หลวงปู่ สงบสง่าด้วย เดชตบะ
จาม เจาะฉาดเฉาะฉะ กิเลสม้วน
มหา มหาตม์คือบาตรพระ โปรดสัตว์
สมชาย สมานวงศ์ใหญ่โตถ้วน เท่าก้อน บุญกุศล ฯ
ขรรค์ชัย บุนปาน
19 มีนาคม 2553
ผู้เขียนรู้จักองค์ท่าน หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ “ผู้มากมีบุญ” อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกวัฒนา
ราม หมู่ 9 บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ผ่านท่านอาจารย์ขรรค์ชัย บุนปาน ที่เมตตาเขียนเป็นประจำในคอลัมน์ “ของดีมีอยู่” มติชนสุดสัปดาห์ มานานกว่า 10 ปี
ได้โปรดติดตามศึกษาชีวิตและผลงานขององค์ท่าน ผ่านหนังสือ ธรรมประวัติ, คุรุแก้วปณิธาน และพระธรรมเทศนาฯ ตลอดถึงเล่มอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก (พิมพ์ครั้งละไม่ต่ำกว่า 10,000 เล่ม) จากฝีมือการผลิตอย่างประณีตของโรงพิมพ์มติชน อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่ตั้งใจพิมพ์เผยแพร่เป็นธรรมทาน โดยไม่มีการจัดจำหน่ายแต่อย่างใด
กล่าวเฉพาะหนังสือ ประทีปแห่งทวีปอาเชีย (LIGHT OF ASIA) อันเป็นวรรณกรรมชั้นเยี่ยมยอดของนักปราชญ์ชาวอังกฤษ นามว่า เซอร์เอดวิน อาร์โนลด์
แปลมาจากภาษาฮินดีอีกทอดหนึ่ง รู้จักกันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบตะวันตก ได้รับการแปลเป็นหลายภาษา และพิมพ์ซ้ำกันอย่างต่อเนื่อง
องค์ท่านหลวงปู่จามตั้งใจพิมพ์ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงเป็นพระประมุขที่ชาวไทยเทิดทูนเป็นอย่างยิ่ง ในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 7 รอบ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2554
หนังสือเล่มนี้ กลับกลายเป็นที่ระลึกในงานบำเพ็ญกุศลศพขององค์ท่าน เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2556 ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ !?!
วันนี้ ผู้เขียนมีความตั้งใจเขียนถึงพระพุทธศาสนทายาทขององค์ท่านหลวงปู่จาม นามว่า พระครูสังฆวิสุทธิ์ หรือ พระธมฺมธโร ครูบาแจ๋ว เจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกวัฒนาราม (รูปปัจจุบัน) ในฐานะผู้บันทึก + รวบรวมหนังสือธรรมประวัติฯ ดังบันทึกท้ายเล่ม ที่ท่านเขียนไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ความว่า
“องค์หลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ
องค์ท่านได้ทำดีไว้
ให้ผู้คนจดจำ
นำเอาแบบอย่างไปทำต่อไป
องค์ท่านได้เล่าให้ฟัง องค์ท่านได้ตอบข้อรบเร้าซักถาม
จนจดจำนำเอาอุบายธรรมมาแก้ไขตนของตน
ผู้เขียน (พระครูสังฆวิสุทธิ์) มีความเห็นเป็นการส่วนตัวว่า
หากความเป็นมาของเรื่องราวความเป็นองค์ท่าน โดยรวมในวันและวัยที่ผ่านมานั้น
กลายเป็นหนังสือธรรมประวัติ (ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ หนา 608 หน้า มีภาพประกอบ 4 สี)
สิ่งทั้งหมดเหล่านี้
จะต้องยืนยาวในชีวิตมนุษยชาติสานุศิษย์สืบไป
ผู้เขียนจึงได้บันทึกไว้เป็นข้อมูลประวัติธรรม ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2530
เป็นลำดับมา จนรวบรวมเข้าเป็นเล่ม ดังปรากฏอยู่นี้ แม้ทั้งหมดจะไม่สมบูรณ์
แต่ก็เก็บจากคำแห่งองค์ท่านหลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ ทั้งหมด”
วัดป่าวิเวกวัฒนาราม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพระพุทธศักราช 2478 เดิมชื่อ วัดหนองน่อง ชาวบ้านเรียกว่า วัดบ้านห้วยทราย ตั้งอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของหมู่บ้านห้วยทราย โดยองค์ท่านหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เป็นหัวหน้าสำนักสงฆ์ (องค์แรก) และมีพระสายปฏิบัติธรรมกรรมฐาน เช่น หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นต้น มาศึกษาและปฏิบัติธรรม
ต่อมา หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้ย้ายสำนักสงฆ์เดิมมาตั้งด้านทิศตะวันตก เพราะบริเวณเดิมเป็นที่ลุ่ม มีน้ำขังตลอด และได้ตั้งชื่อใหม่เป็น วัดป่าวิเวกวัฒนาราม เพราะบริเวณวัดมีสภาพเหมาะสมกับการปฏิบัติบำเพ็ญสมณธรรม
ปัจจุบัน สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาทุกปี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร โดยมีเจ้าอาวาส (เท่าที่ทราบนาม) ประกอบด้วย
1.พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
2.พระหล้า เขมปตฺโต
3.พระศรี มหาวีโร
4.พระสิงห์ทอง ธมฺมวโร
5.พระจาม มหาปุญฺโญ พ.ศ.2514-2556
6.พระเพชร อรุโณ รักษาการเจ้าอาวาส
7.พระครูสังฆวิสุทธิ์ (พระพวงพิด ธมฺมธโร หรือ “ครูบาแจ๋ว”) ฐานานุกรมในพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร) วัดเครือวัลย์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
มีที่ดินตั้งวัดประมาณ 33 ไร่ และมีอาคารเสนาสนะ (ที่สำคัญ) ประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ, หอสวดมนต์, กุฏิสงฆ์ (จำนวน 11 หลัง), โรงครัว และห้องสุขา (สำหรับญาติโยม) 9 ห้อง
ล่าสุด ท่านอาจารย์พระครูสังฆวิสุทธิ์กำลังพัฒนาวัดให้เป็นรมณียสถาน โดยเฉพาะโครงการบูรณปฏิสังขรณ์ “พระเจดีย์บู่ทองกิตติ” ทรงจุฬามณี ที่องค์ท่านหลวงปู่จามตั้งใจสร้างขึ้นสำหรับบรรจุพระบรมสารีกริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ เช่น พระสีวลี พระอุปคุตและพระองคุลีมาล
นอกจากนี้ ยังใช้เป็นที่เก็บพระพุทธรูป ทั้งขนาดเล็ก + ใหญ่ ทั้งเนื้อทองคำ เงิน ทองเหลือง ทองแดง และดิน ปูน ประมาณ 1,100 องค์ รวมทั้งใช้เก็บวัตถุโบราณต่างๆ ที่มีผู้นำมาถวายแก่วัด
พระเจดีย์นี้ สร้างตามรูปแบบที่องค์ท่านหลวงปู่จามเคยพบในความฝันว่า ได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง แล้วไปพบเจดีย์รูปร่างแปลกประหลาด จึงจดจำไว้ เมื่อตื่นขึ้นมาได้ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ที่มีความสามารถด้านการวาดภาพบันทึกไว้
เมื่อวาดภาพตามที่องค์ท่านหลวงปู่ให้รายละเอียดแล้ว ได้มอบให้ช่างในท้องถิ่นเป็นผู้ออกแบบคำนวณค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมด และได้เก็บแบบเจดีย์ไว้ เนื่องจากยังขาดกำลังทรัพย์ที่จะนำมาก่อสร้างได้ แต่ยังมีความประสงค์ที่จะสร้างเจดีย์รูปแบบดังกล่าว เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ (ซึ่งขณะนั้นหลวงปู่จามได้รับมาจำนวนมาก แต่ยังไม่มีที่สมควรจะเก็บรักษาได้)
ต่อมามีคหบดีนามว่า คุณแม่บู่ทอง กิตติบุตร ผู้เป็นศิษย์ขององค์ท่านหลวงปู่จาม ซึ่งมีเชื้อสายเป็นเจ้านายเก่า จากจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของโรงพยาบาลลานนาและโรงแรมลานนา มากราบนมัสการ และได้เห็นภาพเจดีย์ จึงเกิดศรัทธาอย่างแรงกล้า แล้วบริจาคทรัพย์สร้างเจดีย์องค์นี้เป็นจำนวนมาก โดยได้เริ่มลงมือก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ.2527 จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ.2530
ลักษณะเจดีย์องค์นี้ มีฐานรากลึก 3 เมตร มีเสาขนาดใหญ่ 9 เสา ตั้งอยู่บนฐานกว้าง 13 เมตร ยาว 13 เมตร ความสูงจากพื้นถึงยอดเจดีย์ 45 เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบเจดีย์ กว้าง 30 เมตร ยาว 80 เมตร
ชั้นล่างปูหินอ่อน เพื่อใช้ในการกระทำสังฆกรรมของพระภิกษุสามเณรภายในวัด
ชั้นที่สอง มีบันไดขึ้นไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ
ชั้นที่สาม แต่ละด้านเป็นฐานรูปทรงระฆังคว่ำ องค์กลางมีรูปแบบคล้ายกัน จะต่างกันเฉพาะที่มีขนาดใหญ่และสูงกว่า
เจดีย์มีรูปทรงขนาดย่อมจะอยู่รอบเจดีย์องค์กลางเป็นจตุรมุข ยอดเจดีย์องค์กลางยกช่อฉัตร 9 ชั้น
เมื่อสร้างเสร็จและตกแต่งเรียบร้อยแล้ว องค์ท่านหลวงปู่จามจึงตั้งชื่อเป็นสรรพสิริมงคลว่า “เจดีย์บู่ทองกิตติ” เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่เจ้าภาพ คือ นางบู่ทอง กิตติบุตร
นอกจากนี้ วัดป่าวิเวกวัฒนารามยังมีกุฏิพระเสาเดียว ที่แปลกตา (ไม่สามารถหาชมได้ในวัดอื่น) จำนวนหลายหลัง ซึ่งองค์ท่านหลวงปู่จาม มหาปุญฺโญ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างด้วยตนเอง
นับเป็นวัดที่สำคัญและสมควรได้รับการติดตาม เพื่อความเป็นอมตสมบัติไทยสืบต่อไป
ท่านที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติม ได้โปรดติดต่อเฟซบุ๊ก พระธมฺมธโร ครูบาแจ๋ว หรือโทรศัพท์ พระธงชัย เสียงล้ำ 08-0057-9899 หรือว่าสมทบทุนเข้าบัญชี พระครูสังฆวิสุทธิ์ เพื่อบูรณะพระเจดีย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาคำชะอี เลขที่ 436-0-43575-4
ด้วยอำนาจคุณพระรัตนตรัยและกุศลจริยาสัมมาปฏิบัติ เพื่อมหาเถรสดุดีนี้ จงเป็นปัจจัยให้พระสัทธรรมเจริญแพร่หลาย เพื่อความสงบสุขแห่งมหาชนชาวไทย ตลอดกาลยาวนานสืบไป
สมชาย สมานวงศ์
[email protected]

