หน้าแรก บทความ บทนำมติชน 27 ...

บทนำมติชน 27 มิถุนายน 2561 : รำลึก 2475

27.06.18 | 13:00 น.

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา นักศึกษา ประชาชน หลายกลุ่มได้จัดงานรำลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ 24 มิ.ย. 2475 หรือเมื่อ 86 ปีก่อน วงเสวนาที่วอยซ์ทีวีเชิญนักการเมืองหลายคนมาพูดถึงปัญหาประชาธิปไตยประเทศไทย และมีการให้คะแนนระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา 86 ปีอย่างไร ปรากฏว่าผู้ร่วมเสวนาให้คะแนนไม่มากนัก เพราะเห็นว่า 86 ปีที่ผ่านมา ประชาธิปไตยเป็นไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ มีรัฐประหารหลายครั้ง ยกเลิกรัฐธรรมนูญไป 19 ฉบับ ฉบับปัจจุบันคือ 2560 เป็นฉบับที่ 20 และยังกล่าวถึงอนาคตของการเมืองในอนาคตว่ายังมีความน่าห่วงใย

นักวิชาการหลายคนได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับ 2475 รวมถึง ประจักษ์ ก้องกีรติ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ระบุในบทความเกี่ยวกับ “มายาคติ 4 ประการ” ในสังคมไทยเกี่ยวกับการปฏิวัติ 2475 ได้แก่ 1) 2475 เป็นการชิงสุกก่อนห่าม 2) 2475 เป็นการปฏิวัติของนักเรียนนอกจำนวนน้อย 3) 2475 เป็นการกระหายอำนาจและยึดอำนาจไว้กับกลุ่มตนเองเพียงลำพัง 4) 2475 เป็นเพียงการรัฐประหาร ไม่ใช่การปฏิวัติที่แท้จริง พร้อมกับระบุในรายละเอียดของบทความว่า มีงานวิจัยหลายเรื่องที่ชี้ว่ามายาคติทั้ง 4 ข้อดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยังมีผลครอบงำทางความคิด ทำให้ไม่มีการศึกษาประวัติศาสตร์ในเวลานั้นอย่างรอบด้าน

การเปลี่ยนแปลงเมื่อ พ.ศ.2475 ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของประเทศที่ควรมีการศึกษา ค้นคว้าทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ในฐานะจุดเริ่มต้นของยุคที่ประเทศเดินเข้าสู่ระบอบที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ และเกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ หลายด้าน ขณะเดียวกัน ก็เกิดความขัดแย้ง ทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร เป็นอุปสรรคที่ส่งผลให้ระบอบที่เกิดขึ้น มีการสะดุดหยุดลงเป็นช่วงๆ โดยอาศัยข้ออ้างต่างๆ อาทิ ภัยคอมมิวนิสต์ การทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมือง ความขัดแย้งของคนในสังคม แต่ประวัติศาสตร์ตลอด 86 ปี ก็ชี้ชัดว่า การรัฐประหารทุกครั้ง ไม่สามารถแก้ปัญหาที่อ้างว่าเป็นเหตุหรือเงื่อนไขของการรัฐประหารได้

แม้มีความพยายามกล่าวอ้างว่า ระบอบที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ มีสิทธิกำหนดผู้บริหารบ้านเมืองได้เองที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2475 นี้ เป็นบ่อเกิดของปัญหาต่างๆ เพื่อหาเหตุยุติระบอบนี้ แต่สุดท้าย ระบอบที่เข้ามาแทนที่นั้นก็ต้องยุติ ไปต่อไม่ได้ และต้องหวนกลับมาที่ระบอบนี้ทุกครั้ง เนื่องจากเป็นระบอบที่ชอบธรรม และเป็นมาตรฐานที่นานาประเทศยอมรับ ปัญหาคือความเสียหายที่เกิดขึ้น ล้วนมีผลต่อการเติบโตก้าวหน้าของประเทศ แต่ไม่เคยมีใครรับผิดชอบได้ แม้จะนิยมประกาศกันว่าพร้อมจะรับผิดชอบก็ตาม