หลังจากบ้านเราจัดการเลือกตั้งผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว และยังมองไม่ออกว่าจะจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร ก็หันไปดูประเทศอื่นที่มีการเลือกตั้งช่วงเวลานี้ไปพลางๆ เผื่อเป็นไอเดียหรือแนวทางเปรียบเทียบให้ช่วยกันหาทางออก
ที่สโลวะเกีย ทวีปยุโรป ประเทศนี้แฟนๆ กีฬาน่าจะคุ้นเคยอยู่บ้าง เพราะมีทีมฟุตบอลที่ลงแข่งในศึกยูโร ต่อไปคงเป็นที่รู้จักมากขึ้น ว่าเพิ่งได้ผู้นำหญิงคนแรกของประเทศให้เป็นที่ฮือฮา โดยเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ แถมบุคลิก
หน้าตาดีด้วย
ซูซานนา คาปูโตวา อายุ 45 ปี มาจากพรรคการเมืองแนวก้าวหน้า แนวนิยมกลางเอียงซ้าย เป็นทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมมาก่อน ตัดสินใจลงสู่การเมืองหลังเกิดเหตุนักข่าวที่รายงานเปิดโปงอิทธิพลเถื่อนกับการคอร์รัปชั่นในแวดวงการเมืองถูกสังหารเมื่อปีก่อน
คุณซูซานนาจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมิถุนายน ต่อไปนี้ ทำให้ประชาคมโลกมีผู้นำหญิงเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ในจังหวะเวลาที่บรรยากาศการเมืองยอมรับผู้นำหญิงและผู้นำรุ่นใหม่มากขึ้น จากบทบาทของ จาซินดา อาร์เดิร์น นายกฯหญิงนิวซีแลนด์ วัย 38 ปี ที่ได้รับคำชมมากมายจากประชาชนและสื่อมวลชนในการรับมือกับเหตุการณ์มือปืนคลั่งผิวขาวสังหารหมู่ที่มัสยิด 50 ศพ
สะเทือนขวัญไปทั่วโลก โดยเฉพาะการสื่อสารด้วยความเห็นอกเห็นใจและจริงใจ เป็นขั้วตรงข้ามกับพวกนิยมฝ่ายขวาที่เติบโตขึ้นมาจากวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง
อีกประเทศที่มีเลือกตั้งแล้วทำท่าว่าคนรุ่นใหม่จะขึ้นเป็นผู้นำก็คือยูเครน
การเลือกตั้งรอบแรกจัดไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ผลปรากฏว่านายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี นักแสดงดาวตลกคนดังของประเทศ อายุ 41 ปี ผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน เข้าป้ายอันดับหนึ่ง ส่วนเจ้าของตำแหน่งปัจจุบัน นายเปโตร โปโรเชนโก มีคะแนนตามมา ต้องไปตัดสินในการเลือกตั้งรอบสองวันที่ 21 เมษายน
นายเซเลนสกีแม้ไม่เป็นที่รู้จักในแวดวงต่างประเทศมาก่อน แต่ชาวยูเครนรู้จักดีจากบทบาทประธานาธิบดียูเครนในซีรีส์เรื่องดัง Servant of the People (ผู้รับใช้ประชาชน)
บทบาทเสียดสีและมีอารมณ์ขัน อาจมีส่วนอยู่บ้างที่ทำให้นายเซเลนสกีได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งรอบแรก แต่ที่สำคัญกว่าคือการนำเสนอนโยบายถูกใจประชาชน เช่น นำยูเครนสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และนาโต เจรจากับรัสเซียเพื่อยุติความขัดแย้ง พร้อมจะร่างกฎหมายให้อำนาจประชาชนตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เรียกว่า กฎหมายพลังประชาชน
เมื่อเทียบกับผลงานผู้นำคนปัจจุบันที่เศรษฐกิจไม่ดี คอร์รัปชั่นขยายตัว และเพิ่มความขัดแย้งกับรัสเซีย ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาของระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเปลี่ยนแปลงผู้นำได้ผ่านการเลือกตั้ง
ส่วนการเลือกคนจากวงการบันเทิงมาเป็นผู้นำประเทศไม่ใช่เรื่องแปลก ขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นๆ จะใฝ่รู้ทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง เข้าถึงและเข้าใจประชาชนได้เพียงใด
ไม่ใช่แค่นักแสดงที่จมอยู่กับอคติ อวิชชา ใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง และไม่ใช่ดาวตลกที่มึนๆ ไม่รู้จักประชาธิปไตย
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงเป็นผู้นำไม่ได้ เป็นได้แค่ตลกฝืด
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

