เครือมติชนจัดงาน ‘ข่าวสดนัมเบอร์วัน’ ประกาศเป็นที่ 1 โลกออนไลน์ไทย ลุยพัฒนาเว็บ-โซเชียลมีเดียต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 26 เมษายน เครือมติชนจัดงาน “ข่าวสดนัมเบอร์วัน” เพื่อประกาศตัวเป็นที่ 1 ในโลกออนไลน์ของไทย ที่ห้องประชุมสำนักงานข่าวสด โดยมีนายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการเครือมติชน เป็นประธานการแถลงข่าว โดยมี น.ส.ปานบัว บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาดบริษัท มติชน จำกัด(มหาชน), นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานกรรมการบริษัท มติชน และผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ ตัวแทนจากกูเกิล ประเทศไทย, ตัวแทนบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย), ตัวแทนจากศูนย์วิจัยนวัตกรรมอินเตอร์เน็ตไทย จำกัด หรือ ทรูฮิต, ตัวแทนจากบริษัท ได-อิจิ คิคากุ ประเทศไทย จำกัด

นายฐากูรกล่าวว่า งานนี้เหมือนเป็นงาน Matichon Moving Forward ครั้งที่ 2 ซึ่งในโลกยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงไม่ได้นับเป็นวัน เป็นเดือน แต่นับเป็นนาที เป็นวินาที ในรอบปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์อื่นๆ เปลี่ยนแปลงเยอะมาก ในยุคที่ข่าวสดเริ่มทำเว็บไซต์เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว กว่าผู้อ่านจะขึ้นมากว่า 100,000 ยูนีคไอพี (UIP) ต่อวัน ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี เป็นไปตามแนวโน้มการใช้อินเตอร์เน็ตในยุคนั้น ทันทีที่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตกระจายกว้างขวางขึ้น พฤติกรรมของผู้อ่าน ผู้เสพข่าวเปลี่ยนแปลง

“ช่วงปลายปี 2557 จำนวนเฉลี่ยยูนีคไอพีต่อวันของข่าวสดที่ทรูฮิตเป็นผู้วัดอยู่ที่ประมาณ 500,000 คนต่อวัน เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มสื่อ และปลายปี 2558 จำนวนเฉลี่ยยูนีคไอพีต่อวันของข่าวสดขึ้นมาอยู่ที่ 8-9 แสนคนต่อวัน เป็นอันดับ 1 ของกลุ่มสื่อ และเป็นอันดับ 2 ของเว็บไซต์รวมทั่วประเทศ”นายฐากูรกล่าว

นายฐากูรกล่าวว่า ตั้งแต่ปเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา จำนวนเฉลี่ยยูนีคไอพีต่อวันของข่าวสดเกิน 1,000,000 คนต่อวัน ตัวเลขล่าสุดเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้อยู่ที่ 1,065,000 คน ทิ้งอันดับ 2 ไปแล้วประมาณเกือบๆ 20,000 ยูนีคไอพีต่อวัน อันดับที่เหลือไม่ต้องพูด เพราะเป็นแสนไปแล้ว ที่สำคัญมันยังขยับขึ้นไปเรื่อยๆ นี่คือซีกแรกในส่วนของเว็บไซต์

“ซีกที่ 2 ที่เปลี่ยนแปลงมากในปีที่ผ่านมาคือซีกโซเชียลมีเดีย สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการที่เว็บไซต์ข่าวสดเติบโตขึ้นมาพร้อมการเติบโตของเฟซบุ๊กประเทศไทย เราเป็นเว็บไซต์แรกๆ ที่ติดต่อไปยังเฟซบุ๊กที่อเมริกาเพื่อขอการ verify เพื่อให้เฟซบุ๊กออโต้ไลฟ์การฟีดข่าวให้เป็นประจำสม่ำเสมอ และเราได้รับการ verify เป็นที่แรกตั้งแต่ช่วงจำนวนสมาชิกเฟซบุ๊กในเมืองไทยมีไม่เกิน 8 ล้านคน นาทีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 41 ล้านคน จำนวนคนติดตามแฟนเพจข่าวสดอีก 12 ล้านคน”นายฐากูรกล่าว

นายฐากูรกล่าวว่า จำนวน 12 ล้านคนติดตามแฟนเพจข่าวสด มีตัวเลขน่าสนใจว่า คนที่เข้ามาใช้หรือเข้ามาดูเพจข่าวสด แอ๊กทีฟประมาณ 1 ใน 6 หรือ 1 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ข้อมูลตรงนี้เราดูจากไลฟ์ เดือนเมษายนปีที่ผ่านมาเฟซบุ๊กเปิดบริการใหม่ให้คนทั่วไปและ publisher ทำไลฟ์สตรีม ข่าวสด มติชน และกิจการอื่นๆ ในเครือต่างสนุกสนานในการทำไลฟ์ เพราะทำแล้วมีคนดูจริงๆ

“ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้คนไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ของการไลฟ์ แต่เชื่อว่าติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ไม่น่าจะเกินอันดับ 7-8 มีคนไลฟ์เยอะมาก แล้วก็มีคนดูเยอะมาก และไม่ได้ดูอย่างเดียว มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันด้วย ตัวอย่างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยอดคนดูจากเฟซบุ๊กไลฟ์ รับชม แล้วมีการไลค์ แชร์ แสดงความเห็น ภายในแฟนเพจข่าวสด กว่า 98 ล้านวิว เฟซบุ๊กเฉลี่ยออกมา 28 วัน คือวันละ 3,380,000 คน เทียบกับคนอ่านข่าวเฉลี่ยวันละ 1,000,000 คน ยืนยันได้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมมุขปาฐะโดยแท้ คือชอบฟัง ชอบพูด ชอบคุย ชอบดู มากกว่าการอ่าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทั้งโลกก็เป็นเช่นนี้” นายฐากูรกล่าว

นายฐากูรกล่าวว่า จำนวนวิวของไลฟ์ข่าวสดและผู้ชมยูทูบมากกว่าคนอ่านเว็บข่าวสด คนอ่านเนื้อหาไม่รู้กว่ากี่เท่าตัว ปีนี้นโยบายของเฟซบุ๊กเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย โดยการไลฟ์เริ่มติดตลาด ให้ลองทำตลาดใหม่โดยการทำ VOD คือ Video on Demand ในฐานะพันธมิตรที่ดีต่อกัน เราจึงร่วมด้วย

“หลังจากการปูเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียแล้ว จากนี้ไปเราจะทำใน 3 ส่วนนี้ต่อไป คือ ส่วนที่ 1 คือการพัฒนาตัวสินค้าและบริการ เช่น ปีที่แล้วมีการไลฟ์เป็นดารา ปีนี้ท่านจะเห็น VOD จากทั้งเครือของมติชน ผ่านเพจข่าวสดมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งของการพัฒนาสินค้าและบริการคือการปรับปรุง พัฒนาวิธีการนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบใหม่ ในต่างประเทศมีการนำเสนอการขยำรวมตัวอักษรเข้ากับอินโฟกราฟิก กราฟ แล้วได้รับความนิยมมาก นี่คงเป็นสินค้าหรือบริการตัวใหม่ของเรา” นายฐากูรกล่าว

นายฐากูรกล่าวว่า แต่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน จะเป็นตัวหนังสือ ภาพ เสียง หรือสื่อผสม จะต้องตั้งอยู่บนหลักการสำคัญของความเป็นสื่อคือความถูกต้อง ความเที่ยงธรรม ความเป็นธรรม ซึ่งเป็นหลักที่เราทุกคนได้รับการสั่งสอนและยึดถือมาตลอด เหมือนการขายน้ำ จะใส่ขวด ใส่ถัง มาทางท่อ หรือทางไหนก็ตาม น้ำข้างในต้องเป็นน้ำสะอาด ดื่มแล้วไม่เป็นพิษ ดื่มแล้วเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นี่เป็นจุดยืน เป็นคำปวารณาตัวของเรา ถ้ามีการผิดพลาด หรือหลุดออกไปจากแนวนี้ รบกวนทุกท่านช่วยชี้แนะ ตักเตือน ตบแต่ง ให้อยู่ในร่องในรอย ให้เราเป็นมิตรเป็นเพื่อนของท่านอย่างที่เป็นมาต่อไป

“ส่วนที่ 2 ที่เราจะต้องทำร่วมกับพันธมิตรทั้งหลาย คือการขยายตลาด ขยายจำนวนผู้ชม ผู้อ่าน จากสถิติที่ทรูฮิตจะเห็นว่าจำนวนยูนีคไอพีรวมต่อวันของคนดูเว็บอยู่ที่ 2.7 ล้านคน จำนวนผู้เข้าชมเว็บทั้งหมดประมาณ 13-14 ล้านคน เทียบกับประชากร 68 ล้านคน ทารกและผู้สูงวัยซึ่งไม่เล่นอินเตอร์เน็ต ไม่อยู่ในโลกออนไลน์ ผมให้ 18 ล้านคน เหลืออีก 50 กว่าล้านคน ตลาดนี้จะขยายตัวได้ขนาดไหนผมนึกไม่ออก ถ้าบริษัทโทรคมนาคม รวมถึงต่างประเทศเข้ามาแข่งกันมากขึ้นเท่าไหร่ โครงข่ายโทรคมนาคมเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณการใช้ หรือปริมาณการเสพข่าว เสพข้อมูล ค้นหาข้อมูลจากโลกดิจิทัลเพิ่มขึ้นไปเท่านั้น ผมไม่ขออะไรมาก ผมขอ 1 เท่าตัวก็พอ” นายฐากูรกล่าว

กรรมการผู้จัดการเครือมติชนกล่าวอีกว่า ส่วนนี้เราทดลองไปแล้ว แต่จะทำให้เป็นจริงเป็นจัง เพื่อให้มีผลสัมฤทธิ์มากขึ้น คือการทำบิ๊กดาต้าจากฐานผู้อ่าน ผู้ชมที่มีอยู่ ณ วันนี้ในโลก คนที่มีบิ๊กดาต้าใหญ่ที่สุดมี 2 คน คือกูเกิลและเฟซบุ๊ก ใครเปิดดูยูทูบบ่อยๆ ก็จะรู้ว่าเพลงที่ชอบขึ้นมาก่อนทุกที เปิดเฟซบุ๊กขึ้นมาเห็นเพื่อนที่เราไลค์บ่อยที่สุดขึ้นมาก่อน เพราะเขามีข้อมูลของท่าน ในส่วนที่เราทำได้ของเรา เฉพาะในแฟนเพจข่าวสด 12 ล้านคน ท่านทำอะไรบ้าง ท่านมีแอ๊กทีฟอ่านข่าววันละ 1 ล้านคน 1 ล้านคนตรงนี้มีรสนิยมอย่างไร ท่านเป็นใคร ท่านชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เป็นเรื่องที่เราต้องรู้ให้ได้

“สมัยทำหนังสือพิมพ์เราไม่รู้ แต่ในโลกดิจิทัลที่เหมือนทุกคนไม่มีตัวตน แต่จริงๆ แล้วทุกคนมีตัวตน มีเลขไอพี มีเบอร์โทรศัพท์ เราจะต้องรู้ตรงนี้ให้ได้ว่าลูกค้าตัวจริงของเราคือใคร ท่านชอบหรือไม่ชอบอะไร ผลการทดลองเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาน่าสนใจมาก เราพบว่าผู้อ่านของข่าวสด 1 ล้านคนต่อวัน เราทราบว่าจากนั้นท่านไปเข้าเว็บไซต์รถยนต์อะไรต่อ ผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้เราประหลาดใจเป็นอย่างสูง ในจำนวนคนที่เข้าชมเว็บไซต์ข่าวสด 1 ล้านคน มี 5 หมื่นคนคลิกดูเว็บไซต์ของเมอร์ซิเดซเบนซ์ สูงกว่าเว็บไซต์รถยนต์ด้วยกัน แต่ถึงตอนนี้เราก็ยังไม่ทราบว่าทั้ง 5 หมื่นท่านจริงๆ แล้วเป็นใคร ชอบอะไร มีรสนิยมอะไรอีก เราหวังว่าเราจะรู้จักตัวตนจริงๆ ของลูกค้าเรา เพื่อที่เราจะได้ตอบสนองกับท่านได้ตรงใจยิ่งขึ้น ถ้ากูเกิลหรือเฟซบุ๊กทำได้ระดับโลก เราก็หวังว่าในระดับประเทศในเซ็กเมนต์ของเรา เราจะต้องทำให้ได้ อันนี้เป็น 3 ส่วนที่เราจะทำนับแต่นี้ไป”นายฐากูรกล่าว

น.ส.ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ข่าวสด กล่าวว่า ช่วงปี 2000 สำนักข่าวต่างๆ เริ่มมีเว็บไซต์ของตัวเอง เริ่มมีการเติบโต ขณะนั้นทุกฉบับเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าย้ายไปทำเว็บไซต์แล้วคนอ่านหนังสือพิมพ์จะโดดแย่งหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าคนอ่านอยู่ที่ไหนเราก็ไปที่นั่น ที่ข่าวสดมาถึงทุกวันนี้ได้เพราะเราทำงานหนัก เรานำเสนอข่าว 24 ชั่วโมง เราจะต้องขยายฐาน ขยายเนื้อหาและความหลากหลายให้คนอยู่ในข่าวเราให้นานขึ้น นอกจากมีเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือ เราเห็นว่าคนสมัยนี้ชอบดู เราก็เอาอันที่คนชอบดูไปใส่ในเนื้อหาด้วย จะเห็นได้ว่าเวลาเปิดข่าวอ่านจะเห็นวีดีโอด้วย ซึ่งจะเป็นตัวที่ช่วยรับรู้ข่าวสาร รวมถึงการสร้างความเชื่อถือ ถ้าเรารักษาตรงนี้ได้ ความเป็นที่ 1 ก็จะอยู่กับเรา

น.ส.ชุมฉันท์กล่าวว่า ปีนี้ข่าวสดจะมีรายการบนเฟซบุ๊ก เราจะเป็นช่องข่าวโดยที่เราไม่ใช่สถานีข่าว เรามีผังรายการออกอากาศบนเฟซบุ๊กไลฟ์ มีรายการ Live (สด) ข่าวสด Facebook Live สรุปข่าวเด่นประเด็นฮอต ช่วง 11.30น.และ19.00น. รายการคุยมันส์บันเทิง By Khaosod โดยนักข่าวภาคสนามของข่าวสดที่มีความใกล้ชิดกับศิลปินดาราโดยตรง ทำให้การพูดคุยมีสีสัน มีคลิปสั้นๆ ของ Feed ที่มีทีมงานเส้นทางเศรษฐี เทคโนโลยีชาวบ้าน ศิลปะวัฒธนรรม ทำคลิปกราฟฟิกสั้นๆ ได้ความรู้ มาเผยแพร่ ยังมีความร่วมมือกับทีม STARVINGTIME เรื่องอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะมุ่งไปในปีนี้ รวมถึงเรื่องสร้างอาชีพ เพราะเราพบว่าในกลุ่มคนที่ดูโซเชียลต้องการเรื่องนี้มาก ยังมีการถ่ายทอดสดข่าวเหตุการณ์ต่างๆ อย่างการประกาศผลจับรางวัลฉลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น นอกจากนี้เตรียมจะฉายซีรีย์ ที่เพจข่าวสด ซึ่งจะมีการแถลงข่าวต่อไป

นายท็อดด์ รุยซ์ บรรณาธิการข่าวสดอิงลิช กล่าวว่า ข่าวสดอิงลิชผลิตข่าวได้มาตรฐานสู่สากล โดยผู้อ่าน 40% เป็นคนไทย อีก 60% เป็นคนต่างชาติ เราเป็นสื่ออนไลน์ ไม่มีแบบปริ๊น แต่เรากำลังหาลูกเล่นใหม่ๆ เพื่อขึ้นสู่การเป็นออนไลน์อันดับ 1 ตอนนี้ข่าวสดอิงลิชมียอดผู้อ่าน ผู้ชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขครั้งล่าสุดมีผู้เข้าชมสูงสุดคือ 6.4 ล้านคน ทั้งจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมต่างๆ ส่วนยอดวิวในยูทูปมีทั้งหมด 2,000 ชั่วโมง ยอดวิวในเฟซบุ๊กที่รับชมไปแล้ว 2,800,000 คน จุดนี้เราไม่มีแคมเปญมาร์เก็ตติ้งใดๆ เป็นการทำงานของเราล้วนๆ ข่าวสดอิงลิชมีความพิเศษ คือเราให้คนอ่านในสิ่งที่ไม่สามารถหาจากที่อื่นได้ มีหลักการคือ 1.การเป็นสื่อคลาสสิก เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องรีบทำข่าวให้เร็ว และต้องมีความเที่ยงธรรมความถูกต้องด้วย ตอนนี้ข่าวสดอิงลิชมีแบรนด์อิมเมจที่น่าเชื่อถือแห่งหนึ่งในประเทศไทย 2.นวัตกรรม วิธีการเล่าเรื่องต้องน่าสนใจ มีวิดีโอรับชมแบบ 360 องศา เหมือนกับผู้อ่านอยู่ในงานด้วยตัวเอง เป็นธุรกิจใหม่ที่เราบุกเบิก 3.เนื้อหาต้องน่าสนใจ ต้องผลิตเนื้อหาออกมาให้มากที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon