เพิ่มสิทธิการตรวจสุขภาพทางทันตกรรมให้แก่ผู้ประกันตน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลตามสิทธิ มีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2560 นั้น ทางเครือข่ายเห็นว่าควรมีการเพิ่มเติมในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค นอกเหนือจากตรวจสุขภาพฟรี รวมทั้งควรเพิ่มการตรวจช่องปากประจำปี การทำระบบจ่ายตรงให้ครอบคลุมกรณีรักษาฟันเทียม และจัดรถโมบายเข้าตรวจถึงสถานประกอบการ นอกเหนือจากการให้สิทธิค่าบริการทันตกรรม 900 บาทต่อปี

อีกทั้งอยากให้ สปส.ขยายเวลาปิดระบบการใช้สิทธิทันตกรรมจาก 20.00 น. เป็น 24.00 น. กล่าวคือ ทำให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการได้นานขึ้น และคลินิกเองก็สามารถส่งข้อมูลตั้งเบิกเงินได้นานขึ้นด้วย รวมทั้งให้สิทธิการตรวจครรภ์ ฝากครรภ์ แก่ผู้ประกันตนหญิงด้วย

ผลจากการนำเสนอข่าวของ “มติชน” ทำให้รัฐกระจายความเท่าเทียมที่ไม่ทั่วถึงมานาน และแก้ไขใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมแก่พลเมืองผู้เสียภาษีทุกคน นั่นทำให้ผู้ประกันตนทั่วประเทศค่อยๆ ได้รับสิทธิที่พึงมีพึงได้กลับคืน

ย้อนไปก่อนหน้านี้ประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมา

“กองบรรณาธิการมติชน” เคยได้รับรางวัล “อิศรา อมันตกุล” มาแล้ว หลายครั้ง ปี 2541 ได้รับรางวัลข่าวยอดเยี่ยม จาก “โค่นขบวนการงาบยาสาธารณสุข 1,400 ล้านบาท” ปี 2545 ได้รับรางวัลข่าวยอดเยี่ยมจาก “ทลายวงจรอุบาทว์ ทุจริตหัวคิวแรงงาน” ปี 2547 ได้รับรางวัลข่าวชมเชยจาก “เปิดโปงข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่ววิกฤตศรัทธาการศึกษาไทย” ปี 2548 รับรางวัลข่าวชมเชย จาก “ข่าวชำแหละอาณาจักร ‘ปิคนิค’ ขุมทรัพย์ ‘ลาภวิสุทธิสิน’ สู่เวทีการเมือง” ปี 2549 รับรางวัลข่าวยอดเยี่ยมจาก “ผ่าขบวนการเอื้อประโยชน์ชินวัตร ขายหุ้น ชินคอร์ป 73,000 ล้าน”

ปี 2550 ได้รับรางวัลชมเชยจาก “เจาะทุจริตกองทุน 4 แสนล้าน ปลุกปฏิรูประบบประกันสังคม” ปี 2551 ได้รับรางวัลข่าวยอดเยี่ยมจาก “เปิดโปง อบจ.ทั่วประเทศฮั้วเอกชนทุจริต ซื้อตำราห่วยแจกโรงเรียน” ปี 2552 ได้รับรางวัลดีเด่น (ไม่มียอดเยี่ยม) จาก “เปิดโปงทุจริตพอเพียง ยับยั้งแผนรุมทึ้งไทยเข้มแข็ง สธ.” ปี 2553 ได้รับรางวัลข่าวชมเชยจาก “เจาะคอมพิวเตอร์ฉาวมหาดไทย ขวางนักการเมืองใช้อำนาจมิชอบ” และรางวัลข่าวชมเชยจาก “เปิดโปงก๊วนการเมือง รุม ‘เขมือบ’ สินค้าเกษตรในสต๊อกรัฐบาล รักษาผลประโยชน์ชาติหมื่นล้าน”

ปี 2554 ได้รับรางวัลข่าวชมเชยจาก “เปิดโปงซื้อขาย ป.บัณฑิต ม.อีสานตีแผ่ บิ๊กคุรุสภาฯ” ปี 2556 ได้รับรางวัลข่าวชมเชยจากเรื่อง “ผ่าขบวนการทุจริต ครูผู้ช่วย อัปยศครั้งใหญ่วงการศึกษาไทย” ในปี 2557 ได้รับรางวัลข่าวชมเชย จากเรื่อง “แฉขบวนเขมือบงบสร้างสนามฟุตซอล 17 จังหวัด เหนือ อีสาน เสียหาย 689 ล้าน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon