หน้าแรก บทความ อิหร่าน รัสเซ...

อิหร่าน รัสเซีย ตุรกี ร่วมมือรับมือการคว่ำบาตรของสหรัฐ

22.08.18 | 12:00 น.

หลายวันที่ผ่านมาสหรัฐประกาศการคว่ำบาตรประเทศอิหร่าน รัสเซีย และตุรกี โดยให้คำเตือนแก่ 3 ประเทศนี้ว่าถ้าไม่ทำตามเงื่อนไขที่เสนอโดยสหรัฐก็จะต้องได้รับ “การลงโทษ” หนักยิ่งขึ้น หลังจากนั้น สามประเทศดังกล่าวก็ได้มีการปฏิสัมพันธ์กันใกล้ชิดมากขึ้น หมายจะร่วมมือกันต้านแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกา

สำนักข่าวซินหัวมีบทวิจารณ์กล่าวว่า นักวิเคราะห์เห็นว่า การกดดันของสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งสาม ในยามนี้อิหร่าน รัสเซีย และตุรกีร่วมมือกันเพื่อแสวงจุดร่วมทางผลประโยชน์ แต่มองจากสถานการณ์ในปัจจุบันแล้ว การร่วมมือแบบนี้เป็นเพราะถูกสถานการณ์บีบบังคับ ยากที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยมูลฐานระหว่างสามประเทศกับสหรัฐ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมนี้รัฐบาลอเมริกันเริ่มคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่านในด้านการเงิน โลหะภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เหมืองแร่และรถยนต์ อันมิใช่ด้านพลังงาน การคว่ำบาตรครั้งนี้รวมถึงการห้ามรัฐบาลอิหร่านซื้อขายดอลลาร์สหรัฐ ทองคำ เหล็กกล้า อะลูมิเนียม ถ่านหิน และซอฟต์แวร์ ฯลฯ

สำนักนายกฯสหรัฐประกาศเมื่อวันที่ 8 เดือนนี้ว่า เนื่องจากกรณีถูกยาพิษของดักกงหรือสายลับของรัสเซียคนหนึ่งที่ประเทศอังกฤษ ฉะนั้น สหรัฐจะทำการคว่ำบาตรต่อรัสเซียตามลำดับ โดยเจ้าหน้าที่ของฝ่ายสหรัฐกล่าวว่าการคว่ำบาตรครั้งนี้มีขนาดมหึมา จะส่งผลกระทบต่อรัฐวิสาหกิจเกือบทั้งหมดของรัสเซีย

ส่วนตุรกีนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวไว้ในทิวตเตอร์ของเขาเมื่อวันที่ 10 เดือนนี้ว่า เนื่องจากเงินสกุลลีราของตุรกีดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เขาจึงได้สั่งการให้ขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าและอะลูมิเนียมเป็นหนึ่งเท่าตัว ซึ่งก็คือเก็บภาษีศุลกากรเป็น 50% และ 20% ตามลำดับ

Advertisement

ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังของสหรัฐประกาศว่า เนื่องจากหมอสอนศาสนาคนหนึ่งของสหรัฐยังคงถูกตุรกีจำคุก สหรัฐจึงตัดสินใจคว่ำบาตรรัฐมนตรีตุลาการและรัฐมนตรีกิจการภายในของตุรกี

สํานักข่าวซินหัวระบุว่า นักวิเคราะห์เห็นว่าการโจมตีของสหรัฐต่อสามประเทศดังกล่าวนั้นแม่นยำ การห้ามอิหร่านซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นการลิดรอนสิทธิการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของอิหร่านในระบบการค้าระหว่างประเทศ สำหรับการกดดันต่อรัสเซียนั้นเป็นการโยงไปถึงรัฐวิสาหกิจเกือบทั้งหมดของรัสเซีย ส่วนการเพิ่มเก็บภาษีนำเข้ากับตุรกีนั้นทำให้เงินสกุลลีราของตุรกีได้รับผลกระทบอย่าง
หนักหน่วง

บทวิจารณ์ของสำนักข่าวซินหัวได้อ้างคำพูดของนักวิจัยของสำนักวิจัยนโยบายตะวันออกใกล้ของวอชิงตันสหรัฐคนหนึ่งชื่อเดวิต ที่ว่า จุดมุ่งหมายของสหรัฐอยู่ที่จะสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อสามประเทศดังกล่าวให้มากยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดความไม่พอใจของสาธารณชนภายในประเทศทั้งสาม จากนี้จึงก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศทั้งสามให้สอดคลอดกับเจตนารมณ์ของสหรัฐ ทว่าต่อหน้าแรงกดดันของสหรัฐ การปฏิสัมพันธ์ของสามประเทศดังกล่าวยิ่งใกล้ชิดและถี่มายิ่งขึ้น โดยเฉพาะความใกล้ชิดระหว่างตุรกีกับรัสเซียเป็นที่น่าจับตา

ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มจากตุรกี ประธานาธิบดีเรเจฟ เรยิป แอร์โดอาน ของตุรกีได้ติดต่อทางโทรศัพท์สายด่วนกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียทันที โดยได้กล่าวว่า ประเทศทั้งสองจะดำเนินการร่วมมือทางพลังงานและการป้องกันประเทศต่อไป รัฐมนตรีต่างประเทศเซอร์เก ราฟรอฟ ของรัสเซีย ได้ไปเยือนตุรกีเมื่อวันที่ 13 โดยได้หารือกับฝ่ายตุรกีถึงปัญหาสถานการณ์ในซีเรีย การสร้างสถานีไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ตลอดจนการที่รัสเซียจะสร้างท่อก๊าซธรรมชาติในตุรกี ฯลฯ

รัสเซียกับอิหร่านก็มีปฏิสัมพันธ์ถี่มากขึ้น ภายหลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ กระทรวงต่างประเทศของรัสเซียก็ประกาศทันทีว่าจะร่วมมือทางการค้ากับอิหร่านระดับประเทศ

อีกทั้งจะทาบทามประเทศต่างๆ ที่ร่วมลงนามในข้อตกลงว่าด้วยปัญหานิวเคลียร์ในอิหร่านเพื่อแสวงสูตรในการคงไว้และขับเคลื่อนการร่วมมือทางการค้ากับอิหร่าน

ภายหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน แอร์โดอานได้กล่าวว่า ตุรกีมี “ฝ่ายทดแทน” มากมายซึ่งรวมทั้งอิหร่านในอันที่จะดำเนินการร่วมมือทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีต่างปะเทศของอิหร่านก็ได้กล่าวเมื่อวันที่ 11 ในทวิตเตอร์ว่า สหรัฐอเมริกาต้องเลิกละความเสพติดที่จะคว่ำบาตรและข่มเหงรังแกประเทศอื่น อิหร่านจะสนับสนุนตุรกีเฉกเช่นที่แล้วมา

นักวิจัยระดับสูงคนหนึ่งของสมาคมอเมริกันธิงแทงก์กล่าวว่า การที่สามประเทศดังกล่าวได้ประกาศให้คำมั่นสัญญาว่าจะกระชับร่วมมือกันนั้นมิใช่เป็นการบังเอิญ “พวกเขาล้วนตกเป็นเป้าการคว่ำบาตรของอเมริกา เมื่อสามัคคีกันเข้าก็สามารถต้านทานผล กระทบด้านลบซึ่งนำมาโดยการคว่ำบาตรและหนุนช่วยซึ่งกันและกันเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ เป็นไปได้ที่สามประเทศนี้จะปรับนโยบายภูมิภาคที่มีอยู่ของแต่ละฝ่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดดุลกำลังในตะวันออกกลาง

นักวิเคราะห์เห็นว่า การที่สามประเทศดังกล่าว “กอดคอผิงไฟ” ชั่วคราวนั้น ไม่สามารถทดแทนความสัมพันธ์ของพวกเขาแต่ละฝ่ายกับสหรัฐโดยมูลฐาน นอกจากนั้นพวกเขามีความแตกต่างกันด้านผลประโยชน์ค่อนข้างมากในปัญหาซีเรีย ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันมีความจำกัด

สามประเทศนี้ต่างก็รู้ไส้รู้พุง การจับมือกันในขณะนี้ที่สำคัญอยู่ที่การกดดันสหรัฐอเมริกา บีบบังคับให้สหรัฐลดหย่อนเงื่อนไขในการสนทนาปราศรัย

ฟู่หลี่เต๋อม่านเห็นว่า ทั้งสามประเทศเพียงแต่ดำเนินการร่วมมือที่มีความจำกัด ยังไม่อาจ

กล่าวได้ว่าเป็นการต่อต้านสหรัฐ การร่วมมือระหว่างตุรกีและรัสเซียเมื่อเร็วๆ นี้ได้ส่งผลต่อปัญหานาโตและซีเรีย แต่ยากที่จะเปลี่ยนแปลงสถานภาพของภูมิภาคโดยมูลฐาน “ตุรกียังคงเป็นพันธมิตรในนาโตของอเมริกา อีกทั้งวัตถุประสงค์ในการดำรงอยู่ของนาโตก็คือการมุ่งตรงต่อรัสเซีย”

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในขณะที่สามประเทศกระชับการปฏิสัมพันธ์ แสดงความแข็งกร้าวต่อสหรัฐ แต่ต่างก็ยื่นกิ่งสมอให้แก่สหรัฐเพื่อแสดงเจตนาที่จะสนทนาปราศรัย ประธานาธิบดีรูฮานีของตุรกีได้ส่งเสียงต่อสหรัฐเมื่อวันที่ 6 ว่าสหรัฐควรยุติการคุกคาม ถ้าอยากจะเจรจากับอิหร่าน ก็ควรมีความจริงใจ ลาฟรอฟของรัสเซียได้คุยทางโทรศัพท์กับไมค์ ปอมเปโอ ของสหรัฐ ถกปัญหาการคว่ำบาตรของอเมริกาต่อรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยที่จะติดต่อกันต่อไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีและบุคคลสำคัญในวงการการเมืองของตุรกีได้เอ่ยปากหลายครั้งว่า ตุรกีหวังที่จะแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างกันโดยผ่านการสนทนาทางการทูต โดยทั้งสองฝ่ายต่างแสดงออกซึ่ง “เจตนารมณ์อันแรงกล้า”