ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ตรง
กับวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 เป็นวันที่มีความหมายและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นวันที่ประเทศชาติได้ให้ความสำคัญแก่เด็ก แก่อนาคตของชาติ แก่ผู้ที่จะมาเป็นทายาทของสังคม แก่ผู้วัยเยาว์ แก่บุคคลที่จะกลายมาเป็นจุดหล่อหลอมหัวใจของครอบครัว จึงเป็นวันที่ทุกคนทุกฝ่ายของสังคมจะต้องทุ่มเททั้งกายและใจให้กับวันดังกล่าว ถึงแม้ว่าอุปสรรคของการอยู่ร่วมกันนั้นจะมีมากมายเพียงใด สุดท้ายก็คือ “ทำเพื่อลูก”
ความเป็นมาของวันเด็กแห่งชาติและข้อมูลต่างๆ ที่ผู้นำของประเทศแต่ละยุคแต่ละสมัยได้มอบให้เป็นคำขวัญให้เด็กได้ท่องจำจนขึ้นใจแล้วนำไปตอบคำถามในงานวันเด็กเพื่อจะได้รับของขวัญวันเด็กล้วนสามารถค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว แต่การที่จะให้ความสำคัญและใส่ใจในวันดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหนึ่งปีมีเพียงวันเดียวที่เป็นวันของเด็กและเป็นช่วงต้นปีอีกด้วย เป็นการเริ่มต้นของพุทธศักราชใหม่ เป็นการเริ่มต้นของการหันมาทุ่มเทและใส่ใจเกี่ยวกับเด็ก เป็นการเริ่มต้นในการดูแลเลี้ยงดู ให้ความรักความอบอุ่น คุ้มครอง ป้องกันมิให้สิ่งชั่วร้ายมาทำลายเด็กหรือมิให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมาหาผลประโยชน์จากชีวิตของเด็ก ทั้งนี้พวกเขาจะได้มีโอกาสเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นเยาวชนและพลเมืองที่ดีให้กับสังคมและประเทศชาติในที่สุด
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กตั้งแต่พวกเขาเริ่มลืมตาขึ้นมาดูโลกนั้นมีมากมาย นับตั้งแต่คนให้กำเนิดไม่มีความพร้อมในการที่จะมีลูกผู้ให้กำเนิดไม่แสดงตนว่าเป็นลูกของตนเอง เด็กบางคนพอลืมตาขึ้นมาดูโลกก็ไม่เคยเห็นหน้าพ่อผู้ให้กำเนิดเลยหรือยิ่งร้ายไปกว่านั้นแม้แต่แม่ผู้ให้กำเนิดก็ไม่เคยเห็นหน้าท่านแม้แต่ครั้งเดียว จึงเป็นความโชคร้ายของชีวิตเด็กคนนั้นๆ
นอกจากนี้เมื่อเด็กเกิดขึ้นมาจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจไปทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตัวเขาเอง บุคคลและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่นั้นถ้าเป็นไปในทางที่ดีและสร้างสรรค์ก็มักไม่มีปัญหาต่อการเรียนรู้และการทำความเข้าใจของเด็ก แต่ถ้าบุคคลและสิ่งแวดล้อมที่เรียงรายอยู่รอบๆ ตัวเขานั้นกลายเป็นสิ่งที่เป็นพิษ กลายเป็นสิ่งที่เป็นโทษ นับตั้งแต่เกิดมาก็พบแต่ความแตกแยกของบุคคลในครอบครัว ขาดความรักความอบอุ่น ขาดการเลี้ยงดูที่ดีของบุคคลในครอบครัว ขาดโอกาสทางการศึกษา ขาดโอกาสทางสังคม ยิ่งร้ายไปกว่านั้นคือเด็กได้ตกเป็นเหยื่อของปัญหาทางสังคม เช่น เด็กถูกนำไปเป็นเครื่องมือในการทำมาหาเลี้ยงชีพของผู้ใหญ่ที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม เด็กถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ เด็กถูกล่อลวงไปขายแรงงาน เด็กถูกชักนำเข้าไปสู่วงจรของยาบ้าและยาเสพติด เด็กถูกชักจูงเข้าสู่วงจรของกลุ่มมิจฉาชีพ นักเลง การพนัน ให้ลุ่มหลงอยู่ในอบายมุขนับตั้งแต่ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เที่ยวดูการละเล่น เล่นการพนัน คบเพื่อนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านการศึกษาเล่าเรียนหรือการทำหน้าที่ของตนเอง เป็นต้น
นี่คือความโชคร้ายของชีวิตเด็ก แล้วเราอย่างหวังเลยว่าอนาคตของเด็กจะเจริญรุ่งเรืองหรือเติบโตขึ้นมาเป็น “กำลังให้กับสังคมและประเทศชาติ”
เด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาหรือขาดโอกาสทางการศึกษาก็ถือว่าเป็นหัวใจอันสำคัญยิ่งในการพัฒนาเด็ก เพราะการศึกษาถือว่าเป็นหัวใจอันสำคัญสูงสุดของการพัฒนาเด็ก สำหรับเด็กที่มีโอกาสทางครอบครัวและทางสังคมอยู่แล้วก็ไม่มีความเป็นห่วง แต่เด็กที่ด้อยโอกาสไม่ว่าจะครอบครัวยากจน ครอบครัวขาดปัจจัยสี่เพื่อการดำรงชีพ ครอบครัวต้องเร่ร่อนไปเรื่อยๆ ตามอาชีพของผู้ให้กำเนิด เช่น ลูกกรรมกรก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งหาความแน่นอนในการศึกษาเล่าเรียนไม่ได้เลย ต้องย้ายโรงเรียนอยู่เรื่อยๆ ต้องเปลี่ยนครูผู้สอนอยู่ตลอด เมื่อศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสถานศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่งกำลังจะเป็นชิ้นเป็นอันก็ต้องย้ายสถานที่เรียน เพราะผู้ให้กำเนิดต้องย้ายที่ทำงานไปตามแหล่งก่อสร้างซึ่งถือว่าเป็น “ลูกกรรมกรก่อสร้าง” นั่นเอง
เด็กที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ต่างๆ ของทั้งภาครัฐและองค์กรการกุศลเอกชนต่างๆ ก็เป็นเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะชีวิตของพวกเขาไม่สามารถเลือกได้ที่ดีกว่านี้อีกแล้ว สถานสงเคราะห์ต่างๆ หรือองค์กรการกุศลต่างๆ ที่มีอยู่รองรับเด็กที่ขาดโอกาสและด้อยโอกาสในบ้านเมืองเรานั้นมีเพียงพอ ตามนโยบายหรือแผนงานของหน่วยงานนั้นๆ ถ้าเด็กเลือกได้ก็คงไม่อยากเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ซึ่งมีเด็กมากมายและหลายปัญหาที่เพื่อนๆ ของพวกเขาได้รับจากผลกระทบจากปัญหาทางสังคม เด็กถูกทำร้าย เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ เด็กถูกเอารัดเอาเปรียบ เด็กที่รอดพ้นมาจากปัญหาทางอาชญากรรม เด็กที่กำลังจะถูกสิ่งแวดล้อมทำร้ายพวกเขา ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงเด็กที่ครอบครัวยากจน ขาดโอกาสทางสังคม แต่ก็ยังดีที่จะไม่มีทางเลือกสำหรับชีวิตของพวกเขาเลย สถานสงเคราะห์ต่างๆ มีความพร้อมทั้งนโยบาย สถานที่ บุคลากร วัสดุอุปกรณ์ การบริหารจัดการและงบประมาณที่มีอยู่รองรับในการให้ความช่วยเหลือเด็กๆ แต่ที่สำคัญมากคือในสถานสงเคราะห์เหล่านั้นได้มีเด็กมากจนเกินอัตรากำลังที่จะรองรับได้ จึงกลายเป็นปัญหาของผู้เข้าไปรับใช้บริการจนเกิดความแออัดของประชากร กลายเป็นปัญหาภายในขึ้นมาอย่างชัดเจน นี่เป็นทางเลือกและทางออกของปัญหาเด็กอีกด้านหนึ่ง แต่กลายเป็นปัญหาของประชากรแออัดอีกมุมหนึ่งที่จะต้องรีบแก้ไขก่อนที่ชีวิตเด็กจะไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย…
การเลี้ยงดูที่มีโภชนาการที่ถูกสุขลักษณะและเพียงพอต่อวัยของการเจริญพันธุ์ของเด็ก ย่อมเป็นหัวใจอันสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะสร้างเด็กให้เจริญเติบโตขึ้นมาตามวัย เด็กมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เด็กได้มีโอกาสเรียนหนังสือตามวัยและระดับภูมิความรู้ความเข้าใจ เด็กได้รับการอบรมบ่มนิสัยพร่ำสอนจากครูบาอาจารย์หรือผู้ดูแลสถานสงเคราะห์เหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นวิถีชีวิตและข้อวัตรปฏิบัติในชีวิตประจำวันของพวกเขา ได้รับการแนะนำเรื่องอาชีพและหน้าที่การงานในวันข้างหน้า ได้รับการให้ความรู้ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในสถานสงเคราะห์โดยปราศจากการข่มเหงรังแกซึ่งกันและกัน ปราศจากการชักนำไปในทางที่ผิด ในสถานสงเคราะห์นั้นปราศจากอบายมุขทุกชนิด ปราศจากสิ่งเสพติดหรือของมึนเมาทุกชนิด ปราศจากสิ่งแท้และสิ่งเทียมที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรมทุกชนิด แต่มีบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความสนุกสนาน รื่นเริงบันเทิงใจ พร้อมที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ให้กับเด็ก พร้อมที่จะให้พวกเขาออกไปเผชิญกับผู้คนในสังคมข้างนอกและสามารถปรับตนเองให้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข สถานสงเคราะห์ใดสามารถชุบชีวิตเด็กจากย่ำแย่และตกต่ำให้มีความเข้มแข็ง อดทน ต่อสู้ กล้าเผชิญ มีความรู้คู่คุณธรรมได้ ย่อมกลายเป็นที่ยอมรับขององค์กรหน่วยงานสังคมและผู้ที่เคยเข้าไปรับบริการอย่างแน่นอน
แต่ในทางตรงกันข้ามก็จะกลายเป็นภาพลบ ข่าวลบ สร้างความเสียหาย ความเสื่อมเสียให้กับหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยมีปรากฏให้เห็นเป็นที่กล่าวขานของผู้คนในสังคมกันมากนัก
วันเด็กน่าจะเป็นวันที่เข้าใจว่าเด็กก็คือเด็ก เด็กมิใช่เยาวชน เด็กมิใช่คุณพ่อและคุณแม่ เด็กมิใช่คุณตาและคุณยาย เด็กมิใช่ผู้ใหญ่ เด็กมิใช่ผู้ที่จะเรียนรู้และเข้าใจในการแก้ไขปัญหาชีวิตได้ทุกกรณีไป เด็กก็คือผู้มีวัยอ่อนเยาว์ เด็กคือผู้เพิ่งลืมตาขึ้นมาดูโลก เด็กคือผู้ที่ต้องการเรียนรู้ในชีวิต เด็กคือผู้ที่ต้องการความรักความอบอุ่นและการเอาใจใส่จากผู้ให้กำเนิดและผู้คนที่อยู่รอบข้าง เด็กคือหัวใจของสถาบันครอบครัว เด็กคือโซ่คล้องใจของผู้คนในครอบครัว เด็กคือเด็ก ดังนั้น ความต้องการของผู้ใหญ่ไม่ว่ากรณีใดๆ อาจจะมิใช่เป็นความต้องการของเด็กก็ได้ แต่ผู้ใหญ่ย่อมคาดหวังกับอนาคตของเด็กได้ ผู้ใหญ่สามารถวางแผนในการดำเนินชีวิต ในการศึกษาเล่าเรียน ในการประกอบอาชีพหน้าที่การงานที่สุจริตได้ แต่ผู้ใหญ่ไม่ควรไปกำหนดให้เด็กทำตามใจตนเองทุกอย่าง เราควรให้เด็กได้มีทางเลือกตามความรักและความถนัดบ้าง น่าจะเป็นการสร้างเด็กที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด ที่สำคัญผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นระดับใดของสังคม นับตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน สถานศึกษา สถานประกอบการควรจะสร้างบรรยากาศให้เด็กได้พบเห็นแต่ความสุข ความสบายใจ พบเห็นบรรยากาศของการอยู่ร่วมกันของผู้ใหญ่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข มีความรักความอบอุ่น ปราศจากความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น ชักนำให้เด็กมีจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันในสังคม ให้พวกเขาได้รู้ดีรู้ชั่ว รู้ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม อะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ อะไรควรเลือกและอะไรไม่ควรเลือก เมื่อเราเข้าใจเช่นนี้แล้วก็ควรจะมีวันเด็กและเป็นวันเด็กที่มีคุณค่าจริงๆ
วันเด็กนี้จึงขอให้เป็นวันที่ผู้ใหญ่เข้าใจเด็ก เปิดโอกาสให้ได้รับแต่สิ่งที่ดีงาม ได้รับการเริ่มต้นที่สร้างสรรค์ ได้รับบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความรัก ความอบอุ่น ของครอบครัวและผู้คนในสังคม ของขวัญหรือรางวัลในวันเด็กนั้นขอให้เป็นเพียงการหยิบยื่นจุดเริ่มต้นที่ดีเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 364 วันของแต่ละปีนั้นเป็นวันที่ผู้ใหญ่จะต้องใส่ใจ ดูแล คุ้มครอง รักษาชีวิตและอนาคตของเด็กให้ได้ ชีวิตของเด็กจะต้องเรียนรู้และเข้าใจไปอีกตลอดทั้งปี…นี่คือเด็กก็คือเด็ก…
พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก
ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน
เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม.

