หมายเหตุ – กลุ่ม 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ) ของบประมาณพัฒนา 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ 2.การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 3.การยกระดับการผลิต 4.คุณภาพชีวิต และ 5.การท่องเที่ยวในการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค.นี้
สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าฯอุบลราชธานี
มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งราชการส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น รวมทั้งผู้แทนภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจเอกชน เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการให้ความคิดเห็นต่อแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ ถือเป็นแนวทางในการจัดทำคำของบประมาณเตรียมชง ครม.สัญจรที่อุบลฯ ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคม โดยจะขอสนับสนุนงบพัฒนา 5 ด้านหลัก คือ
1.“ด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์” ขอรับการสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมทางบกและทางอากาศ ดังนี้
1.1 โครงข่ายคมนาคมทางถนน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการค้า การลงทุน การค้าชายแดนของกลุ่มจังหวัด โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจรตลอดสาย และจัดทำเกาะกลางถนนในเส้นทางสำคัญเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ จำนวน 13 สายทาง อาทิ
ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2169 ตอนยโสธร-เลิงนกทา เนื่องจากเป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจเชื่อมต่อกับจังหวัดมุกดาหาร และมีโครงข่ายเชื่อมโยงสายหลักไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่สอง โดยขอขยายเป็น 4 ช่องจราจร
ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2083 + 2351 (มหาชนะชัย-ค้อวัง-ยางชุมน้อย) เป็น 4 ช่องจราจร ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 202 ตอน สะพานคลองลำเซ-ปทุมราชวงศา ระยะทาง 15 กิโลเมตร และก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 202 ตอนยโสธร-อำนาจเจริญ ระยะทาง 31.925 กม. โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจร ปรับปรุงถนนวงแหวนรอบเมืองอุบลราชธานีฝั่งตะวันออก ทางหลวงหมายเลข 231 ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ใช้ในการขนส่งสินค้าและเดินทางสู่ด่านชายแดนช่องเม็ก โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจร ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2178 วารินชำราบ-กันทรลักษ์ เพื่อแก้ไขแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและเพิ่มประสิทธิภาพการจราจร ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 292 ตอนทางเลี่ยงเมืองยโสธร เป็น 4 ช่องจราจร เป็นต้น
1.2 โครงข่ายคมนาคมทางอากาศ
– ขยายอาคารสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี เพื่อรองรับการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอินโดจีน
โดยเป็นการก่อสร้าง,จุดตรวจค้นรถยนต์และจุดตรวจค้นบุคคล,สะพานเทียบพร้อมส่วนต่อเติม 2 ตัว,อาคารจอดรถยนต์ 4 ชั้น และปรับปรุงต่อเติมร้านอาหาร,ปรับปรุงและต่อเติมอาคารที่พักผู้โดยสาร,ก่อสร้างขยายลานจอดเครื่องบิน จากเดิมรองรับเครื่องโบอิ้ง 737 ได้ 5 ลำ เพิ่มเป็น
10 ลำ ในเวลาเดียวกัน
– ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการพัฒนาสนามบินเก่าเลิงนกทากับการสร้างสนามบินใหม่ที่มุกดาหาร เป็นสนามบินพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันสนามบินเก่าเลิงนกทาอยู่ในความดูแลของจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด เพื่อใช้ในราชการทหาร และมีเอกชนได้ใช้สำหรับเครื่องบินส่วนตัวอยู่แล้ว อยู่ห่างจากมุกดาหาร 50 กม. อำนาจเจริญ 40 กม. ยโสธร 70 กม. อุบลราชธานี 110 กม. หากพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์จะก่อให้เกิดผลดี ต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ เนื่องจาก 1.ใช้งบประมาณในการพัฒนาน้อยเพราะเป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมจากที่ใช้งานอยู่แล้วและไม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ 2.สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร และการค้าขายระหว่างประเทศ 3.ช่วยลดภาระสนามบินนานาชาติอุบลราชธานี โดยเสนอขอให้คณะรัฐมนตรีมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบ
1.3 โครงข่ายคมนาคมทางราง
– เร่งรัดศึกษาโครงการรถไฟทางคู่ วารินชำราบ-ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี
– ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการรถไฟจากสถานีวารินชำราบ-อำนาจเจริญ-เลิงนกทา เชื่อมโครงการรถไฟทางคู่ “บ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม” เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวทางด้านตะวันออกของภาคอีสานกับประเทศเพื่อนบ้าน
2.“ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร” และแก้ไขปัญหาอุทกภัย ขอรับการสนับสนุนโครงการ อาทิ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร แยกเป็น แก้มลิง 20 โครงการ อาคารบังคับน้ำ 8 โครงการ ฝาย 3 โครงการ สูบน้ำด้วยโซลาร์เซลล์ 4 โครงการ ระบบส่งน้ำ/กระจายน้ำ 3 โครงการ การพัฒนาแห่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย แยกเป็น ประตูระบายน้ำ 4 โครงการ ระบบการระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำ 1 โครงการ ระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมืองยโสธร 1 แห่ง
3.“ด้านการยกระดับการผลิต” จำนวน 2 โครงการ คือโครงการก่อสร้างโรงงานต้นแบบ (Pilot Plant) ด้านอาหาร เพื่อให้บริการและยกระดับมาตรฐานการผลิตแก่ผู้ประกอบการ Start Up และ SMEs ในพื้นที่กลุ่มจังหวัด เป็นการสร้างโรงงานต้นแบบในการแปรรูปสินค้าเกษตร 3 ประเภท ได้แก่ เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง โดยเป็นโครงการต่อยอดที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในคราวประชุม ครม.สัญจรภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ซึ่งค่าก่อสร้างอาคารสำหรับแปรรูปเนื้อสัตว์อยู่ในคำของบประมาณปี 2562 ของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังขาดงบประมาณสำหรับก่อสร้างอาคารแปรรูปเครื่องดื่มและเครื่องสำอาง พร้อมวัสดุ ครุภัณฑ์ ของทั้ง
3 อาคาร รวมทั้งงบประมาณสำหรับบริการ/ยกระดับมาตรฐาน การผลิตแก่ผู้ประกอบการ Start Up และ SMEs ในพื้นที่และโครงการยกระดับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ให้เป็นกลุ่มคลัสเตอร์ต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์
4.“ด้านคุณภาพชีวิต” อาทิ 1.โครงการก่อสร้างศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ชั้นสูง โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ (แห่งที่ 2) 2.โครงการพัฒนาเมืองสมุนไพรไทย-พนา โดยศูนย์การแพทย์แผนไทยพนา เป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร บริการคลินิกแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ รักษาและฟื้นฟู ผลิตและจำหน่ายยาสมุนไพรที่มีคุณภาพ เน้นการใช้สมุนไพรคุณภาพดีในท้องถิ่น เป็นศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพด้านการแพทย์แผนไทย ศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย
ส่งเสริมองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านผสมผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ยกระดับเป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาคุณภาพด้านการแพทย์แผนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.โครงการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โดยจัดบริการห้องผ่าตัดสำหรับแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก ตา ระบบทางเดินปัสสาวะ และศัลยกรรมทั่วไป และ 4.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพโรงพยาบาล 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
5.“ด้านการท่องเที่ยว” ขอรับการสนับสนุนโครงข่ายคมนาคมทางถนนจำนวน 4 สายทาง คือ 1.โครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัด ทางหลวงหมายเลข 217 วารินชำราบ-ช่องเม็ก โดยขอทำเป็นเกาะกลางถนนตลอดสาย 2.โครงการเพิ่มศักยภาพการเดินทางบนทางหลวงสายหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์ เชื่อมโยงโครงข่ายการค้า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงเกษตร ในทางหลวงหมายเลข 221 ตอนศรีสะเกษ-ภูเงิน-กันทรลักษ์-เขาพระวิหาร ระยะทาง 50 กม. โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจรตลอดสาย 3.พัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการค้าชายแดนเส้นทางเขมราฐ-
โขงเจียม-พิบูลมังสาหาร โดยขยายเป็น 4 ช่องจราจรตลอดสาย 4.โครงการ
เพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2050 อุบลราชธานี-ตระการพืชผล โดยขอทำเป็นเกาะกลางถนนตลอดสาย 5.การพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวชายแดนช่องเม็กให้เป็นเมืองศูนย์การค้าชายแดน
6.การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิมานพญาแถน จ.ยโสธร โดยขอย้ายเรือนจำเพื่อปรับสภาพภูมิทัศน์ 7.การศึกษาและออกแบบอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์ก (Land Mark) ของจังหวัดอำนาจเจริญ และ 8.โครงการศึกษาออกแบบศูนย์กีฬาจังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย สร้างศูนย์กีฬา (Sport complex) ผลักดันการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ และการขอใช้พื้นที่ มทบ. 22
นิกร สุกใส ผู้ว่าฯยโสธร
ข้อเสนอในการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 เฉพาะในส่วนของจังหวัดยโสธรซึ่งมีโครงการที่จะนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัญจรในด้านต่างๆ ดังนี้
1.ด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมโดยเฉพาะถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างจังหวัดโดยในพื้นที่จังหวัดยโสธร จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงให้เป็น 4 ช่องจราจร 4 สายทางและการขอให้มีการศึกษาการพัฒนาสนามบินเลิงนกทาให้เป็นสนามพาณิชย์ โดยโครงข่ายคมนาคมทางถนนจะปรับปรุงทางหลวงยโสธรหมายเลข 292 ตอนทางเลี่ยงเมืองยโสธร ระยะทาง 1.016 กิโลเมตร ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2169 ตอนยโสธร-เลิงนกทา ระยะทาง 62.74 กิโลเมตร ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2083 ตอนสะเดา-คำเขื่อนแก้ว (ยโสธร-ราษีไศล)
ระยะทาง 26.97 กิโลเมตร และปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 202 ตอนยโสธร-อำนาจเจริญ ระยะทาง 31.925 กิโลเมตร ส่วนโครงข่ายคมนาคมทางอากาศ ให้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการพัฒนาสนามบินเก่าเลิงนกทากับการสร้างสนามบินใหม่ที่จังหวัดมุกดาหารเป็นสนามบินพาณิชย์ เนื่องจากมีความพร้อมในเรื่องพื้นที่หากมีการพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์ จะก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจในจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ เนื่องจากใช้งบประมาณในการพัฒนาน้อย พร้อมกับ
สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาการและการค้าขายระหว่างประเทศ พร้อมกับช่วยลดภาระสนามบินนานาชาติ
อุบลราชธานี
2.ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 เป็นพื้นที่สำคัญที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร ซึ่งปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาในด้านการเกษตรนาแปลงใหญ่และเกษตรอินทรีย์ แต่ปัจจุบันยังประสบปัญหาการบริการจัดการน้ำเพื่อการเกษตร รวมทั้งปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเป็นประจำทุกปี จึงเสนอโครงการเพื่อแก้ปัญหาดังนี้ ขอพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรประกอบด้วยฝาย 1 โครงการ แก้มลิง 7 โครงการ ระบบสูบน้ำด้วยโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร 1 โครงการ ระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ 1 โครงการ ขอพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ได้แก่ โครงการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมืองยโสธร และขอให้ศึกษาความเหมาะสมโครงการ ได้แก่ โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่างจังหวัดยโสธรและจังหวัดร้อยเอ็ด และโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและเพิ่มพื้นที่ชลประทานลำเซบาย
3.ยกระดับการผลิต ได้แก่ โครงการก่อสร้างโรงงานต้นแบบด้านอาหาร ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อให้บริการและยกระดับการผลิตแก่ผู้ประกอบการ Start Up และ SMEs ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 และยกระดับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 เป็นคลัสเตอร์ต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์ โดยขอรับการสนับสนุนด้านการขยายตลาดสำหรับผลผลิตเกษตรอินทรีย์ การรับรองมาตรฐานการส่งออก การนำนวัตกรรมมาพัฒนากระบวนการผลิตและแปรรูปและหาแหล่งเงินทุนสำหรับการรวบรวมผลผลิตในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
4.ด้านการท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิมานพญาแถน
โดยจะขอย้ายเรือนจำจังหวัดยโสธรเพื่อปรับสภาพภูมิทัศน์
“การประชุม ครม.สัญจรจะส่งผลดีต่อจังหวัดยโสธรที่จะได้เสนอศักยภาพในการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่เป็นจุดเด่น รวมทั้งจุดด้อยและสิ่งจำเป็นที่จะได้รับการแก้ไขหรือพัฒนาให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่จะได้พบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้ทราบปัญหาความต้องการที่แท้จริงที่อยากให้รัฐบาลสนับสนุนหรือแก้ไขปัญหา”

