หน้าแรก บทความ ลางสังหรณ์ : ...

ลางสังหรณ์ : โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

8.11.18 | 13:00 น.

คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างร่วมงานฟอร์บส์ โกลบอล ซีอีโอ คอนเฟอเรนซ์ครั้งที่ 18 วันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ในต้นปีหน้าประเทศไทยจะเข้าสู่การเลือกตั้ง มีลางสังหรณ์เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีคนต่อไปที่จะหน้าตาคล้ายๆ คนเดิม เลยกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปในทันที

แม้จะพูดแบบทีเล่นทีจริง ไม่ได้ระบุว่าเป็นใครออกมาตรงๆ แต่ละอ่อนทางการเมืองก็คิดไปได้ว่าหมายถึงใคร

คุณสมคิดพูดเพื่อส่งสัญญาณอะไร ไปถึงใครก็แล้วแต่ คำพูดย่อมสะท้อนความคิด ถึงแนวโน้มหัวหน้าคณะรัฐบาลคนใหม่อย่างมีนัยสำคัญทีเดียว
มูลเหตุจูงใจทำให้เกิดลางสังหรณ์เช่นนั้นย่อมหนีไม่พ้นความเชื่อว่า อย่างน้อยมี 3 ปัจจัยที่เป็นเงื่อนไขทำให้เกิดลางสังหรณ์ ได้แก่ ไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. 500 คน อย่างแน่นอน

ปัจจัยที่สอง ความมั่นใจในศักยภาพ แรงส่ง แรงกระสุนของพรรคนอมินี ที่แยกกันเดิน เพื่อมาจับมือกันภายหลังดัน พล.อ.ประยุทธ์ อย่างแข็งขัน

ผลจากปัจจัยสองข้อแรกนี้จะปรากฏออกมาอย่างไร ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง จะเลือกพรรคการเมืองใด และมีจุดยืนไปทางไหนมากกว่ากัน

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สามต่างหากจะมีผลทำให้ลางสังหรณ์กลายเป็นความจริงมากที่สุด เพราะโครงสร้างอำนาจทางการเมืองถูกวางไว้ล่วงหน้าในรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2560 บทที่ว่าด้วยวุฒิสมาชิกนั่นเอง

บทเฉพาะกาล มาตรา 272 ส.ว.มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบเลือกนายกรัฐมนตรี ในระหว่าง 5 ปีแรกให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยจะต้องมีมติเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสองสภา คือ 375 คน (ส.ส. 500, ส.ว. 250)

นอกจากนี้ หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ สมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง ทั้งนี้ รัฐสภาต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้

หัวใจของวรรคนี้ก็คือ เปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้ ไม่จำเป็นต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีของพรรคการเมือง

ปัจจัยประการสุดท้ายนี่เองทำให้ตัวละครในลางสังหรณ์มีความได้เปรียบ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้า และมีทีท่าว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่เสนอแต่งตั้งวุฒิสมาชิก

อย่างไรก็ตาม หากมองด้านกลับ ปัจจัยนี้อาจเป็นจุดชนวนของความขัดแย้งทั้งในสภาและนอกสภาได้เช่นกัน หากผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิต้องการเห็นนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ขณะที่วุฒิสมาชิกส่วนใหญ่ไร้ความอิสระ ต้องทำหน้าที่ต่างตอบแทนผู้มีอำนาจ

แนวโน้มสถานการณ์ที่กำลังดำเนินไปนี้ กระบวนการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิกจึงเป็นสิ่งที่น่าติดตาม วิเคราะห์ผลที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างยิ่ง

การเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นวุฒิสมาชิก รัฐธรรมนูญมาตรา 269(1) กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่ง ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ และมีความเป็นกลางทางการเมือง จำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน มีหน้าที่ดำเนินการสรรหาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด

1.กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งจำนวน 200 คน ให้เสร็จก่อนวันเลือกตั้ง ส.ส.ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน นำรายชื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
2.กรรมการสรรหาวุฒิสภา ไม่เกิน 400 คน เสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
3.คณะรักษาความสงบแห่งชาติเลือกจากบัญชีที่ กกต.ส่งมา 200 คน ให้เหลือ 50 คน สำรองอีก 50 คน เลือกจากบัญชีที่กรรมการสรรหาส่งมาไม่เกิน 400 คน ให้เหลือ 194 คน กับอีก 6 คน เป็นโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร. และ ผบ.ตร. รวม 250 คน สำรอง 50 คน ให้เสร็จภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.

ที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงแค่ว่ารูปร่าง หน้าตา ที่มา คุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ของกรรมการสรรหา จะเป็นเช่นไรเท่านั้น

แต่อยู่ตรงวลีที่ว่ามีความเป็นกลางทางการเมืองต่างหาก หมายความว่าอย่างไร เป็นอิสระ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ว่า ประชาธิปไตย หรือเผด็จการ มีจริงหรือ

ที่สำคัญแม้ว่ากรรมการสรรหาจะพยายามทำตัวเป็นกลางที่สุด แต่ผู้ที่ตัดสินว่าจะเลือกใครเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นผู้มีส่วนได้เสีย แล้วจะตอบสังคมว่าอย่างไร ทำไมถึงเลือกคนนี้ ไม่เลือกคนนั้น คนที่พลาดหวังก็ย่อมต้องการคำตอบเช่นกัน

ว่าที่วุฒิสมาชิกผู้ผิดหวังทั้งหลาย อาจเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำให้ลางสังหรณ์ของคุณสมคิไม่เป็นความจริง ก็เป็นได้

สมหมาย ปาริจฉัตต์