พนันบอล มหันตภัยสังคมที่ไม่มีวันตาย : โดยผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร

พนันบอล
มหันตภัยสังคมที่ไม่มีวันตาย

ภายหลังมหกรรมฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียได้เปิดม่านการฟาดแข้งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา สีสันและความคึกคักในมิติต่างๆ เกิดขึ้นตามมาอย่างหลากหลายทั้งในสังคมไทยและสังคมโลก

หนึ่งในมิติที่เกิดขึ้นและกลายเป็นกระแสร้อนแรงสำหรับสังคมไทยอีกครั้งหนึ่งได้แก่การพนันบอล ซึ่งมิติแห่งการพนันบอลสำหรับสังคมไทยนั้นต้องยอมรับว่าเมื่อมีมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่สำคัญระดับทวีปหรือระดับโลกคนไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความคลั่งไคล้ต่อเกมการพนันมักจะแสวงหาช่องทางเพื่อให้ได้มาซึ่งรูปแบบที่จะเข้าไปเกี่ยวพันกับการพนันอันเนื่องมาจากเกมกีฬาที่ถือได้ว่าสุดยอดของโลก และจากการที่ผู้คนได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันดังกล่าวพบว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดนับหลายหมื่นล้านบาท

สังคมไทยการพนันถือได้ว่าเป็นอบายมุขและเป็นสิ่งผิดกฎหมายแต่ในบางประเทศการพนันรัฐมองว่าการพนันเป็นกิจกรรมหรือช่องทางหนึ่งที่จะตอบสนองความต้องการของนักพนันและเชื่อว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อีกช่องทางหนึ่งจึงอนุญาตให้มีการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายได้

หากย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าการพนันเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เกาะติดกับสังคมมาอย่างยาวนานและมีรูปแบบหรือชนิดของการพนันที่หลากหลายตามความเชื่อและความชอบของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น

ในมิติทางเศรษฐศาสตร์ การพนันถือเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์พยายามที่จะศึกษาถึงปัจจัยที่เป็นเหตุแห่งความต้องการเล่นพนัน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ทฤษฎีใดที่สามารถอธิบายความต้องการเล่นพนันได้โดยลำพังหากแต่ต้องอาศัยหลายๆ ทฤษฎีในการอธิบายดังนั้นการศึกษาถึงความต้องการในการเล่นพนันและพฤติกรรมการเล่นพนันจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายนักเศรษฐศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง

วันนี้เมื่อโลกเปลี่ยนความนิยมชมชอบที่มีต่อการพนันจึงมีรูปแบบที่แพร่หลายแตกต่างไปจากอดีตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการพนันที่มาจากเกมกีฬาโดยเฉพาะกีฬาที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดและเป็นที่นิยมของผู้คนด้วยแล้วการพนันจึงได้เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เป็นเจ้ามือหรือเจ้าของเกมพนันที่เรียกกันต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นบ่อนหรือโต๊ะจึงคิดและสร้างนวัตกรรมแปลกใหม่เพื่อดีงดูดและเชิญชวนนักพนันทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพให้เข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศเพื่อหลีกเลี่ยงตบตาเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม หากจะศึกษาถึงวิวัฒนาการและความสนใจของคนไทยที่มีต่อการพนันฟุตบอลนั้นจะพบว่าการเล่นการพนันฟุตบอลในประเทศไทยเริ่มแพร่หลายอย่างรวดเร็วตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน สาเหตุเนื่องจากประชาชนได้รับข่าวสารเกี่ยวกับความเป็นไปของฟุตบอลประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปมากขึ้นจากการบริโภคผ่านสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี หนังสือพิมพ์ เป็นต้น รวมทั้งการถ่ายทอดสดและบันทึกการแข่งขัน ในทางกลับกันที่ผ่านมาในอดีตการที่คนไทยไม่นิยมการพนันฟุตบอลไทยเนื่องจากฟุตบอลไทยยังไม่มีเสน่ห์และมาตรฐานการเล่นให้น่าติดตามโดยเฉพาะนักเตะดาวดังและลีลาจะสู้ต่างชาติไม่ได้

ด้วยมนต์ขลังและเสน่ห์ของฟุตบอลที่มาจากลีลาของบรรดาแข้งเทพระดับโลกที่กระจายอยู่ในทีมต่างๆ ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ ดังนั้นการพนันที่คนไทยกลุ่มหนึ่งทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนให้ความสนใจและเข้าไปเกี่ยวพันกันมาอย่างต่อเนื่องคือการพนันฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นบอลไทยและบอลนอก

ยิ่งวันนี้มหกรรมบอลโลกได้เปิดสนามให้เหล่าบรรดาขุนพลลูกหนังขั้นเทพทั่วโลกได้มาประลองความสามารถเพื่อแย่งถ้วยและเงินรางวัลกันอย่างเป็นทางการแล้วกระแสการพนันบอลจึงเป็นหนึ่งในกระแสที่ทำให้ภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องออกมาหาแนวทางและมาตรการป้องกันกันอีกครั้ง

ด้วยกระแสความร้อนแรงที่มีต่อการพนันบอล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนช่วงค่ำของวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ความตอนหนึ่งว่า “เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกอยากให้ใช้โอกาสนี้ส่งเสริมให้เยาวชนของเราติดตามเพื่อเป็นแรงบันดาลใจนำมาพัฒนาตนเอง และวงการฟุตบอลบ้านเราแต่สิ่งที่จะต้องตามมาควบคู่กันเปรียบเสมือนเหรียญสองด้านคือ การพนัน ตนเป็นห่วงเราต้องช่วยกันตักเตือนให้สติไม่มีใครรวยจากการพนันได้เอาแค่สนุกสนานดูให้สนุกเชียร์ทีมที่ตนเองชอบแล้วก็นำมาสู่การออกกำลังกายอย่าไปเล่นเลยการพนัน ขอย้ำอีกอีกที่ยิ่งกว่าโจรปล้นอีกแล้วเป็นหนี้เป็นสินเขา มีการติดตามทวงหนี้แล้วก็เป็นภาระแก่เจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีลงโทษอีกมากมายและหลายคนก็จะเสียโอกาสโดยเฉพาะเด็กนักเรียน เยาวชน”

จากมหันตภัยร้ายอันเนื่องมาจากพนันบอลที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมไทยผู้บริหารประเทศนอกจากนายกรัฐมนตรีแล้วยังมีผู้บริหารอีกหลายท่านที่ออกมาแสดงถึงความห่วงใย เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่างก็มีแนวทางและมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการหามาตรการป้องกันทั้งสิ้น

ในขณะที่การประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หนึ่ง สนช.ที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชนมาอย่างยาวนานได้ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการเล่นพนันบอลโลกในกลุ่มเด็กและเยาวชนทั้งแบบ Offline และ Online รวมถึงการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจับกุมผู้ประกอบธุรกิจพนันบอล ในการตั้งกระทู้ดังกล่าว รมช.มหาดไทย นายสุธี มากบุญ ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่ารัฐบาลมีมาตรการในการป้องกันที่เกี่ยวกับปัญหา
ดังกล่าวอยู่แล้ว

เพื่อเป็นการขานรับกับแนวนโยบายของผู้นำรัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อการป้องกันและปราบปรามการพนันฟุตบอลที่มีผู้ผุดรูปแบบตลอดจนวิธีการเล่นออกมายั่วยวนนักพนันในรูปแบบต่างๆ วันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวผ่านสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ได้กำหนดแผน “พิทักษ์ภัยดูแลประชาชน 61” ซึ่งจะเป็นการดูแลป้องกันอาชญากรรม ยาเสพติด พื้นที่สุ่มเสี่ยงที่เคยเกิดเหตุ เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในพื้นที่ภาคอีสาน ตำรวจภูธรภาค 2 และ 7/ภาคใต้ พร้อมติดตามเว็บไซต์รับพนันทายฟุตบอลทั้งที่มีเว็บไซต์ในและต่างประเทศ ล่าสุด มีการตรวจสอบพบและเสนอศาลพิจารณาปิดเว็บไซต์แล้วกว่าพันเว็บไซต์ พร้อมกับตรวจสอบพริตตี้และเน็ตไอดอลเข้าข่ายโฆษณาเชิญชวนให้พนันบอลออนไลน์กว่าพันรายทั่วประเทศอยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวบุคคลหากพบผิดก็จะดำเนินคดีฐาน พ.ร.บ.พนัน ม.12 ผู้ใดจัดให้มีการเล่นหรือโฆษณาชักชวนให้มีการเล่นการพนันต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้วยกระแสความร้อนแรงของการพนันฟุตบอลจะเห็นได้ว่าภาครัฐได้ตื่นตัวในการวางมาตรการป้องกันและแก้ไขในหลากหลายมิติ แต่หากมองในมุมกลับถึงแม้ว่าสังคมหรือบ้านเมืองจะมีขื่อมีแปหรือมีกฎหมายเป็นแนวทางที่จะเอาผิดกับผู้กระทำผิดอยู่แล้วแต่ในทางกลับกันยังมีคำถามที่สะท้อนและชี้ให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวเปรียบเสมือนปัญหาโลกแตกที่ถามว่าทำไมนักพนันจึงไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและมาตรการของภาครัฐ ยิ่งบรรดาขาโจ๋วัยจ๊าบซึ่งกำลังอยู่ในวัยเรียนด้วยแล้วยิ่งกลับเมินเฉยไม่สนใจหรือเกรงกลัวต่อมาตรการทางสังคมทุกครั้งที่มีมหกรรมฟุตบอลระดับทวีปหรือระดับโลกเด็กกลุ่มนี้จะเป็นเหยื่อหรือแมลงเม่าที่บินเข้าไปสู่กองเพลิงของอบายมุขแห่งการพนันเป็นอย่างมาก ผลที่ตามมาจึงก่อให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ปัญหาทางสังคมซึ่งส่งผลกระทบต่อตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมากมายและนับวันดูเหมือนว่าจะยากสำหรับการป้องกันและแก้ไข

ด้วยความเป็นเยาวชนนักพัฒนาที่มองการณ์ไกลที่เห็นแก่สังคมตลอดจนกลุ่มเพื่อนเยาวชนด้วยกันล่าสุด “กลุ่มเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน” ได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลตำรวจและกีฬาโดยเด็กกลุ่มนี้เสนอให้มีแผนปฏิบัติการเชิงรุก รับมือปัญหาพนันฟุตบอลที่จะตามมากับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก

นายธนากร คมกฤส ในฐานะเลขามูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า “ปีนี้รัฐบาลจัดถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 ให้ประชาชนได้ชมและเชียร์ทุกนัดคาดว่าจะมีเงินสะพัดในวงการพนันจำนวนมหาศาลมีเด็กเยาวชนและกลุ่มวัยทำงานสนใจเล่นพนันจำนวนมากซึ่งจากการสำรวจพบว่าเด็กไทยเล่นพนันแล้วรวม 3 ล้านคน และมีเว็บพนันออนไลน์มากกว่า 200 เว็บจากช่วงฟุตบอลยูโรที่ผ่านมา เด็กไทยใช้เงินพนันบอลเฉลี่ยต่อนัดสูงขึ้นเท่าตัวจาก 1,800 บาท เป็น 3,000 บาท โดยมีการเล่นพนัน 3 ช่องทางคือคนใกล้ชิด โต๊ะรับแทง และเว็บไซต์พนัน จึงอยากใช้โอกาสนี้ให้รัฐบาลรณรงค์หยุดพนันผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีการถ่ายทอดสดตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศ”

อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสการพนันบอลที่ร้อนแรงขึ้นตามลำดับและดูเหมือนว่ายากที่จะทำให้กิจกรรมการพนันหรือมหันตภัยนี้จะหมดหรือตายไปจากสังคมได้ ถึงแม้ว่าภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะมีความห่วงใยต่อพิษภัยดังกล่าว การกำหนดนโยบายหรือแนวทางและมาตรการในการป้องกันและปราบปรามที่ออกมานั้นไม่ต่างจากทุกครั้งที่มีมหกรรมกีฬาชนิดนี้เกิดขึ้น วันนี้คงจะต้องกลับไปคิดใหม่ทำใหม่เพื่อให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมที่ว่าด้วยการพนันโดยเฉพาะการรู้ทันในรูปแบบและวิธีการของนักพนันไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือหน้าเก่า ซึ่งนักพนันกลุ่มนี้เมื่อทราบว่าภาครัฐหรือเจ้าหน้าที่กวดขันเขาจะมีวิธีการที่แยบยลและเปลี่ยนแปลงจนก้าวล้ำไปกับยุคดิจิทัล ซึ่งกว่าจะจับได้ไล่ทันปัญหาหรือผลกระทบต่างๆ ที่ส่งถึงสังคมโดยรวมก็ดูเหมือนว่าจะสายเสียแล้ว

ปัญหาหรือกับดักต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศชาติและสังคมโดยรวมหากมองให้ลึกลงไปในวิถีหรือธรรมชาติของคนไทยตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะพบว่าการกระทำหรือดำเนินการที่มีผลต่อปัญหาต่างๆ มักจะกระทำตามกระแสในลักษณะชั่วครั้งชั่วคราวเป็นเพียงเพื่อให้เกิดเป็นกระแสหรือปรากฏการณ์เท่านั้น แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปกับดักหรือหลุมดำที่เป็นปัญหาแบบเดิมๆ ก็จะกลับมาสู่วังวนของการกำหนดนโยบายเพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขในแบบตามล้างตามเช็ดกันร่ำไป

วันนี้จึงมีการบ้านและโจทย์ข้อใหญ่ให้ผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลได้ตระหนักเพื่อนำไปพิจารณาไตร่ตรองว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ “การพนันบอล” ซึ่งถือได้ว่าเป็นมหันตภัยร้ายจะได้ตายไปจากสังคม

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร
ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์
มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ก้างตำคอ : นายเสียม
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : เจิดจ้า