เพียงเสี้ยววินาที
ผมได้อ่านหนังสือเรื่อง “ชีวิตที่พลิกผัน” เล่ม 4 เกี่ยวกับ “อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของเกษตรกร” ของ “คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล” แล้วเห็นว่ามีสาระที่เป็นประโยชน์ที่สมควรเล่าสู่กันฟัง
แม้ว่างานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในปัจจุบันจะเน้นไปยังภาคอุตสาหกรรม ที่มีการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่แท้ที่จริงแล้วในภาคการเกษตรหรือภาคแรงงานนอกระบบก็ยังประสบปัญหาอุบัติเหตุอันตรายมากอยู่ โดยไม่ค่อยมีใครเล็งเห็นความสำคัญหรือให้ความรู้ด้านการป้องกันแก่พวกเขาเหล่านั้นอย่างจริงจัง
กรณีศึกษาหนึ่งที่ได้จากการที่นักศึกษาเข้าไปในชุมชนเพื่อสอบถามข้อมูลด้านอุบัติเหตุจากการทำงาน แล้วได้พบกับคุณลุงสมหวังที่อาศัยอยู่ที่บ้าน ซึ่งในอดีตทำอาชีพเกษตรกรรมและเลี้ยงโคนม
ในวันที่เกิดเหตุ คุณลุงสมหวังกำลังบดหญ้าให้กับวัว เครื่องบดหญ้าที่คุณลุงใช้เป็นเครื่องประดิษฐ์ขึ้นเองของคนในชุมชนหรือที่เรียกกันว่า “เครื่องไทยประดิษฐ์” ซึ่งไม่มีฝาครอบกันหรือการ์ดป้องกันอันตรายที่บริเวณใบมีดบดหญ้า ลักษณะการทำงานของเครื่องบดหญ้าจะเหมือนกับเครื่องบดรีดปลาหมึกที่เราเคยพบเห็นกันทั่วไปจากรถเข็นขายปลาหมึกย่างบดจิ้มน้ำจิ้ม คุณลุงสมหวังใส่ถุงมือผ้าเพื่อนำหญ้าป้อนเข้าเครื่อง แต่ถุงมือผ้าข้างซ้ายมีเส้นด้ายไปเกี่ยวกับซี่ฟันของใบมีด ทำให้ดึงมือของคุณลุงสมหวังเข้าไปในเครื่อง คุณลุงสมหวังจึงร้องด้วยความเจ็บปวดเรียกภรรยาให้มาช่วยปิดเครื่องบดหญ้า โดยต้องหมุนเครื่องย้อนกลับหลังเพื่อดึงมือออกมา แม้จะพบว่าถุงมือยังอยู่ในสภาพดี แต่พอถอดถุงมือออกมา ปรากฏว่านิ้วมือได้ถูกบดขยี้ไปเรียบร้อยแล้ว
ในปัจจุบันคุณลุงสมหวังก็ยังสามารถทำงานได้เหมือนปกติ แต่ใช้งานได้เพียงมือขวามือเดียว เพราะมือข้างซ้ายใช้งานได้เพียงนิ้วโป้งเท่านั้น (นิ้วนางและนิ้วก้อยต้องตัดทิ้งเพราะติดเชื้อรุนแรง ส่วนนิ้วชี้กับนิ้วกลางก็ถูกบดจนนิ้วบิดเบี้ยวหยิบจับอะไรไม่ได้)
ดังนั้น การไม่ตระหนักถึงความปลอดภัยจะนำไปสู่การสูญเสียอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย การเกิดโรคเรื้อรังจากการทำงาน และการบาดเจ็บพิการหรือการเสียชีวิตได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น “เพียงเสี้ยววินาทีที่ผิดพลาดพลั้งเผลอ” โดยเราไม่สามารถเรียกอวัยวะต่างๆ กลับคืนมาให้อยู่ในสภาพเดิมได้อีก ถ้าเรายังไม่รู้จักการป้องกันที่ถูกต้อง
ปัญหาในวันนี้ จึงอยู่ที่ความรู้ความเข้าใจของคนที่ทำงานกับเครื่องจักร ที่จะต้องรู้ว่า จะต้องทำงานอย่างไรจึงจะปลอดภัยที่สุด จะสามารถป้องการการบาดเจ็บพิการอันเกิดจากเครื่องจักรอย่างไรได้บ้าง
และที่สำคัญก็คือ ใครจะเป็นผู้ที่ทำให้เกษตรกร (โดยเฉพาะผู้สูงวัย) รู้ถึง “อันตราย” ต่างๆ ทั้งๆ ที่เราสามารถป้องกันได้ ครับผม
วิฑูรย์ สิมะโชคดี

