สถานีคิดเลขที่ 12 : ชนะเป็นมาร : โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร สำนวนนี้อาจยังพอมีคนใช้กันอยู่บ้าง เวลาเชียร์กีฬาแล้วฝั่งที่เราเชียร์ปราชัย

ข้ามไปที่เยอรมนี กำลังมีอีกสำนวนฮอตและเป็นประเด็นถกเถียงออกมานอกวงการฟุตบอล เมื่อหนุ่มนักเตะเชื้อสายตุรกีโพสต์ลาออกจากทีมชาติเยอรมนี ด้วยคำตัดพ้อว่า “เวลาเราชนะผมเป็นเยอรมัน แต่เมื่อแพ้ผมกลายเป็นผู้อพยพ”

วาทะนี้ปลุกกระแสถกเถียงถึงปัญหาการเหยียดเชื้อชาติครั้งใหญ่ในชาติมหาอำนาจยุโรป

แม้ว่าสมาคมฟุตบอลเยอรมนี หรือ เดเอฟเบ ยืนยันว่าไม่มีการเหยียดเชื้อชาติในทีมชาติ แต่ในสังคมใหญ่ก็เป็นอีกเรื่อง

กรณีของ โอซิล หากตัดเรื่องเหยียดเชื้อชาติออกไปก่อน เห็นได้ชัดว่าฟอร์มการเล่นตกมากกว่าเพื่อนๆ จนเกมรุกขาดพลังในสองนัดที่ทีมอินทรีเหล็กพ่ายแพ้ นัดที่ชนะกลายเป็นเกมที่โอซิลไม่ได้ลงเล่น

แต่เป้าของการโจมตีไม่ได้มีเฉพาะเรื่องฟอร์มการเล่นเท่านั้น สิ่งที่กระทบจิตใจจนเชื่อว่าทำให้โอซิลเสียศูนย์มากก่อนการลงเตะ คือประเด็นทางการเมือง

โอซิล และ อิลคาย กุนโดกัน เพื่อนร่วมทีมที่เป็นตุรกีด้วยกัน ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงการไปถ่ายภาพร่วมกับ เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกีที่มีปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนักจากการไล่ล่าปราบปรามฝ่ายที่พยายามก่อรัฐประหารเมื่อปี 2559

เหตุการณ์นี้เดเอฟเบเรียกนักเตะทั้งสองเข้าไปทำความเข้าใจ ว่าไม่ควรอ่อนต่อโลกจนเกินไป เพราะช่วงเวลานั้นเอร์โดอันกำลังหาเสียงลงเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยสอง

กุนโดกันตอบเป็นกลางๆ ว่าไม่ได้ตั้งใจเลย และเคารพค่านิยมแบบเยอรมันร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนโอซิลอธิบายว่า ตอนนั้นผู้นำตุรกีมาเยือนอังกฤษ เข้าเฝ้าควีนและพบนายกฯหญิงของอังกฤษด้วย ถ้าตนเองไม่โพสต์รูปนี้ก็เท่ากับดูหมิ่นรากเหง้าบรรพบุรุษของตนเอง

คำอธิบายนี้ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น โอซิลถูกแฟนบอลโห่ตั้งแต่ลงเตะอุ่นเครื่อง แม้โค้ชจะขอร้องแฟนๆ แล้วก็ไม่เป็นผล และแม้โอซิลจะมีผู้ติดตามอยู่ในสื่อโซเชียล โดยเฉพาะทวิตเตอร์ 35 ล้านราย สูงสุดในกลุ่มนักเตะเยอรมัน ตัวเลขนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้

เมื่อฟอร์มการเล่นและประเด็นการเมืองรบกวนจิตใจแยกกันไม่ออก โอซิลกลายเป็นแพะรับบาปที่คงจะอดน้อยใจไม่ได้ เมื่อเทียบกับความภาคภูมิใจและเกียรติที่เคยได้รับเมื่อปี 2014 ตอนเยอรมนีคว้าแชมป์โลกที่บราซิล

การทิ้งทีมชาติแบบทิ้งระเบิดของโอซิล ดูจะไม่ใช่แนวทาง “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร” เท่าไรนัก เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจะหมายความว่า ยอมให้คู่กรณีเพื่อไม่ให้มีเรื่องราวใหญ่โต เป็นสำนวนที่สอนให้คนรู้จักระงับความโกรธ อดกลั้นและยอมถอย ไม่ทะเลาะด้วย

อย่างไรก็ตาม การทิ้งระเบิดคำพูดของโอซิลจุดประเด็นให้ขบคิด และก็ไม่ถึงขั้นมุทะลุ เที่ยวข่มขู่ว่าถ้าใครมาด่าจะชกปากให้ (???)

ความรุนแรงแบบนั้นถ้าเป็นเกมฟุตบอลก็คงโดนใบแดง ตามด้วยบทลงโทษห้ามเล่นไปอีกหลายนัด

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักธุรกิจไทยในลาวบริจาคเงิน-สิ่งของช่วยผู้ประสบภัยเบื้องต้นกว่า 3 แสนบาท
บทความถัดไป‘ชบาแก้ว’ ยกทัพฟิตญี่ปุ่นเตรียมลุยอชก. ‘มาดามแป้ง’ ลั่นแข้งสาวกอบโกยประสบการณ์