หน้าแรก บทความ 2018 : ครูไทย...

2018 : ครูไทยหัวใจสากล

14.09.18 | 13:30 น.

ในยุคปัจจุบันถึงแม้ว่าสังคมโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่สังคมยังมีความสำคัญกับอาชีพครูที่เป็นรากแก้วในการพัฒนาประเทศ ปริบทของอาชีพครูจำเป็นต้องปรับก้าวให้มีความโดดเด่นในสายตาของสังคมที่มีลักษณะสากลมากยิ่งขึ้น ความรู้ วิทยาการ รวมทั้ง “จริต” ของครูจะต้องได้รับการพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ด้วยเหตุที่สังคมมีปัจจัยผลักและปัจจัยดึงที่ทำให้ครูต้องปรับตนเองเพื่อก้าวทันโลกสมัยใหม่ อะไรบ้างที่เรียกว่า A-Z หัวใจสากลของครู ดังนี้

A = Approach เทคนิคและวิธีวิทยาการสอนดี ครูในยุคนี้ต้องมีวิธีการสอนที่เร้าใจและตราตรึงผู้เรียนให้ได้ทั้งเชิงเนื้อหาและเชิงการถ่ายทอดข้อความรู้นั้นๆ

B = Born to Be and Brave to Be เกิดมาเพื่ออาชีพนี้ และหาญกล้าในวิชาชีพ ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากกับผู้ที่ประกอบอาชีพครู สังคมมีเสียงวิพากษ์บ่อยครั้งกับวาทกรรม “อาชีพครู หรือ ครูอาชีพ” สิ่งนี้จะลดทอนลงเพียงแค่ตั้งปณิธานในการทำงานด้วยเจตนาให้ผู้เรียนมีความรู้และขัดเกลาผู้เรียนให้เติบกล้าเป็นคนดีของรัฐชาติต่อไปในอนาคต

C = Contemporary ทันสมัย ร่วมสมัย ครูต้องสร้างการเชื่อมโยงและผนวกเนื้อหาเข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันของสังคมที่เป็นไปในลักษณะกว้างได้

D = Democracy มีความเป็นประชาธิปไตย แน่นอนทีเดียวกับชีวิตของความเป็นครู แนวทางประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นกับองค์กรหรือกับผู้เรียน ระเบียบกฎกติกาของประชาธิปไตยจะช่วยให้ครูทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

F = Friendship/ Forgiveness มีมิตรภาพและพร้อมให้อภัยแก่ศิษย์ มิตรภาพที่ก่อเกิดในชั้นเรียนถือว่าเป็นเส้นทางของการสอนแบบกัลยาณมิตรและเมื่อลูกศิษย์ทำผิดก็พร้อมที่จะให้อภัย

G = Good looking องอาจ สง่า ความสง่างามในเรื่องของการแต่งกาย สะอาด และมีความเหมาะสมกับกาลเทศะจะทำให้ผู้เรียนมีความศรัทธาและเกิดความประทับใจในการเข้าสอน

H = Hospitality โอบอ้อมอารี ครูในยุคนี้ต้องมีความโอบอ้อมอารีต่อลูกศิษย์เสมอ ทั้งในความเป็นส่วนตัวและความเป็นวิชาการ

I = Internationalization มีความเป็นสากล คำว่า ความเป็นสากล อาจจะเป็นคำศัพท์ที่ตีความได้หลายประเด็น แต่ในความหมายนี้ ครูผู้สอนต้องเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นและสามารถนำเหตุการณ์นั้นมาบูรณาการกับเนื้อหาที่สอนได้อย่างลงตัว

J = Joke มีอารมณ์แจ่มใส อารมณ์ที่แจ่มใสจะช่วยสร้างบรรยากาศต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ดีอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ครูห้ามมีสภาวะ “อารมณ์หงุดหงิดหรืออารมณ์เสีย” เป็นเด็ดขาด สีหน้าแววตาของครูที่มีรอยยิ้มจะทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนน่าเรียนรู้และเป็นบรรยากาศขององค์กรเปี่ยมสุขได้ดียิ่ง

K = Knowledge ความรู้ แน่นอนทีเดียว ความรู้ในศาสตร์ ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของความเป็น “วิชาชีพ” การส่งผ่านข้อความรู้ของครูห้ามผิดเป็นเด็ดขาด และที่สำคัญห้ามสอนศิษย์ในลักษณะ “เกลือหวาน น้ำตาลเค็ม”

L = Legitimacy ความยุติธรรม สิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ครูทุกคนต้องมีและรักษามาตรฐานนี้ไว้ให้คงทน เช่น ความยุติธรรมในการให้เกรดต่อผู้เรียน ความยุติธรรมในการลงโทษผู้เรียน เป็นต้น

M = Management บริหารจัดการยอดเยี่ยม ครูในยุคสมัยนี้ต้องมีการบริหารจัดการตนเองให้ดีทั้งเรื่องส่วนตัว การบริหารชั้นเรียน และการบริหารองค์กรควบคู่ไปด้วย

N = Nationalism ภูมิใจในชาติ ความเป็นชาตินิยมนอกจากครูต้องมีและพึงมีแล้ว ในการสอนทุกครั้งต้องพยายามสอดแทรกอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของบรรพบุรุษที่ได้สั่งสมวัฒนธรรมของชาติมาถึงทุกวันนี้

O = Opportunity การมอบโอกาสดีๆ ให้ลูกศิษย์เสมอ ในการจัดการชั้นเรียน ครูผู้สอนต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นหลักและพร้อมที่จะมอบโอกาสแห่งการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้เท่าเทียมกัน ปราศจากการ “แยกขั้ว” กล่าวคือ ห้ามตีค่าผู้เรียนเป็นลักษณะ ฉลาด-โง่ เก่ง-ไม่เก่ง ขยัน-ขี้เกียจ โดยเด็ดขาด

P=Pedagogy/Profession เชี่ยวชาญในศาสตร์ ครูต้องมีความลุ่มลึกในศาสตร์ของตนเอง การเพิ่มสมรรถนะทางด้านนี้อาจจะมีการฝึกอบรม การทำวิจัย หรือการสืบเสาะหาความรู้ใหม่ๆ เป็นประจำ

Q = Question หมั่นสอบถามปัญหาผู้เรียน ครูที่ดีต้องเชื่อว่า ปัญหาของผู้เรียนย่อมมีทางแก้ไขได้เสมอ การหมั่นสอบถามปัญหาทั่วๆ ไปของครูแสดงถึงความเอาใจใส่ต่อศิษย์ได้อย่างดียิ่ง และจะเป็นการเพิ่มพูนความผูกพันซึ่งกันและกันในอนาคตได้อย่างชัดเจน

R = Research ค้นคว้าเป็นนิตย์ ครูที่เป็นครูโดยจิตวิญญาณต้องรักการค้นคว้า และต้องมีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอและทุกๆ ปี

S = Sufficiency มีวิถีพอเพียง ความพอเพียงวิถีการใช้ชีวิตที่รู้จักการประมาณตนเอง เรียบง่ายไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนเกินไป จะทำให้ชีวิตของครูผู้สอนมีความสุขได้อย่างดี รวมทั้งจะต้องสอดแทรกการใช้ชีวิตในลักษณะนี้ลงในบทเรียนด้วย

T = Technology ก้าวทันเทคโนโลยี จำเป็นอย่างยิ่งที่ครูในยุคปัจจุบันต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี และนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสมกับผู้เรียนและสอดคล้องกับเนื้อหา นอกจากนี้ ครูผู้สอนต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนรักที่จะใช้เทคโนโลยีในทิศทางที่เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันและชีวิตในอนาคตด้วย

U = Unity ความกลมเกลียวกัน รักสามัคคี การสร้างพลังร่วมมีความปรองดอง ปราศจากความอิจฉาริษยาซึ่งกัน จะสามารถทำให้เกิดสภาพองค์กรเปี่ยมสุขได้ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียนได้อีกช่องทางหนึ่ง

V = Variety of Instructions หลากหลายในวิธีสอน วิธีสอนถือว่าเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับผู้เรียน ยิ่งครูผู้สอนมีความหลากหลายในวิธีสอนยิ่งจะทำให้เกิดการใฝ่รู้ใฝ่เรียนมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ ความหลากหลายดังกล่าวต้องสอดคล้องกับ “ภูมิหลังและลีลาชีวิต (Individual Differences)” ของผู้เรียนด้วย

W = Well-Rounded Person เป็นบุคคลรอบรู้ องค์ความรู้และข้อความรู้ของครูผู้สอนจะทำให้ครูมีความ “คงกระพัน” ต่อหน้าที่ได้ดีที่สุด การสร้างให้ตนเองเป็นบุคคลที่รู้รอบและรอบรู้นั้น จำเป็นต้องศึกษาอยู่เป็นนิตย์และต่อเนื่องตลอดไป

X =X-Ray มองทะลุเหตุการณ์ ในยุค 2018 การมองทะลุเหตุการณ์ในอนาคตของครูนั้น ต้องอาศัยการศึกษาเรื่องราวต่างๆ ในอดีตและเรื่องราวในปัจจุบันมาเป็นข้อมูลในการสร้างภาพฉายเชิงอนาคต รวมทั้งต้องฝึกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อนาคตภาพ (Future Oriented) ที่จะเกิดขึ้น

Y = Yield ชื่นชมในงานของศิษย์ ทศวรรษใหม่นี้ ผลงานของลูกศิษย์ (Productivity) คือสิ่งที่แสดงความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของครู การสอนแบบโครงการจะเป็นอีกลักษณะของการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้สร้างผลงานออกมา

Z = Zone of Dhamma มีขอบเขตของธรรมะ ถึงแม้ว่าสังคมจะมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่ด้วยความเป็นครูด้วยใจรักในหน้าที่ (Teacher at Heart) การปฏิบัติตามครรลองคลองธรรมที่ตนนับถือสิ่งนี้จะเกื้อหนุนให้ครูมีความสุขตลอดไปนั่นเอง

ด้วยหน้าที่ที่ใหญ่ยิ่ง ผนวกกับผลรวมที่ครูได้แสดงออกต่อตนเอง ต่อผู้เรียน ต่อชุมชน ต่อสังคม ผู้เขียนเชื่อว่า อนาคตของการพัฒนาประเทศชาติจะสามารถหลุดพ้น “จากการไม่รู้” ทั้งปวงเป็นแน่แท้