อุตสาหกรรมไข่ไก่ในอุดมคติ : โดย มณวลัญช์ ธาตุธรรม

A Basket of Hens Eggs from Above

อุตสาหกรรมไข่ไก่เป็นธุรกิจดั้งเดิมที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ในระดับท้องถิ่นที่ขาย กันในประเทศ ต่างจากไก่เนื้อ ที่มีตลาดต่างประเทศรองรับ ผู้ผลิตไก่เนื้อแต่ละรายสามารถหาตลาดได้จากทุกทวีปทั่วโลก แต่ไข่ไก่มีลูกค้าเพียงจำนวนประชากรของไทยเท่านั้น!!

ตลาดไข่ไก่ในบ้านเรา เรียกได้ว่ามีผู้เล่นในทุกระดับ ตั้งแต่บริษัทใหญ่ชื่อเสียงโด่งดังอย่าง ซีพี แสงทอง และเบทาโกร ถัดไปก็เป็นผู้เล่นรายกลางอย่างฟาร์มขนาดบิ๊กเบิ้มของบรรดาเฮียๆ หรือกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นั้นๆ เช่น ฟาร์มไทยเอก ฟาร์มร่วมมิตร เกียรติดำรงชัยฟาร์ม ยู่สูง ฯลฯ บางส่วนก็มักจะรวมตัวกันเป็นสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ เช่น สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ฉะเชิงเทรา ไปจนถึงผู้เลี้ยงรายเล็กรายย่อยทั่วประเทศจำนวนมาก

แหล่งผลิตไข่ไก่หลักของประเทศไทยจะอยู่ในภาคกลางและตะวันออก ซึ่งคิดเป็น 2 ใน 3 ของผลผลิตทั้งประเทศ โดยมีฉะเชิงเทรา ชลบุรี ราชบุรี อยุธยา นครปฐม และนครนายก เป็นแหล่งผลิตใหญ่ ส่วนในภาคเหนือแหล่งผลิตไข่ที่สำคัญจะอยู่ในเชียงใหม่ เชียงราย และเหนือตอนล่างอย่างนครสวรรค์ อุตรดิตถ์ ขณะที่ภาคอีสานมีแหล่งผลิตหลักในจังหวัดนครราชสีมา และขอนแก่น ส่วนภาคใต้มีผลผลิตน้อยที่สุด

โดยปกติจะไม่มีการขายไข่ข้ามเขตกัน ยกเว้นกรณีเช่นภาคอีสานที่มีผลผลิตไข่ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ต้องนำเข้าจากภาคตะวันออกและเหนือตอนล่างอยู่เสมอๆ รวมถึงกรณีที่ไข่ไก่ล้นตลาด แหล่งผลิตใหญ่ๆ อย่างตะวันออกและเหนือก็มักจะส่งไข่ข้ามเขตไปขาย(ทิ้ง)ที่ภาคอีสานจนเกินความต้องการ เป็นต้น

จากปริมาณผลผลิตไข่ราว 48 ล้านฟองต่อวัน เทียบกับอัตราการบริโภคเฉลี่ยของคนไทยที่ 40 ล้านฟองต่อวัน ก็ดูจะเป็นระดับที่ยังไม่เหมาะสม เพราะมีไข่ส่วนเกินทุกวันวันละ 8 ล้านฟอง เป็นโอเวอร์ซัพพลายถึง 20% ขณะที่ส่วนเกินที่เหมาะสมนั้นไม่ควรเกิน 5% เมื่ออุปสงค์-อุปทานไม่สมดุลกันเช่นนี้ จึงเป็นที่มาของปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาวะขาดทุนอยู่บ่อยครั้ง

“ไข่ไก่” เป็นสินค้าเกษตรที่มีตลาดแคบและจำกัดเพียงในประเทศ ธุรกิจไข่ไก่จึงจำเป็นต้องร่วมกันวางแผนทั้งระบบ ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ร่วมกันทั้งห่วงโซ่การผลิต เป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ควรแก่งแย่งชิงดีกัน แต่ต้องสามัคคีและร่วมมือเดินหน้าไปด้วยกันทั้งองคาพยพ ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้ว ภาครัฐทั้งรัฐมนตรีกระทรวง ทั้งอธิบดีกรม ต่างยื่นมือเข้าช่วยแก้ปัญหาแล้ว ก็มีหลายคนเต็มใจเสียสละเพื่อส่วนรวม ทำตามคำร้องขอทุกครั้ง แต่ขณะเดียวกันกลับมีบางคนเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือใดๆ เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาโดยองค์รวม

จริงอยู่ว่าทำธุรกิจนั้นต้องอาศัยการลงทุน อาศัยเทคนิคและกลยุทธ์การขาย ตามแต่แต่ละคนจะหยิบยกออกมาใช้ ต่างคนต่างมุ่งหวังให้ธุรกิจของตนเติบโต แต่ไม่ควรมองข้ามภาพรวมของอุตสาหกรรม ลืมคิดถึงตลาดรองรับที่มีจำนวนประชากรของไทยเพียง 66 ล้านคนเท่านั้น เมื่อต่างคนต่างมุ่งประโยชน์ตน มันก็จะกลายเป็นว่า ความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนนั้น มักจะย้อนกลับมาทำลายหม้อข้าวของคนทั้งวงการรวมถึงตนเองด้วยในที่สุด

อันที่จริงผู้เลี้ยงไก่ไข่บ้านเราแทบทุกราย ล้วนเป็นผู้เลี้ยงเก่าแก่ทำฟาร์มกันมาไม่ต่ำกว่า 20-30 ปีด้วยกันทั้งสิ้น รู้กันอยู่แก่ใจทั้งนั้นว่า แต่ละช่วงแต่ละฤดูกาล ระดับอุปสงค์-อุปทานของไข่ไก่มีขึ้นมีลงอย่างไร หากเพียงใส่ใจปัดกวาดบ้านตัวเองในแต่ละช่วงให้เหมาะสม เตรียมความพร้อมด้วยการจัดการปริมาณผลผลิตในฟาร์มของตน ก็จะช่วยให้อุตสาหกรรมไข่ไก่ขับเคลื่อนไปได้โดยไม่สะดุด ไม่เกิดส่วนเกินสะสมจนราคาต้องตกต่ำลง

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ผู้เลี้ยงไก่ไข่ทุกคนรู้ดีว่าระดับความต้องการบริโภคไข่ไก่จะลดลงในช่วงปิดเทอม และกินเจ หากทุกฟาร์มปลดแม่ไก่ยืนกรงก่อนถึงช่วงดังกล่าวลงพร้อมกันสักเพียง 10% ปริมาณผลผลิตไข่ไก่ในช่วงปิดเทอมและกินเจก็จะหายไปทันที สอดคล้องและสมดุลกับความต้องการบริโภคมากขึ้น ดีกว่าการปล่อยให้ไก่ยืนกรงและให้ไข่ไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความต้องการบริโภคที่น้อยลง เพียงเท่านี้ทุกคนในอุตสาหกรรมก็ไม่ต้องเผชิญสถานการณ์ราคาไข่ตกต่ำจนสาหัสสากรรจ์ดังเช่นที่ผ่านมา แต่เท่าที่เห็นก็มีบางคนเอาแต่จ้องให้คนอื่นปลดแม่ไก่ ส่วนตัวเองไม่ยอมปลดแล้วรอขายไข่ตอนราคาขยับแทน นี่จึงเป็นแกะดำที่ควรกำจัดให้หมดไปจากอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ราคาไข่ที่กำลังปรับตัวดีขึ้นในขณะนี้ ก็เป็นผลมาจากหลายคนในวงการที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการรัฐอย่างจริงจัง ยอมเฉือนเนื้อตัวเอง ทั้งการปลดแม่ไก่ยืนกรง การเก็บไข่เข้าห้องเย็น หรือแม้แต่การลดปู่ย่าพันธุ์ไก่ไข่ เหล่านี้ทำให้ปริมาณไข่ส่วนเกินลดลงได้ชัดเจน คนเหล่านี้จึงนับเป็นผู้เสียสละ และมี “ใจ” ที่จะทำให้อุตสาหกรรมไข่ยั่งยืนซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม

ถ้าอุตสาหกรรมไข่ไก่ ไม่มี“แกะดำ”ที่คอยฉวยโอกาสหาประโยชน์ใส่ตัวในยามที่ผู้อื่นกำลังเสียสละเพื่อส่วนรวม ก็คงได้เห็นภาพ “อุตสาหกรรมไข่ไก่ในอุดมคติ” ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในสักวัน

มณวลัญช์ ธาตุธรรม

บทความก่อนหน้านี้เหยี่ยวถลาลม : ตระกูล‘ช’จะทำอะไร
บทความถัดไปนิวส์โน้ต : กล้าๆหน่อย