หน้าแรก บทความ ทิศทางมหาวิทย...

ทิศทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ… โดย : เฉลิมพล พลมุข

28.08.18 | 13:00 น.

คุณภาพที่ดีของชีวิตส่วนหนึ่งย่อมมาจากระบบการจัดการศึกษาของรัฐที่ให้ต่อเด็กเยาวชนของชาติ เนื่องด้วยระบบการศึกษาเป็นองคาพยพที่จะผลักเคลื่อนทั้งระบบสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ของรัฐไปสู่เป้าหมายของความอยู่รอดของชาติรวมไปถึงการแข่งขันกันในระดับนานาชาติ สังคมไทยเราก็มิอาจจะปฏิเสธในการพัฒนาคนด้วยระบบการศึกษาที่ดีของชาติ

มหาวิทยาลัยราชภัฏในฐานะสถาบันการอุดมศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนกระทั่งถึงระดับปริญญาเอกหลายแห่ง มีพัฒนาการมาจากโรงเรียนการเรือน โรงเรียนฝึกหัดครู วิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏ จนกระทั่งมาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยราชภัฏซึ่งมีจำนวนสามสิบแปดแห่งอยู่ทั่วประเทศในขณะนี้ ยังคงทำหน้าที่ให้การศึกษาแก่เด็กเยาวชนลูกหลานส่วนหนึ่งที่มิอาจจะมีความต้องการเข้าศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศได้ตามความคาดหวัง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้อมูลหรือเรื่องราวในแวดวงของมหาวิทยาลัยราชภัฏได้ถูกนำเสนอในสื่อของสังคมไทยเรามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการควบรวมและการขอออกนอกระบบการบริหารจัดการที่ไม่ถือว่าเป็นส่วนราชการ หรืออยู่ในฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ภายในการดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยสามารถกำหนดออกแบบการบริหารจัดการของตนเองอย่างมีอิสระและเกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการทั้งระบบ อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตไปเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ข้อเท็จจริงประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีสภาพปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็คือระบบการบริหารจัดการในภาพรวม ทั้งการได้มาของกรรมการสภามหาวิทยาลัย การสรรหาผู้บริหารมหาวิทยาลัยแต่ละระดับ ที่เรียกว่าสภาเกาหลังกัน สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมก็คือการฟ้องร้องต่อศาล เรียกร้องความเป็นธรรมของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ทั้งระบบธรรมาภิบาล การได้มาของตำแหน่ง อำนาจ ผลประโยชน์ รวมไปถึงปัญหาภายในองค์กร ทั้งการปลอมวุฒิการศึกษาเพื่อให้ตนเองได้เข้าไปทำงาน ปัญหาการกู้ยืมเงินจากกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ของนักศึกษาที่จบไปแล้วมิได้คืนรัฐ สร้างความเดือดร้อนให้แก่คณาจารย์บางคนในฐานะของผู้ค้ำ การฟ้องร้องของนักศึกษาและผู้ปกครองต่อมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรที่ยังมิได้มีการรับรอง และการทำร้ายฆ่ากันจนกระทั่งถึงแก่ความตายของคณาจารย์ระดับปริญญาเอกเมื่อไม่นานมานี้…

สิ่งหนึ่งที่เป็นที่วิตกกังวลของผู้บริหารมหาวิทยาลัยคงมิใช่เฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏเท่านั้น ก็คือ จำนวนหรือสัดส่วนของผู้ที่จะเป็นนักศึกษาใหม่ในการเข้าเรียนมีจำนวนลดน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ นั่นหมายถึงความอยู่รอดของมหาวิทยาลัยในแต่ละแห่ง ในระบบการบริหารจัดการของทุกองค์กรย่อมต้องคำนึงถึงเป้าหมายและประโยชน์ที่สังคมในภาพรวมจะได้ประโยชน์สูงสุด หากมองในมุมมองของทฤษฎีประโยชน์นิยม (Utilitarianism) อาจจะมีบางคำถามที่ว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ผ่านวันเวลามาและกำลังจะกลายเป็นสถาบันที่อยู่ภายใต้ของกระทรวงการอุดมศึกษาในเร็ววันข้างหน้านี้ จะเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่หรือไม่…

Advertisement

นายประเสริฐ คันธมานนท์ รองอธิการบดีอาวุโสฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ให้มีข้อมูลที่ว่าการรับนักศึกษาเข้าใหม่ประจำปี พ.ศ.2561 มีจำนวนนักศึกษาลดลง 10-15% จากปีที่ผ่านมา โดยเหตุผลที่มีจำนวนเด็กที่จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ลดลง และเด็กบางส่วนมีแนวคิดที่ว่าขอไปทำงานก่อนแล้วค่อยกลับมาเรียนภายหลัง ที่ผ่านมา ทปอ.ไม่เคยสำรวจตัวเลขจำนวนการรับเด็กเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพราะต่างคนต่างรับ ซึ่งตัวเลขทั้งระบบมีเด็กเข้าสู่มหาวิทยาลัยเพียง 2.5 แสนคน จากจำนวนนักเรียนที่จบ ม.6 ทั้งระบบประมาณ 3 แสนคนเศษ และมีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งของภาคกลางรับเด็กเข้าเรียนได้ 7 คน และมีอีกแห่งหนึ่ง ทั้งมหาวิทยาลัยมีเด็กเข้าเรียน 200 คน…(มติชนรายวัน 25 สิงหาคม 2561 หน้า 17)

จำนวนเด็กและเยาวชนของเมืองไทยเราในจำนวนกว่า 38 ล้านคน จะต้องเป็นพลังของชาติบ้านเมืองในวันข้างหน้าอย่างปฏิเสธมิได้ เขาเหล่านั้นจักต้องได้รับบริการจากรัฐในสิทธิพึงได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ สิทธิในการมีชีวิตและการดำรงชีพ ข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งของสังคมไทยเราวันนี้ เด็กและเยาวชนไทยส่วนหนึ่งได้กลายเป็นยุวอาชญากรที่ต้องโทษถูกคุมขังอยู่ในสถานพินิจหรือทัณฑสถานอยู่ทั่วเมืองไทยด้วยเหตุหลากหลายประการ ทั้ง ปัญหายาเสพติด การพนัน ทำร้ายร่างกาย เด็กแว้น คุณแม่วัยใส การเจ็บป่วยด้วยโรคบางชนิด ทั้งมะเร็ง เอดส์ การถูกให้ออกนอกระบบการศึกษา ปัญหาสุขภาพจิตและปัญหาครอบครัว รวมถึงปัญหาอื่นๆ

จำนวนตัวเลขของนักศึกษาที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฏคงจะมิใช่ตัวเลขของนักศึกษาภาคปกติ แต่ยังมีตัวเลขของผู้เรียนที่เรียกว่าภาคพิเศษที่มีจำนวนลดลงไปด้วย นักศึกษาบางคนต้องเวียนเข้าเวียนออกในบางสาขา หลักสูตรจนกว่าจะจบการศึกษา บริบทหนึ่งหรือความคาดหวังของสังคมอาจจะมีบางคำถามที่ว่าบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏต่อการเข้าทำงานหรือการสมัครงาน ข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือมีบางหน่วยงานองค์กรขอปรับค่าตอบแทนจากการจบในระดับปริญญามาอยู่ที่การศึกษาที่ต่ำลงมา อาจจะมีบางคำถามที่ต้องการคำตอบตรงไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศที่ว่า มีการสำรวจถึงการมีงานทำของบัณฑิตอย่างเป็นข้อมูลที่แท้จริงหรือไม่…

แรงงานส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของเมืองไทยเรา ข้อเท็จจริงหนึ่งที่จะปฏิเสธมิได้ก็คือแรงงานจากเพื่อนบ้านเรา ทั้งเขมร ลาว เมียนมา ฝรั่ง แขก ญี่ปุ่น จีน เขาเหล่านั้นหลายคนเป็นเจ้าของธุรกิจบางประเภทที่อยู่ในเมืองไทยเรา มีความสามารถในการพูด อ่าน เขียน สื่อสารภาษาไทยและภาษาของประเทศดั้งเดิมของเขาเป็นอย่างดี เมื่อหันกลับมาดูระบบการศึกษา ความรู้ความสามารถของเด็กเยาวชนไทยเราบางคนที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาของเขาเหล่านั้นได้ สิ่งใด หรือเหตุใด หรือหลายคนอาจจะมองไปที่ระบบการศึกษาในบางบริบทอาจจะมิได้ตอบโจทย์ต่อโลกและสังคมที่มีการพัฒนาและรุดหน้าอย่างรวดเร็ว

สังคมไทยเราได้ก้าวย่างเข้าสังคมของผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ หากเราท่านได้มีโอกาสได้ไปในโรงพยาบาลของรัฐทั้งโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลที่มีคณะแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ก็จะพบเห็นถึงจำนวนผู้ป่วยหรือคนไข้ที่ต้องการเข้าไปรับบริการดูแลรักษาในจำนวนที่มากขึ้น ประชากรส่วนหนึ่งที่เราท่านได้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง นั่นก็คือ ผู้สูงอายุ คนแก่ชรา หลายๆ คนไม่มีญาติพี่น้องไปด้วยขณะที่เข้ารับการรักษาการพยาบาล ผู้สูงอายุยังคงเป็นกลุ่มประชากรหนึ่งทั้งของประเทศและระดับโลก หากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศจะจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวิจัยบริการเกี่ยวกับคุณภาพของผู้สูงอายุทั้งระบบ ก็น่าจะเป็นโอกาสหนึ่งที่อาจจะมีคำตอบต่อสังคมในการเปลี่ยนผ่านไปเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา…

ในอนาคตข้างหน้าอีกไม่นานนักในขณะนี้คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. …. ซึ่งเป็นร่างที่คณะอนุกรรมการฯพิจารณาแล้วเสร็จมีจำนวน 62 มาตรา ซึ่งสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนจะต้องมีกฎหมายบังคับใช้อย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน โดยมีหลักการเหตุผลที่ว่า เพื่อให้มีมาตรการในการกำกับดูแลการบริหารจัดการการอุดมศึกษา การจัดสรรงบประมาณ รวมถึงทรัพยากรการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน โดยมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ…

ในมาตรา 5 ระบุไว้ว่า การจัดการอุดมศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาบุคคลให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม วัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และในมาตรา 6 ระบุไว้ว่า รัฐพึงจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็นของสถาบันอุดมศึกษา และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาของชาติ…

ขณะเดียวกัน ในมาตรา 47 (1)-(9) ก็ได้ให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอุดมศึกษา มีอำนาจสั่งการแก้ไข หรือให้หยุดดำเนินการ ในกรณี (1)ดำเนินการจัดการศึกษาในลักษณะที่เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยของประเทศ หรือดำเนินการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (4)ให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นดำเนินการจัดการศึกษาแทน (5)มุ่งแสวงหาผลประโยชน์อย่างอื่นโดยมิได้มีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาอย่างแท้จริง และ (7)โฆษณา ประชาสัมพันธ์หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาไม่ตรงตามความเป็นจริง… (www.thailibrary.in.th)

ข้อกฎหมายหรือการมีพระราชบัญญัติกระทรวงการอุดมศึกษา เจตนารมณ์หนึ่งก็เพื่อต้องการแยกการบริหารจัดการการศึกษาระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการอยู่ ซึ่งมีภาระงานที่มากมายและสลับซับซ้อน การแยกไปเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา อาจจะมีมุมมองหนึ่งก็คือเพื่อให้เป็นการบริหารจัดการที่มีความคล่องตัวและความมีธรรมาภิบาลในระดับพึงประสงค์ของสังคม โดยคาดหวังว่าจะไม่มีการเล่นการเมืองและผลประโยชน์ ตำแหน่ง อำนาจ ในเรื่องของการบริหารจัดการการศึกษา อาจจะเป็นความหวังหรือความฝันที่อาจจะเป็นจริง

มหาวิทยาลัยราชภัฏที่ตั้งอยู่ทั้งในกรุงเทพ มหานครและจังหวัดต่างๆ ทั่วเมืองไทยเรา ในข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือ บุคคลที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกภาคส่วนเป็นผู้กำหนดชะตากรรมทิศทางอนาคตของมหาวิทยาลัยร่วมกัน โดยมองให้เห็นถึงภาพรวมทั้งวิกฤต โอกาส ปัญหาที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงแล้วนำมาปรับทั้งนโยบายของรัฐบาล แผนยุทธศาสตร์ชาติยี่สิบปี โดยมองถึงประโยชน์ของนักศึกษาผู้ที่เข้าไปเรียนเป็นหลักสำคัญ เมื่อวันเวลาหนึ่งผ่านไป ผลผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นที่ต้องการของตลาดและสังคม ผู้บริหารในส่วนงานต่างๆ ก็ย่อมได้รับการชื่นชมยินดีไปด้วย เราท่านได้แต่มีความคาดหวังไว้ในอนาคต…

เมื่อปีที่แล้วในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในหลวงรัชกาลปัจจุบัน พระองค์ท่านพระราชทานพระบรมราโชบายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยกระดับการศึกษา พัฒนาท้องถิ่น เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตครูที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งความรู้วิชาการและเป็นปราชญ์แห่งการพัฒนาท้องถิ่นสามารถเข้าถึงต้นตอของปัญหาก็เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนมีความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์…

การศึกษาเพื่อชุมชนและการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ให้แก่เด็กเยาวชนจะได้เกิดประโยชน์สูงสุดตามความคาดหวังของเราท่านทั้งหลายหรือไม่ ใคร องค์กรใด จะเป็นผู้กำหนดให้เป็นไปได้อย่างสมหวังตั้งใจ…

เฉลิมพล พลมุข