ทุกวันนี้ เราสามารถฟันธงเลยว่า “คุณภาพของงานเกิดจากคุณภาพของคน” เพราะพวกเราต่างรู้แก่ใจดีว่า ผลงานดีหรือไม่ดีอยู่ที่ “คน” จริงๆ
แต่การที่องค์กรหนึ่งๆ จะสร้าง “คนที่มีคุณภาพ” ตามที่องค์กรอยากได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ
ว่าไปแล้ว ทุกองค์กรต่างได้เลือกสรร “คนที่มีคุณภาพ” เข้าทำงาน แต่พอนานวันไป ความมีคุณภาพก็ลดน้อยถอยลง อาจเป็นเพราะผู้นำ เพื่อนร่วมงาน และปัญหาต่างๆ ภายในองค์กร โดยเฉพาะ “วัฒนธรรมองค์กร”
ในทรรศนะของผมแล้ว “คนที่มีคุณภาพ” ก็คือคนที่สามารถปฏิบัติงานจนบรรลุเป้าหมายของหน่วยงานหรือองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยทำงานอย่างมีความสุข และมีผลงานที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องได้ด้วย
เพราะฉะนั้น องค์ประกอบสำคัญๆ ที่จะบ่งบอกถึงความเป็น “คนมีคุณภาพ” จึงจะอยู่ที่ “ความรู้ความสามารถ” เป็นเบื้องต้น คือ ต้องเป็นผู้ที่มี “ความรู้ความสามารถตามวุฒิการศึกษาซึ่งเพียงพอที่จะทำงานได้ตามมาตรฐานและบรรลุเป้าหมายขององค์กร (คือสามารถผลิตสินค้าหรือให้บริการที่ทำให้ลูกค้าพอใจหรือประทับใจ)
ทุกวันนี้ ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เร็วมากขึ้น (โดยเฉพาะคู่แข่งและเทคโนโลยี) ก็ยิ่งทำให้สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการหรือเรียกร้องจากสินค้าหรือบริการของเราเปลี่ยนไปด้วย และมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น บริษัทห้างร้านต่างๆ (และภาคราชการ) ยิ่งจะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารจัดการให้ทันการณ์ องค์กรยิ่งต้องการ “คนที่มีคุณภาพ” มากขึ้น
ดังนั้น การคิดและการทำงานแบบเดิมๆ อาจไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้
เรื่องของการเปลี่ยนแปลงนี้ จึงไม่ได้จำกัดเพียงธุรกิจอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อภาครัฐราชการด้วย เพราะประเทศชาติก็ต้องแข่งขันเช่นกัน ภาครัฐราชการก็ต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลาให้สามารถตอบสนองประชาชนต่อการเรียกร้องการบริการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้ องค์กรจึงต้องปฏิบัติการเชิงรุกด้วยการปรับเปลี่ยน “วัฒนธรรมองค์กร” ให้ชัดเจนและเป็น “วัฒนธรรมเชิงรุก” ที่เป็นรูปธรรมที่สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้
ตัวอย่างของ “วัฒนธรรมเชิงรุก” ที่สำคัญๆ ได้แก่ วัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบ วัฒนธรรมแห่งการมีวินัย วัฒนธรรมแห่งการเสนอแนะ วัฒนธรรมแห่งการป้องกันไว้ก่อน วัฒนธรรมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต วัฒนธรรมแห่งจิตอาสา เป็นต้น
ที่สำคัญก็คือ “วัฒนธรรมเชิงรุก” ที่ว่านี้ จะต้องมี “ผู้นำ” ริเริ่มและเป็นตัวอย่างด้วย ครับผม!

