นับเป็นความท้าทายของผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการมาหลายยุคสมัยกับการเรียนการสอนภาษาไทยในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน
โดยเฉพาะ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ที่อัตราความสำเร็จในการเรียนรู้ภาษาไทยของเด็กในพื้นที่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่พึงจะเป็น
กลายเป็น “โจทย์หิน” ที่ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศนโยบายการเพิ่มคุณภาพด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
โดยน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาจัดทำแผนพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน
เริ่มจากการสร้างความเข้าใจในบริบทพื้นที่ “พหุวัฒนธรรม” เข้าถึงปกติวิสัย ความต้องการ และทัศนคติของคนในชุมชน
จากนั้นนำสู่การพัฒนาในรูปแบบที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยมอบหมายให้ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศปบ.จชต. เป็น “หัวเรือใหญ่” กำกับดูแลงานบริหารการศึกษาในพื้นที่ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย และการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ได้ทำควบคู่กันไป
“ครูผู้สอน” มุ่งเน้นเพิ่มพูนทักษะความรู้ความชำนาญ เทคนิค วิธีการสอน ที่ถูกต้องด้วยการตั้งศูนย์การเรียนภาษาไทย จัดนิเทศอาสาเพื่อ workshop การเรียนการสอนภาษาไทยให้ถูกต้องและไม่น่าเบื่อ
คู่ขนานไปกับ “ตัวผู้เรียน” ที่จัดทดสอบความรู้วัดระดับ จัดกิจกรรมประกวดเรียงความชิงทุนการศึกษา จัดเทศกาลสื่อการเรียนการสอนที่เป็นเลิศ สร้างแรงบันดาลใจด้วย Best Practice ซึ่งเปิดให้ประชนทั่วไปได้เข้าชมด้วย
นอกจากนวัตกรรมการเรียนการสอนที่นำมาจัดแสดงที่เด็กจะได้เห็นและเกิด “ไอเดีย” ในการเรียนรู้
ครูผู้สอนก็ได้เห็นและสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการสอนที่เหมาะสมกับเด็กๆ ในพื้นที่
รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ก็ได้เห็นถึงความสำคัญว่า การใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องนั้น จะนำพาลูกหลานของตนไปสู่ความมั่นคงทางสติปัญญา เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่นคงในอนาคตได้อย่างไร!?
นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์สร้าง “นักอ่านน้อย” ของที่นี่ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่มัดใจเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี
นั่นคือทุนสำหรับห้องสมุดที่นี่!
ให้โอกาสนักเรียนไปเลือกซื้อหนังสือที่ตนเองชื่นชอบ ที่มีความเหมาะสม โดยมีคุณครูช่วยแนะนำอย่างใกล้ชิด มาสะสมเป็นคลังความรู้
ทำให้หนังสือในห้องสมุดถูกหมุนเวียนอ่านกันไม่เว้นวัน
คุณครูได้เรียนรู้จากพฤติกรรมความชอบของเด็กแต่ละวัย ปรับประยุกต์แตกแขนงเป็นสื่อการเรียนรู้ภาษาไทยที่หลากหลายไม่ซ้ำซาก
ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนรู้อย่างเหมาะสม มีส่วนร่วมเลือกสื่อเรียนภาษาไทยที่ชื่นชอบ เกิดการซึมซับเพิ่มพูนทักษะสำคัญทั้งการพูด ฟัง อ่าน เขียน ไปอย่างสมวัย
และในบางโรงเรียน อาทิ โรงเรียนบ้านปากบาง ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา ที่พี่น้องมุสลิมโดยรอบโรงเรียนตระหนักว่า การเรียนรู้ภาษาไทยของลูกหลานจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาต่อและประกอบอาชีพที่มั่นคง ก็เข้ามาร่วมสนับสนุนการเรียนการสอนภาษาไทยของโรงเรียนด้วย
เกือบห้าปีให้หลัง ผลสัมฤทธิ์ทางรูปธรรมที่ตั้งเป้าไว้ว่า จะลดจำนวนนักเรียนในพื้นที่ภาคใต้ชายแดน ที่มีระดับทักษะภาษาไทยระดับปรับปรุง ลดลงเหลือเพียงระดับร้อยละ 10 เท่านั้น
ซึ่งได้ปรากฏขึ้นจริงแล้ว!
คู่ขนานไปกับเทคนิคการเรียนการสอนภาษาไทยของครู ก็ถูกยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้เป้าหมายเดียวกันที่ ศปบ.จชต. จะลดอัตรานักเรียนในพื้นที่ซึ่งมีปัญหาด้านการสื่อสารภาษาไทย ระดับปรับปรุงในชั้น ป.1-3 ให้เป็น 0 คือหมดไปในปีการศึกษา 2562 ให้จงได้
ก้าวย่างแห่งความสำเร็จนี้ หากมีการพัฒนาต่อยอดอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง เชื่อว่า “การศึกษาเพื่อความมั่นคง” ของรัฐบาลจะผลิดอกออกผลสร้างคนเพื่อพัฒนาชาติสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป !?!

