ต้องยอมรับว่า มติศาลรัฐธรรมนูญที่ยกคำร้องในประเด็นคำร้องว่า นายทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย เข้าข่ายความผิดล้มล้างการปกครอง เพราะไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ทำให้พรรคเพื่อไทยคึกคัก
ต้องยอมรับว่า ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ที่ นายศราวุธ เพชรพนมพร พรรคเพื่อไทย คว้าชัยชนะด้วยคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งขันอย่างน่าพอใจ ก็ทำให้พรรคเพื่อไทยคึกคัก
ความคึกคักที่เกิดขึ้น เชื่อมโยงระหว่างพรรคเพื่อไทย ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย โหวตเตอร์พรรคเพื่อไทย และนายทักษิณ ชินวัตร
มติศาลรัฐธรรมนูญที่ยกคำร้องนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย นำไปสู่การพิจารณาฟ้องกลับ “นักร้อง” ที่นำคำร้องไปกล่าวหา
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่รับพิจารณา และอัยการสูงสุดเองก็มีความเห็นไม่รับดำเนินการ
ตอกย้ำให้พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การกระทำของ “นักร้อง” และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
น่าจะเข้าข่ายความผิด
ขณะที่ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.อุดรธานี ที่มีนายทักษิณ เป็นผู้ช่วยหาเสียง เมื่อปรากฏออกมาว่าชนะขาด ย่อมทำให้กระบวนการขับเคลื่อนภายในพรรคเกิดความเชื่อมั่น
พื้นที่ต่อไปสำหรับสนามการต่อสู้ของท้องถิ่น คือ การเลือกตั้งนายก อบจ.อุบลราชธานี
เชื่อว่าในการต่อสู้ พรรคเพื่อไทยจะใช้สูตรการหาเสียงแบบเดิม เพื่อทดสอบความเข้มแข็งของพรรค และความเข้มแข็งของนายทักษิณ
หากผลลัพธ์ที่ออกมาไม่แตกต่างจากอุดรธานี พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคอีสานย่อมฮึกเหิม
เช่นเดียวกับคดีความต่างๆ ที่บรรดา “นักร้อง” จองกฐินยื่นเอาผิดแทบทุกกรณี หากผลที่ออกมาไม่แตกต่างจากประเด็นล้มล้าง
พรรคเพื่อไทยคงคึกคักมากอีกโข
ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนเดินหน้าด้วยความลำบาก เพราะติดขัดกับบรรดา “นักร้อง” และนิติสงคราม และการตัดสินใจตีจากพรรคก้าวไกลมาจัดตั้งรัฐบาลก็กระทบต่อฐานคะแนนอย่างมาก จนหวั่นๆ ว่าการเลือกตั้งทุกครั้งในพื้นที่คนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยจะเพลี่ยงพล้ำ
แต่ถ้าเวลาที่ผลคดี และผลเลือกตั้ง ไม่เป็นอุปสรรคต่อพรรคเพื่อไทย
ก้าวต่อๆ ไปของพรรคเพื่อไทยจึงคึกคัก
ยิ่งนานวันยิ่งจะฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ

