คุณภาพคือความอยู่รอด : พื้นฐานของภารกิจ : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

29.09.18 | 14:10 น.

ทุกวันนี้ แนวความคิดและวิธีการในการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริหารจัดการภาคเอกชนอาจจะมี “ความแตกต่าง” กันไม่มากนัก เพราะระบบราชการในปัจจุบันได้หยิบยืมเอา “วิธีบริหารจัดการของภาคเอกชน” ไปประยุกต์ใช้หลายเรื่อง อาทิ เรื่องตัวชี้วัด ระบบคุณภาพ เป็นต้น

การนำเอาวิธีการบริหารจัดการของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเอกชนมาใช้กับองค์กรของภาครัฐนั้น บางวิธีก็ก่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพของการทำงาน แต่บางวิธีก็ใช้ได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น

กรณีของภาครัฐนั้น จะเป็นเรื่องของการให้บริการประชาชนเป็นหลัก ซึ่งต่างจากการซื้อมาขายไปของภาคเอกชน ดังนั้น หากนำเอาแนวความคิดเรื่อง “กำไรขาดทุน” หรือเรื่องความคุ้มทุนเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว อาจมีกิจการบางอย่างที่รัฐต้องเลิกทำ เพราะขาดทุนหรือมีต้นทุนสูงมาก เนื่องจากเป็นบริการเพื่อสาธารณประโยชน์และมีความจำเป็นต่อชีวิตของประชาชนที่มีรายได้ต่ำ เช่น บริการด้านสาธารณสุข หรือการขนส่งคมนาคม เป็นต้น บริการเหล่านี้จะเป็นบริการที่มีมาตรฐานในระดับทั่วไป หากจะเพิ่มบริการที่มีมาตรฐานสูงกว่านี้จะทำให้ต้นทุนสูงและอาจกลายเป็นภาระแก่ประชาชนที่ต้องจ่ายค่าบริการสูงขึ้นด้วย

ประเด็นเหล่านี้ได้มีผลงานการวิจัยมากมาย โดยเฉพาะเมื่อยี่สิบปีก่อนที่ “ออสเบอร์นกับเกบเลอร์” (Osborne and Gaebber) เสนอให้ภาครัฐทำ “Reinventing Government” ด้วยการสวมวิญญาณหรือใส่แนวความคิดด้านการบริหารจัดการแบบ “วิสาหกิจ” (Enterprise) และใส่จิตวิญญาณของ “ผู้ประกอบการ” (Entrepreneur) เข้าไปในวิธีการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งเป็นวิธีที่นำเอาทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาใช้ในแนวทางใหม่ ที่ทำให้งานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ผลดีกว่าเดิม เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ต้องใช้ไปด้วยแนวทางหรือวิธีการทำงานแบบเดิมๆ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาครัฐราชการจะบริหารงานโดยเน้นทำกำไรเหมือนเอกชนไม่ได้ ในขณะที่ภาคเอกชนจะให้บริการเพื่อสาธารณประโยชน์แบบภาครัฐโดยไม่คำนึงกำไรขาดทุนก็ไม่ได้เช่นกัน

Advertisement

และที่สำคัญก็คือ 1.การแสวงหากำไรคือแรงผลักดันการทำงานในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเอกชน แต่การได้รับเลือกตั้งครั้งใหม่ คือแรงผลักดันนักการเมืองในการทำงานในองค์กรของรัฐ 2.ธุรกิจอุตสาหกรรมเอกชนจะหาเงินจากลูกค้า แต่ราชการจะหาเงินจากผู้เสียภาษี และ 3.การแข่งขันคือแรงผลักดันภาคธุรกิจ แต่การรวมศูนย์อำนาจคือแรงผลักดันองค์กรภาครัฐ

ความแตกต่างเหล่านี้ก่อให้เกิดความดึงดูดใจหรือแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันสำหรับวิธีการบริหารจัดการในหลายๆ ภารกิจของภาครัฐและเอกชน เราจึงจำเป็นต้องระมัดระวังในการพิจารณาประยุกต์ใช้ “แนวความคิด” และ “วิธีการ” อย่างเหมาะสม

แต่ที่สำคัญที่สุด ก็คือ จิตวิญญาณในการบริการ (Service Mind) ของบุคลากรภาครัฐ ที่ต้องมุ่งมั่นในการรับใช้หรือให้บริการประชาชน บนพื้นฐานของความปรารถนาที่จะให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ครับผม !