เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายก่อนการลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม
เป็นอาทิตย์สุดท้ายที่แต่ละพรรคการเมืองจัดตารางลงพื้นที่ และเปิดเวทีปราศรัยกันเพื่อช่วงชิงคะแนนอย่างคึกคัก
การเลือกตั้งครั้งนี้มีผลสำรวจออกมาหลายต่อหลายสำนัก ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะผลโพลในพื้นที่ภูมิภาคที่สะท้อนความนิยมของประชาชนในพื้นที่ได้ดี
สัปดาห์ที่ผ่านมา ม.อ.โพลมี การพูดถึงกันมากกับผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็น เลือกตั้ง “ภาคใต้ 62” ของประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด จำนวน 1,431 กลุ่มตัวอย่าง
โดยคะแนนความนิยมของพรรคอนาคตใหม่แซงหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ผูกขาดกับพื้นที่ภาคใต้มาโดยตลอด
ผลโพลยังมีตัวเลขที่น่าสนใจ อาทิ กลุ่มตัวอย่างที่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองที่มีอยู่ 33% อยากเลือกอนาคตใหม่มากสุด 26.9% ประชาธิปัตย์ 24.19% เพื่อไทย 19.30% พลังประชารัฐ 11.86% ประชาชาติ 7.67% ภูมิใจไทย 3.72% รวมพลังประชาชาติไทย 2.56%
ส่วนคำถามว่า จะเลือกพรรคเดิมหรือไม่ พบว่า ไม่เลือกถึง 84.80% เลือกพรรคเดิม 15.20%
ส่วนนายกรัฐมนตรีที่คนใต้อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 16.10% รองลงมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 12.00% พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 10.30% และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 8 %
แน่นอนว่าผลโพลที่ออกมาจึงมีทั้งคนที่เชื่อ และไม่เชื่อ มีการตั้งคำถามว่า ผลสำรวจเชื่อถือได้แค่ไหน
ท่าทีของประชาธิปัตย์ต่อผลโพลนี้ แม้ว่า นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง จะมองว่า “ผลโพลที่ออกมาเป็นการไปสำรวจกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือคนที่มีสิทธิลงคะแนนครั้งแรกหรือไม่ เพราะคนรุ่นใหม่อาจจะรู้สึกว่าอยากได้คนรุ่นใหม่มาดูแล และเข้าใจว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอ และให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่มีที่ยืน เช่นกลุ่มนิวเดม แต่อาจจะไม่หวือหวา”
แต่หากดูคำตอบของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องผลโพลที่ออกมาว่า “ไม่ได้กังวลจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ประมาท เพราะมีรายงานเข้ามาจากพื้นที่ตลอด มองว่าการแข่งขันเป็นเรื่องที่ดี”
ประชาธิปัตย์เองก็ไม่ได้ปฏิเสธผลสำรวจที่ออกมาเสียทั้งหมด
การทำโพลเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับการเลือกตั้งมานาน กรณีผลโพลในภาคใต้ ช่วงเลือกตั้งปี’54 ผลสำรวจที่ออกมาไม่มีพรรคไหนที่ตัวเลขความนิยมแซงพรรคประชาธิปัตย์
ยกตัวอย่าง ม.อ.วิทยาเขตปัตตานี สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการเลือกตั้งปี’54 เทคะแนนให้ประชาธิปัตย์ 35.4% เพื่อไทย 21.6%
การทำโพลของ ม.อ.ที่อาจจะค้านความรู้สึก กลุ่มอาจารย์ นักวิชาการที่เป็นเจ้าของโครงการออกมายืนยันแล้วว่า นักวิชาการจะต้องเป็นกลางทางการเมือง ไม่สามารถแสดงออกต่อสาธารณะว่าชื่นชมพรรคการเมืองใด ผู้สมัครคนใด
และ “การทำโพล เป็นไปตามหลักวิชาการอย่างแท้จริง”
ผลการสำรวจที่ออกมาเป็นเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่ คงยากที่จะปฏิเสธหรือไม่ยอมรับ
แม้ผลโพลล์ที่ออกมาจะไม่สามารถการันตีผลการเลือกตั้งได้ว่าใครจะชนะ น่าติดตามว่าประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะสวนทางกับผลสำรวจหรือไม่
และผลการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ประชาธิปัตย์จะยังกวาดเก้าอี้ส.ส.เช่นทุกครั้งที่ผ่านมาหรือไม่?
จากสถานการณ์และปัจจัยทางการเมืองที่เปลี่ยนไป พรรคตัวเลือกไม่ได้มีแค่พรรคการเมืองเดิม ไม่ได้มีแค่ 2พรรคใหญ่อย่าง เพื่อไทย และประชาธิปัตย์
แต่ยังมีพรรคการเมืองใหม่ๆ ทั้งพลังประชารัฐ และ อนาคตใหม่ทีได้แรงหนุนจากคนรุ่นใหม่ จนมาแรงเกือบทุกผลสำรวจ
สุพัด ทีปะลา

