“ลานโพธิ์” ผมหมายถึง ลานโพธิ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ต้นโพธิ์ใหญ่ต้นนี้ให้ความร่มเย็นแก่ผู้คน แต่แฝงไปด้วยพลังแห่งความเคลื่อนไหวและก่อให้เกิดคำว่า “ลานโพธิ์” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณคณะศิลปศาสตร์ ฝั่งตรงข้ามเป็นตึกอเนกประสงค์ในปัจจุบัน ศูนย์หนังสือ และตึกโดม เข้าใจว่าในยุคก่อน 14 ตุลาคม และหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 นักศึกษาและประชาชนที่เข้ามาในมหาวิทยาลัยในยุคนั้น มักจะใช้เป็นสถานที่นัดพบและพบปะพูดคุย เพราะได้เปิดพื้นที่โดยมีการก่อปูนซีเมนต์รอบๆ เพื่อให้เป็นที่นั่งรอบๆ ลานโพธิ์
แต่น่าเสียดายที่ “ลานโพธิ์” ในปัจจุบัน ถูกปิดกั้นพื้นที่และก่อปูนทึบหนาเป็นกำแพงและยกเลิกที่นั่งไป จนดูเหมือนลานโพธิ์จะลดความสำคัญลงไปมากและในที่สุดก็ค่อยๆ หมดความสำคัญไปในที่สุด
จึงเป็นที่มาของการตั้งคำถามว่า ใครทำให้ลานโพธิ์ตายแล้ว
ผมเข้าใจว่า “ลานโพธิ์” มีความสำคัญต่อชาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคก่อน 14 ตุลาคม และหลัง 14 ตุลาคม 2516 มาก ทั้งในฐานะสร้างความร่มรื่น ลดสภาวะฝุ่นละออง แต่ที่สำคัญมากๆ “ลานโพธิ์” เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทั้งของชาวธรรมศาสตร์และสังคมไทย โดยเฉพาะเมื่อครั้ง 14 ตุลาคม 2516 ลานโพธิ์ได้เป็นสถานที่ตั้งริ้วขบวนของนิสิตนักศึกษาและประชาชนที่เรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย ซึ่งผมเข้าใจว่า ราวๆ วันที่ 8 ตุลาคม 2516 ลานโพธิ์ได้เป็นสถานที่เริ่มต้นของการชุมนุมเคลื่อนไหวของนักศึกษาเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ 13 คน ซึ่งถูกรัฐบาลทหาร (จอมพลถนอม กิตติขจร) เป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จับกุม และนักศึกษาเห็นว่าเป็นการเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่บริสุทธิ์ใจ สงบ และปราศจากอาวุธ จึงไม่เห็นด้วย
จนกระทั้งนำมาสู่การชุมนุมที่ลานโพธิ์จนได้รับการสนับสนุนจากนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนเป็นจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ จากจำนวนพันกลายเป็นจำนวนหมื่น และเป็นหลายแสนในที่สุด จนต้องย้ายการชุมนุมไปที่ลานสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนที่จะมีการเคลื่อนขบวนออกจากมหาวิทยาลัยไปตามถนนราชดำเนิน กลายเป็นการปะทะกันระหว่างทหารกับนักศึกษาและประชาชน จนกลายเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลาคม
ผู้นำรัฐบาลต้องหนีออกนอกประเทศ และทำให้ได้นายกรัฐมนตรี ชื่อ นายสัญญา ธรรมศักดิ์
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา “ลานโพธิ์” ก็กลายเป็นสถานที่เรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการทหารมาตลอด อย่างภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ลานโพธิ์กลายเป็นสถานที่ล้อการเมืองของนักศึกษาเพื่อต่อต้านการกลับมาของอดีตนายกรัฐมนตรี (จอมพลถนอม กิตติขจร) ซึ่งหนีออกนอกประเทศไป เมื่อ 14 ตุลาคม 2516 และการชุมนุมต่อต้าน
อย่างในวันที่ 4 ตุลาคม 2519 มีภาพล้อการเมืองและเล่นละครที่ลานโพธิ์ในครั้งนั้น ได้กลายเป็นภาพข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ดาวสยามและขณะที่สถานีวิทยุยานเกราะและวิทยุในเครือได้ประโคมข่าวปลุกระดมว่านักศึกษาล้อการเมือง นำไปสู่การกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนกระทั้งมีการชุมนุมของลูกเสือชาวบ้านและกลุ่มพลังต่างๆ ที่ถูกปลุกให้เกลียดชังขบวนการนักศึกษาจนเกิดการปะทะกับกลุ่มนักศึกษา
กระทั่งนำมาสู่การใช้ความรุนแรงกับนักศึกษา จนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และทหารเข้ายึดอำนาจอีกครั้ง มีการล้อมจับผู้นำนักศึกษาและนักศึกษาในธรรมศาสตร์ อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในขณะนั้น ต้องหนีออกนอกประเทศไปเพื่อความปลอดภัย ซึ่งสังคมไทยในเวลาต่อมาเข้าสู่ยุคที่นิสิตนักศึกษาและประชาชนส่วนหนึ่งต้องหนีเข้าป่า ทหารเข้ายึดการบริหารการปกครองประเทศ สังคมไทยช่วงนั้นมีการแบ่งขวาและซ้ายอย่างชัดเจน
ผมเข้าใจว่าในช่วงรัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งที่ 66/2523 เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาที่เข้าป่ากลับสู่เมือง และมีการคืนอำนาจประชาธิปไตยโดยจัดให้มีการเลือกตั้งในเวลาต่อมา
ในช่วงเวลาในปี 2534 ลานโพธิ์ได้กลับมามีบทบาทมากอีกครั้งหนึ่ง เมื่อผู้นำกองทัพได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองและร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2534 ที่ต้องการสืบทอดอำนาจให้ตนเองในครานั้น นักศึกษาและประชาชนได้ใช้ลานโพธิ์เป็นสถานที่ชุมนุมคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับ 2534
ลานโพธิ์ในฐานะที่เป็นฐานที่มั่นในการเรียกร้องประชาธิปไตย จึงได้กลับฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง
และภายหลังการเลือกตั้งในปี 2535 ลานโพธิ์เป็นสถานที่ชุมนุมคัดค้านการสืบทอดอำนาจของผู้นำกองทัพ จนกระทั้งนำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 และนำไปสู่การยุติบทบาทของกองทัพในการเมืองไทยในช่วงเวลาหนึ่งในที่สุด
ผมเข้าใจว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่ก่อนปี 2516 และหลังปี 2516 ลานโพธิ์ได้ตอกย้ำถึงสัญลักษณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองและเรียกร้องประชาธิปไตยของนิสิตนักศึกษาและประชาชนมาไม่น้อยกว่า 40 ปีแล้ว มีการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญๆ หลายเหตุการณ์ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย
จนกระทั่งกลายเป็นมนต์ขลังทางการเมืองว่า การชุมนุมการประท้วงทางการเมืองหากจะเริ่มต้นที่ลานโพธิ์ก็ทำนายได้ว่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย
ทั้งนี้เพราะผมเห็นว่า ลานโพธิ์ได้กลายเป็นพื้นที่ทางความคิด พื้นที่พบปะของผู้คน พื้นที่ถกเถียงพูดคุย และชุมนุมกิจกรรมทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาและประชาชนเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย เป็นการทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนอย่างแท้จริง
แต่เป็นที่น่าเสียดายยิ่งว่า ลานโพธิ์ในปัจจุบันกำลังสิ้นมนต์ขลัง เพราะมีการปิดกั้นพื้นที่ เสมือนการปิดกั้นทางความคิด ปิดกั้นการพบปะพูดคุย
เสมือนหนึ่งว่าจะมีการทำให้ลบเลือนหรือแปลงโฉมลานโพธิ์ไปจากสัญลักษณ์ที่ผ่านมา เหมือนกับกำลังแปลงโฉมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เพี้ยนไป เพราะลานโพธิ์เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับธรรมศาสตร์
และเมื่อลานโพธิ์หมดความหมายไปในที่สุด ร่องรอยของการเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนก็อาจเลือนหายไปด้วยก็ได้
ลานโพธิ์ในปัจจุบันจึงถูกตั้งท้าทายด้วยคำถามว่า “ใครทำให้ลานโพธิ์ตายแล้ว” เสมือนหนึ่งทำให้ธรรมศาสตร์ตายแล้วเช่นกัน
ดร.โกวิทย์ พวงงาม
คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

