แกนนำ ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม เผยว่า ขณะนี้มีการดูดอดีต ส.ส.อีสานของพรรค จากเดิมที่คาดว่าจะมี 5% แต่เมื่อมีปัจจัยอื่น ทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่เข้ามา ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นหลายพื้นที่ นอกจากอุบลราชธานี ยังมีจังหวัดอื่นๆ ซึ่งทางพรรคพยายามพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา ขณะเดียวกันเชื่อว่าพรรคคงไม่มีปัญหาการสรรหาบุคคลเพื่อส่งสมัครแทน แต่ต้องยอมรับว่าเมื่ออดีต ส.ส.ไม่อยู่กับพรรค ย่อมมีผลกระทบ เพราะได้นำชื่อและคะแนนเสียงติดออกไปจากพรรคด้วย นายประยุทธ์ระบุว่า สาเหตุหลักที่อดีต ส.ส.ไปอยู่พรรคอื่น ด้วยสาเหตุจากการจ่ายเงินให้มาก 10-15 เท่า และถูกกดดัน นำเรื่องคดีความมาบีบ
พร้อมกันนี้ มีการรวมตัวของนักการเมืองที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มสามมิตร มีแกนนำได้แก่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมต.และอดีต ส.ส.สุโขทัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายภิรมย์ พลวิเศษ อ้างด้วยว่า ชื่อสามมิตรมาจากชื่อของนายสมศักดิ์ นายสุริยะ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นักการเมืองที่จะไปร่วมมีทั้งกลุ่มวังน้ำยมของนายสมศักดิ์ และยังมีอดีต ส.ส.ที่เคยเริ่มเล่นการเมืองในยุคพรรคกิจสังคม อาทิ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมต.และ ส.ส.เลย ซึ่งคาดหมายว่าจะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ อันเป็นพรรคที่จัดตั้งเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
การย้ายพรรคของ ส.ส. อดีต ส.ส. และนักการเมืองในอดีตถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจาก ส.ส.จะเลือกพรรคที่ทำให้ตนเองได้รับเลือกตั้ง และได้เป็นรัฐบาล มากกว่าจะพิจารณาจากแนวทาง อุดมการณ์ของพรรค ทำให้เกิดการโยกย้ายพรรคกันบ่อยๆ ขณะที่พรรคก็มักใช้วิธีดึงตัวเพื่อให้พรรคเติบโต แทนที่จะสร้างนักการเมืองขึ้นมาเอง และส่งผลให้นักการเมืองไม่ได้รับความยอมรับจากสังคมมากนัก ประเทศไทยเกิดรัฐประหารเมื่อปี 2557 เพื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และใช้เวลาดำเนินการมา 4 ปีแล้ว แต่สภาพการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้ รวมถึงการกล่าวอ้างว่า มีการนำคดีความมาบีบให้ย้ายพรรค ก็น่าคิดว่า ได้มีการปฏิรูปเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไร

