น่าสังเกตว่าแนวทางในการเอาชนะการเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ ที่สะท้อนผ่านทีมเดินพื้นที่ต่างๆ ทีมหาเสียงต่างๆ ได้มุ่งเน้นโจมตีไปที่ นายทักษิณ ชินวัตร และนโยบายที่ผ่านมาของทักษิณเป็นหลัก พร้อมกับพยายามยกนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันว่าเหนือกว่าทักษิณในอดีตอย่างแน่นอน
ประสานเข้ากับมาตรการของรัฐบาลในช่วงโค้งสุดท้าย ที่เอาอกเอาใจประชาชนสารพัดสารพัน จนต้องออกมาชี้แจงแก้ต่างพัลวัน
ยืนยันว่าเป็นวิเศษนิยม ไม่ใช่ประชานิยม อะไรทำนองนั้น
บรรดาคอการเมืองที่ติดตามความเคลื่อนไหวเหล่านี้ มองว่าฝ่ายวางแผนต่อสู้เลือกตั้งของพลังประชารัฐ คงหยิบเอาทักษิณขึ้นมาเป็นตัวตั้ง แล้วมองนโยบายต่างๆ ของทักษิณที่ผ่านๆ มา ว่าทำอะไรเอาไว้บ้าง ครองใจชาวบ้านได้อย่างไร
เสร็จแล้วก็พุ่งเป้าไปที่จุดนั้น
โจมตีไปที่ตัวทักษิณ และทำนโยบายต่างๆ ประกบกับนโยบายทักษิณ พร้อมกับสรุปรวบรัดว่า ของรัฐบาลนี้ดีกว่าทักษิณอย่างไรบ้าง
การโจมตีที่ตัวทักษิณ อย่างที่ได้ยินเป็นข่าวในระยะนี้ เช่น บอกว่าเป็นผู้ที่สร้างความขัดแย้งให้กับบ้านเมือง ที่วุ่นวายอย่างมากมายที่ผ่านๆ มานั้น ก็ล้วนมาจากทักษิณทั้งนั้นแหละ
จนได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ขี่ม้าขาวเข้ามาแก้ไขความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไปอีก เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบ หมดสิ้นความขัดแย้ง
จากนั้นก็เทียบเรื่องนโยบายต่างๆ เช่น บัตรคนจนเหนือกว่าบัตร 30 บาท
ไปจนถึงการโจมตีว่านโยบายของทักษิณที่ผ่านๆ มา มีแต่สร้างหนี้สินให้กับประชาชน
เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาเริ่มเปิดปราศรัยหาเสียงกันจริงๆ เราอาจจะได้เห็นกระบวนการพุ่งเป้าโจมตีทักษิณ และยกนโยบายของรัฐบาลนี้ดีกว่าทักษิณ ดุเดือดเข้มข้นขึ้นไปอีก
แต่สุดท้ายกระบวนการเหล่านี้จะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในชนบทภาคเหนือและภาคอีสาน ที่พรรคของทักษิณยึดครองมาตลอด
เกิดความเปลี่ยนแปลง เกิดการเปลี่ยนใจ
หลั่งไหลมาเลือกพรรคพลังประชารัฐและหนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกหรือไม่
อีกไม่นานคงได้เห็นกัน
จุดสำคัญที่สุด อยู่ที่ประชาชนเอง ซึ่งรู้ดีที่สุดว่านโยบายของรัฐบาลในยุคพรรคไทยรักไทย มาจนถึงเพื่อไทยนั้น ทำให้ชาวชนบทลืมตาอ้าปากได้จริงหรือไม่
แล้วนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำได้เหนือกว่าจริงหรือไม่
ชีวิตความเป็นอยู่ในวันนี้ สภาพเศรษฐกิจเงินทองในกระเป๋าในวันนี้ เชื่อว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบตัวจริง เขาเปรียบเทียบได้
แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าพรรคพลังประชารัฐ ที่ยึดโยงกับรัฐบาลปัจจุบัน คงมีข้อจำกัดมากมาย ยากที่จะหยิบจับอะไรขึ้นมาอวดอ้างกับชาวบ้านในการหาเสียง
ก็เลยต้องพุ่งเป้าไปที่ทักษิณ โจมตีไปที่ทักษิณ แล้วรวบรัดว่ารัฐบาลนี้เอาใจชาวบ้านได้มากกว่า
จะได้ผลหรือไม่ก็เป็นประเด็นหนึ่ง
แต่ขณะเดียวกัน ฟากฝ่ายเพื่อไทยและพรรคเครือข่าย ยังไม่ถึงเวลาปล่อยนโยบายหาเสียงอะไรออกมา
เกิดเปิดออกมา เป็นนโยบายชุดใหม่ที่สร้างความฮือฮา ก้าวทะยานไปอีกขั้น
ลงเอยจะเป็นเหมือนฝ่ายอำนาจปัจจุบัน จะต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามคอยแก้เกมตามหลังเสียมากกว่า
ปัญหาอยู่ที่ว่า 4 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีทีเด็ดอะไรที่เหนือไปกว่ายุคก่อนหน้านั้นนั่นเอง
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

