สถานีคิดเลขที่ 12 : พรรคมีเดียมไซซ์ : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

8.02.19 | 13:45 น.

สนามเลือกตั้ง 24 มีนาคม แม้จะดำเนินไปท่ามกลางกฎกติกาอันยุ่งเหยิง สร้างความปวดหัวให้กับทุกพรรคการเมือง นักการเมือง ยันประชาชนผู้มีสิทธิมีเสียง แต่ก็มีบรรยากาศอันคึกคักสร้างปรากฏการณ์แปลกใหม่เกิดขึ้นมา ทำให้ทั่วทั้งสังคมได้ตื่นตัวไปกับประชาธิปไตยได้มากมาย

ถ้าพูดถึงเฉพาะพรรคการเมืองที่เกิดใหม่ แต่แจ้งเกิดได้ทันที เป็นที่สนใจของประชาชนวงกว้าง

คงต้องเน้นไปที่ พรรคพลังประชารัฐ ที่มาปุ๊บโตปั๊บ กลายเป็นพรรคระดับบิ๊กไซซ์ ระดับขึ้นเวทีต่อกรกับ พรรคเพื่อไทย และพรรคเก่าแก่คือ ประชาธิปัตย์ ได้อย่างสูสี

อีกพรรคคือ ไทยรักษาชาติ ที่ได้รับการวางตัวเป็นพรรคระดับมีเดียม หมายถึงเป็นพรรคที่น่าจะได้ ส.ส.ประมาณครึ่งร้อย หรือเกินไปนิดหน่อย

ตั้งแต่เมื่อเริ่มเปิดตัว ชาวบ้านก็คุ้นหน้าคุ้นตาแกนหลักของพรรคนี้ ทั้งอ๋อย ทั้งเต้น ทั้งป๋อม

Advertisement

ส่วนใหญ่แตกตัวมาจากพรรคเพื่อไทย โดยแตกออกมาแบบเป็นมิตรกัน ไม่ใช่แตกหัก

แถมชื่อย่อพรรค ทษช. ก็คุ้นหูมาก เหมือนชื่อ-นามสกุลของคนดัง

ยิ่งมาถึงช่วงเปิดตัวผู้สมัคร ยื่นสมัครทั้ง ส.ส.และทั้งแคนดิเดตนายกฯ ยิ่งกลายเป็นข่าวร้อนแรง

จนกลายเป็นพรรคเกิดใหม่ที่ติดปากชาวบ้านอย่างรวดเร็ว

พูดถึงแคนดิเดตนายกฯแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่นาน นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำคนสำคัญของ ทษช. ได้เสนอสูตรนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งหนนี้อย่างน่าขบคิดพิจารณา

โดยนายจาตุรนต์มองว่า ฟากฝ่ายหนึ่งที่ชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น
นายกฯ มีเสียง ส.ว. 250 เสียงตุนเอาไว้แล้ว

เมื่อถึงเวลาโหวตนายกฯในสภา ฟากฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องมาตกลงกันให้ได้ก่อน ว่าจะเอารายชื่อแคนดิเดตนายกฯของพรรคไหนมาเป็นหลักเพียงชื่อเดียว

แล้วทุกพรรคของฝ่ายประชาธิปไตยต้องยกมือให้กับชื่อนี้เพียงชื่อเดียว จึงจะเอาชนะอีกฟากฝ่ายได้

ต้องรวมกันให้ได้ถึง 376 เสียง แล้วโหวตให้ชื่อนายกฯในบัญชีของพรรคเดียวตามที่ตกลงกัน

โดยไม่จำเป็นว่าชื่อนั้น จะเป็นพรรคใหญ่หรือพรรคเล็ก

สำหรับพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งนายจาตุรนต์กล่าวว่า คงไม่ใช่พรรคที่จะเข้ามาเป็นอันดับ 1 โดยคาดการณ์ว่าจะได้ ส.ส. 50-60 คน ประมาณนั้น

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตัดชื่อแคนดิเดตนายกฯพรรคไทยรักษาชาติ ออกจากความเป็นไปได้ในการเป็นนายกฯ

คงไม่ต่างจากในอดีตที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มี 18 เสียง ก็ยังเป็นนายกฯมาแล้ว

นั่นคือสูตรการโหวตนายกฯ ที่ประธานยุทธศาสตร์ ทษช.นำเสนอออกมาเมื่อไม่กี่วันมานี้

ทำนองว่า อาจจะมาจากบัญชีที่เสนอโดยพรรคมีเดียมไซซ์ก็ได้

นี่ก็คงเป็นอีกปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในสนามเลือกตั้งหนนี้

แม้เป็นยุคประชาธิปไตยไม่เต็มใบ แค่ครึ่งใบ หรือแค่เสี้ยวใบ แต่ก็มีอะไรที่ปลุกให้เกิดบรรยากาศความตื่นตัวได้มากทีเดียว

เป็นจุดเริ่มต้นเพื่อนำไปสู่การผลักดันให้กลายเป็นเต็มใบต่อไปให้ได้

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน