น.3คอลัมน์ : ทางเลือก แจ่มชัด จาก อนุทิน ภูมิใจไทย ยืนเรียง เคียงใคร

ยิ่งอ่านแถลงล่าสุดจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยิ่งทำให้นึกถึงอนุสาสน์ของท่านซุนวูที่ว่า “การศึกมิหน่ายเล่ห์” ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ทำไมจึงได้ประกาศก้อง

“พรรคภูมิใจไทยยึดประชาชนเป็นหลักและเคยประกาศชัดเจนแล้วว่าพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี และจะไม่ยอมให้พรรคที่ได้รับการเลือกตั้งจากเสียงข้างน้อยของประชาชนมากำหนดทิศทางประเทศ”

ขณะเดียวกัน ก็ยืนยันอย่างหนักแน่น

“เราไม่ยอมให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเป็นผู้กำหนด เรารับไม่ได้ที่จะให้คนที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเลือกนายกรัฐมนตรี”

นั่นหมายถึง ปฏิเสธบทบาทของ 250 ส.ว.

ถามว่าพรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าพรรคของตนจะได้รับเลือกเข้ามามากเป็นอันดับ 1 กำชัยเหนือกว่าพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์อย่างนั้นหรือ

ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น

ความเด่นชัดในทางการเมืองอันเป็นที่ยอมรับแม้กระทั่งจากพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์

พรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 1 แน่นอน

แม้จะมีการกำหนดวางอย่างที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สรุปอย่างรวบรัดว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา”

แต่ถึงอย่างไรพรรคพลังประชารัฐก็ไม่ได้รับเลือกเป็นอันดับ 1

คำประกาศของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงเท่ากับยืนยันว่าไม่ต้องการเห็นพรรคพลังประชารัฐหรือพรรคประชาธิปัตย์เล่นกลทางการเมือง

ผลักดันรัฐบาลเสียงข้างน้อยเพื่อตีกันพรรคเพื่อไทย

ขณะเดียวกัน เพื่อความรอบคอบและรัดกุม พรรคภูมิใจไทยจึงตีกัน 250 ส.ว. ว่าจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงของ 500 ส.ส.

น้ำเสียงนี้หนักแน่นมากยิ่งกว่าของพรรคประชาธิปัตย์

หากเทียบความแจ่มชัดต้องยอมรับว่าระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ความโน้มเอนของทั้ง 2 พรรคแทบมิได้เป็นความลี้ลับ

พรรคประชาธิปัตย์เอนไปทางพรรคพลังประชารัฐแน่นอน

ขณะเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยมีความโน้มเอนไปทางพรรคเพื่อไทย และมิได้ดำรงอยู่ในแบบ “กั๊ก” อย่างที่เคยสำแดงออกในตอนต้น

เท่ากับว่าพรรคภูมิใจไทยได้ “ข้อมูล” มาอย่างเป็นที่น่าเชื่อถือ

น่าเชื่อถือว่าอันดับ 1 จากการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม ยังคงเป็นของพรรคเพื่อไทยโดยที่ไม่มีอะไรทำให้เกิดการพลิกผันแปรเปลี่ยนได้

และเมื่อพรรคเพื่อไทยผนึกเข้ากับ “พันธมิตร” ความเป็นไปได้ที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากจะครองความเหนือกว่า ไม่ว่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์ หรือการเล่นกลใดๆ ในทางการเมืองก็ตาม

นี่มิได้เป็นความมั่นใจอย่างเลื่อนลอย เบาโหวง หากมาจาก “มืออาชีพ”

ท่าทีในทางการเมืองของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และของพรรคภูมิใจไทย เช่นนี้มิได้เป็นการโยนหินถามทาง ตรงกันข้าม มาจากการตรวจสอบฐานข้อมูลแล้วอย่างค่อนข้างจะรอบด้าน

ประเมินศักย์ของ พรรคพลังประชารัฐ

ประเมินศักย์ของ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ หรือแม้กระทั่งพรรคอนาคตใหม่ เมื่อจับมือกับพรรคภูมิใจไทยแล้วผลจะออกมาอย่างไร

คำถามอยู่ที่ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล คาดผลได้ที่ “ตำแหน่ง” ใดในทางการเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon