การเมืองแบบ “ไทย-ไทย” วันนี้อย่างไร ไม่ได้แล้ว นักการเมืองแต่ละคน พรรคการเมืองแต่ละพรรคเดินหน้าเต็มตัว มุ่งสู่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ดังนั้น การเลือกตั้งจะไม่มีไม่ได้แล้ว
ทั้งไม่ควรหาเหตุยุบพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือพูดข่มขู่ว่าจะมีการยุบพรรคการเมือง หากทำอย่างนั้นทำอย่างนี้
ในเมื่อทุกพรรคการเมืองที่ประกาศตัววันนี้ต่างระดมสรรพกำลังออกหาเสียงกันเต็มพิกัด
ทั้งการออกไปพบชาวบ้านในนามรัฐบาลมีชื่อพรรคการเมืองห้อยท้าย มีหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรคที่เป็นรัฐมนตรีเดินนำหน้า
บางพรรคใช้กลวิธีระดมเงินเข้าพรรครับสมัครสมาชิกพรรคกันกลางถนน ราวกับท้องถนนเป็นที่ทำการพรรค บ้างออกไปจัดตั้งสภาประชาชนรับสมัครสมาชิกแต่ละจังหวัด บางพรรคใช้วิธีหาสมาชิกด้วยการป่าวประกาศว่าเป็นการหาเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ไม่ใช่หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่สมาชิกพรรคแห่กันออกไปพบปะทั้งสมาชิกและราษฎรท่านด้วยการประกาศนโยบายหากได้เป็นหัวหน้าพรรคจะทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้ เป็นนโยบายของหัวหน้าพรรค คนนั้น ไม่ใช่นโยบายพรรค
พรรคหน้าใหม่คนหนุ่มสาวพากันถีบจักรยานหาสมาชิก ไม่ใช่ถีบจักรยานหาเสียง อย่ามากล่าวหากัน
แล้วอยู่ๆ เกิดเพลงประเทศกูมี ดังกระหึ่มเรียกเสียงผู้ฟังพากันกดไลค์นับล้านนับสิบล้านวิว
รัฐบาลเริ่มกล้าๆ กลัว หากแตะต้องจับกุมเมื่อไหร่ เป็นได้เรื่อง เมื่อเสียงเพลงเข้าหูคนแล้ว ไม่ใช่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเหมือนรายการวันศุกร์ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มออกมาในทำนองว่า ก็ดี แต่ควรให้สุภาพกว่านี้ หรือไม่ควรกล่าวร้ายประเทศชาติ จะกล่าวหารัฐบาลก็กล่าวหาไป ประเทศและคนไทยไม่เกี่ยว
บ้างก็ว่า ให้เพลงกระหึ่มกดไลค์กันสักพัก ประเดี๋ยวสร่างซาไปเอง เชื่อไหม
เดือนนี้พฤศจิกายนแล้ว หากกำหนดวันเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 เหลือเวลาไม่เต็ม 4 เดือน ใครจะเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะกล้าไม่ประกาศให้มีการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562
ความเคลื่อนไหว หรือการออกมาพูดจาปราศรัย พบกลุ่มผู้เฒ่า พบกลุ่มหนุ่มสาว วันก่อนพบกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งแตกพานมีโอกาสเลือกตั้งครั้งแรกปีหน้า พูดจาประสาดอกไม้ ติโน่นนิด ชมนี่หน่อย ขอร้องอย่าใช้ความรุนแรงไม่ว่าเป็นการพูดจา หรือกำลัง แล้วไม่ต้องถามมีเลือกตั้งไหม “เป็นเผด็จการอย่างนั้นเชียวหรือ”
มีเวลา 4 เดือน หากยังไม่ประกาศวันเลือกตั้งซึ่งมีกำหนดเวลาอย่างน้อยไว้แล้ว ขอให้ปลดดาบบนข้างฝาลงเถิด ไอ้มาตรา 44 นั่นน่ะ ถึงวันนี้แล้ว ปล่อยให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข “แบบไทย-ไทย” เดินหน้าไปด้วยตัวเองไม่ดีกว่าหรือ
เราคนไทย ไม่เชื่อใจคนไทยด้วยกันแล้วจะเชื่อ ห…เอ๊ย…แล้วจะเชื่อใครที่ไหน
ท่านผู้เจริญด้วยวิชาความรู้ทั้งหลาย หยุดพูดเสียทีเถิดว่า การเลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตยเสมอไป ยังมีวิธีการอื่นที่ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย
ถามหน่อยเถอะว่า ไม่เจ็บสีข้าง ไม่เจ็บกำปั้นมั่งหรือไง สู่อุตส่าห์เล่าเรียนเมืองนอกเมืองนามากันคนละหลายปี ไม่เห็นหรือไงว่ามีประเทศไหนบ้างที่เป็นประชาธิปไตยแล้วไม่มีเลือกตั้ง
กลับมาที่ดาบบนข้างฝาดีกว่า ปลดลงเถิด แล้วปล่อยให้ประชาธิปไตยของคนไทยปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง ปล่อยให้เขาเดินไปข้างหน้า แล้วใช้กฎหมายควบคุมดูแลอย่าให้เกิดความรุนแรง
ประการสำคัญ อย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำก้ำเกิน คนนั้นพรรคนั้นทำได้ คนนี้พรรคนี้ทำไม่ได้
เลิกเสียทีได้ไหมการปฏิบัติที่เรียกว่าสองมาตรฐาน สามมาตรฐานนั่นน่ะ
ประเทศไทยไม่เจริญ เพราะ “ประเทศกูมี” อะไรต่อมิอะไรที่ไม่เข้าหู ฯพณฯ นี่แหละครับผม

