สภานิติบัญญัติแห่งชาติสร้างวีรกรรมที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์อีกครั้ง ก่อนสิ้นปีเก่าที่ผ่านมา ภายในเวลาราวสามชั่วโมงผ่านร่างกฎหมายรวดเดียว 11 ฉบับ ล้วนแล้วแต่เป็นกฎหมายเกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งสิ้น
ฉบับที่สำคัญ 4 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่จะใช้แทน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ฯลฯ
กล่าวเฉพาะร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ มีเนื้อหา สาระ รายละเอียดหลายประเด็นล้วนเป็นหลักการสำคัญๆ อันจะส่งผลถึงการปฏิรูปการศึกษาทั้งสิ้น
แต่น่าเสียดายที่ประชุมแทบไม่ได้พูดถึงในประเด็นเหล่านั้นเท่าที่ควร ต่างกับเมื่อครั้งบัญญัติกฎหมายสำคัญนี้ปี 2542 สภาขณะนั้นใช้เวลาถกเถียงอภิปรายกันยาวนานกว่าจะคลอดออก
มาได้
ขณะที่การประชุมครั้งนี้ให้น้ำหนักไปที่การจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับร่าง พ.ร.บ.เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นหลัก ซึ่งอ้างได้ว่าทั้งสองเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษายุคนี้ นั่นคือแยกอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ไปรวมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาหันมาทุ่มเทให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัย สร้างนวัตกรรมใหม่สำหรับตอบโจทย์
ไทยแลนด์ 4.0
เหลือภารกิจที่กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบในระดับการศึกษาพื้นฐาน ทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย มีกฎหมายใหม่ให้เกิดการจัดตั้งเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องมือทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระจายอำนาจจากกระทรวงศึกษาธิการไปให้เป็นของเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และต่อไปยังสถานศึกษาในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ วิชาการ บริหารบุคคล งบประมาณและบริหารงานทั่วไป
ขณะดียวกันทำให้นวัตกรรมการศึกษาที่มีมาและพบร่องรอยความหวังหรือความสำเร็จแล้วได้ถูกต่อยอด ขยายผลไปใช้ในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น โดยเริ่มในจังหวัดที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตนวัตกรรม
การศึกษาก่อน
ที่ผ่านมานวัตกรรมการศึกษาซึ่งมีร่องรอยความสำเร็จปรากฏอยู่ไม่น้อย หลายลักษณะ หลายด้าน อาทิ นวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็กทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่ห่างไกล ขาดแคลน นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่เด็กยากจน ขาดโอกาส ขาดแคลนครู
ตัวอย่างนวัตกรรมในโรงเรียนในระบบที่พูดกันบ่อยมาก เช่น โรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนคู่พัฒนา โรงเรียนดีประจำตำบล โรงเรียนประชารัฐ โรงเรียนพัฒาคุณภาพต่อเนื่อง โรงเรียนสุจริต โรงเรียนสีขาว โรงเรียนนอกกะลา ฯลฯ ทั้งที่ภาครัฐดำเนินการเองหรือภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเข้ามาสนับสนุน แต่ก็ไม่สามารถขยายผลให้เกิดขึ้นกว้างขวางได้ ปัญหาคุณภาพ มาตรฐานโรงเรียนต่างกันระหว่างในเมืองกับชนทบทจึงยังรุนแรงอยู่
การที่นวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ได้เท่าที่ควร จึงเป็นปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการถูกตั้งคำถามตลอดมา
นวัตกรรมการบริหารจัดการปัญหาการศึกษาโดยใช้เขตนวัตกรรมการศึกษาเป็นเครื่องมือนี้จึงเป็นความท้าทายและน่าติดตามการทดลองครั้งใหม่ ครั้งใหญ่อีกครั้งเป็นอย่างยิ่งว่า จะทำให้นวัตกรรมการศึกษาทุกด้านขยายผลไปยังสถานศึกษาอื่นๆเป็นการทั่วไปได้จริงหรือไม่
หรือจะก่อให้เกิดปัญหาดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วตามมา เป็นต้นว่า ความทับซ้อนของภารกิจระหว่างเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษากับเขตพื้นที่การศึกษาที่มีอยู่ สถานะ สังกัด และบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่่นวัตกรรมการศึกษา หน่วยงานที่จะเกิดขึ้นเป็นแท่งพิเศษใหม่
หากการทดลองครั้งนี้ประสบความล้มเหลวหรือไม่สำเร็จ แต่ยิ่งเป็นการเพิ่มความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนปกติทั่วไปกับโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่นวัตกรรม จะมีแนวทางป้องกันอย่างไร ไม่ให้ช่องว่างของคุณภาพระหว่างโรงเรียนถ่างกว้าง
ออกไปอีก
ประเด็นเหล่านี้เป็นคำถามในเชิงระบบที่ต้องให้คำอธิบายชัดเจน จะทะลายกำแพงแห่งความเคยชิน ภายใต้วัฒนธรรมอำนาจ รวมศูนย์สู่ส่วนกลางและส่วนบนของกระทรวงศึกษาธิการ กับระบบราชการไทยที่แข็งตัวได้อย่างไร
บทเรียนจากการปฏิรูปการบริหารกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคที่ผ่านมา ช่องว่างระหว่างเขตพื้นที่การศึกษากับศึกษาธิการจังหวัด กรรมการศึกษาธิการจังหวัดยังครุกรุ่นอยู่หลายแห่ง เกิดมีเขตนวัตกรรมการศึกษาเพิ่มเข้ามาจะทำให้ปัญหาลดลงหรือเพิ่มตัวละครขึ้นมาอีก ล้วนต้องเตรียมหาทางแก้ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องมองมุมบวก เป็นความพยายามหาแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งนวัตกรรมการศึกษาที่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งยวดก็คือนวัตกรรมเกี่ยวกับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จอันดับต้นๆ เพราะครูเป็นผู้สัมพันธ์กับผู้เรียนโดยตรง เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจะออกแบบ ลอกแบบ เลียนแบบนวัตกรรมต่างๆ หลากหลายอย่างไรก็ตาม หากนวัตกรรมเพื่อพัฒนาครู เปลี่ยนจากครูคนเดิมเป็นครูคนใหม่ ครูพันธุ์ใหม่ไม่เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง ปฏิรูปการศึกษาภายใต้ พ.ร.บ.เขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษารอบใหม่นี้ คงมีเส้นทางอีกยาวไกลกว่าจะบรรลุเป้าหมายได้

