อำนาจ การเมือง ภายใน ‘พลังประชารัฐ’ ต่อ ‘ประธานวิป’

คอลัมน์หน้า 3 : อำนาจ การเมือง ภายใน ‘พลังประชารัฐ’ ต่อ ‘ประธานวิป’

คอลัมน์หน้า 3 : อำนาจ การเมือง ภายใน ‘พลังประชารัฐ’ ต่อ ‘ประธานวิป’

ไม่ว่าการว่างลงของตำแหน่ง “ประธานวิปรัฐบาล” ไม่ว่าปรากฏการณ์ “สภาล่ม” เพียงวันแรกของการเปิดสมัยประชุม

นี่คือ “ระฆัง” นี่คือ “สัญญาณ”

เป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความหมายของตำแหน่ง “ประธานวิปรัฐบาล” เป็นระฆังส่งเสียง “เตือน” ก่อนเกิดเหตุใหญ่

เป็นการย้ำเตือนจากสถานการณ์ “4 กันยายน”

ขณะเดียวกัน ก็เป็นการย้ำเตือนและกลายเป็น “คำถาม” อันแหลมคมว่าการตัดสินใจอันนำไปสู่สถานการณ์ “8 กันยายน” สำคัญเพียงใด

เป็น “ชัยชนะ” หรือ “พ่ายแพ้”

สถานการณ์อันเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน ต่อ นายวิรัช รัตนเศรษฐ และต่อสภาพและการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกันจึงสำคัญ

สำคัญต่อ “ทิศทาง” ในทาง “การเมือง”

ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องของ “รัฐบาล”

เป็นรัฐบาลซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

มิได้เป็นเรื่องของ “เพื่อไทย” มิได้เป็นเรื่องของ “ก้าวไกล”

สภาพการณ์อันปรากฏก่อนและในการลงมติเมื่อวันที่ 4 กันยายนก็ดี การตัดสินใจใช้อำนาจมาตรา 171 ในวันที่ 8 กันยายน ก็ดี

เป็นเรื่องอย่างชนิด “เล่น” กันเอง

นั่นก็คือ เมื่อหวาดระแวงแคลงใจต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ตัดสินใจจัดการกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างเฉียบขาด

แต่ลืมว่า “แบ๊ก” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นใคร

มาถึงกรณีที่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ มีอันต้องพ้นไปจากการเป็น “ประธานวิปรัฐบาล” บางคนอาจประเมินว่าโอกาสมาถึงแล้ว

จึงปรากฏการเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก

เป็นการเคลื่อนไหวจากองคาพยพแห่ง “6 รัฐมนตรี” ไม่ว่าจะมองผ่าน นายอนุชา นาคาศัย ไม่ว่าจะมองผ่าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

คล้ายกับถึงเวลาที่จะต้อง “รุก” เข้าไปอีกครั้ง

จึงปรากฏรายชื่อแคนดิเดตอย่าง นายนิโรธ สุนทรเลขา อย่าง นายวีระกร คำประกอบ อย่าง นายอนุชา นาคาศัย

ลืมไปว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเป็น “เลขาธิการพรรค”

เป็นไปไม่ได้เลยที่การเลือกสรรตำแหน่ง “ประธานวิปรัฐบาล” จะเป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลังอันส่งผ่าน “6 รัฐมนตรี”

ตราบที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังเป็นหัวหน้าพรรค

นี่คือการประลอง “พลัง” ทางการเมืองอีกวาระหนึ่งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เหมือนกับกรณีของ “6 รัฐมนตรี” ณ ทำเนียบรัฐบาล

อาจมีปรากฏการณ์จากวันที่ 25 ตุลาคม แต่เมื่อดำเนินไปถึงการประชุมในวันที่ 28 ตุลาคม บทสรุปออกมาอย่างไรย่อมเป็นที่ประจักษ์

ประจักษ์ว่าใครกุม “อำนาจ” แท้จริงในทาง “การเมือง”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon