มิใช่เพลงที่ ดาวใจ ไพจิตร ขับร้อง หากเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มิเพียงเป็นความระทมของชาวฝรั่งเศส หากเป็นความเศร้าโศกของชาวคริสต์นิกายคาทอลิกทั่วโลก อันเกิดจากมหาวิหารนอเทรอดามในกรุงปารีสเกิดเพลิงไหม้
เพลิงไหม้ที่มหาวิหารเก่าแก่อายุเกินกว่า 850 ปี เป็นมหาวิปโยค เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่
“นอเทรอดาม” ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของฝรั่งเศสและยุโรป หากยังเป็นสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าของโลก อันเป็นมรดกโลกของสหประชาชาติ
สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้เป็นที่คลางแคลงใจของคนทั่วโลก
เมื่อเกิด “เหตุการณ์ 911” อเมริกันชนจำนวนมากสงสัยคลางแคลงใจว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร และใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
เมื่อเกิด “เหตุการณ์นอเทรอดาม” ก็มีเสียงรำพึงรำพันของคนฝรั่งเศส เนื้อแท้ใกล้เคียงกัน
เป็นความระทึกในดวงหทัยโดยพลัน
สังคมปฏิเสธมิได้ว่า นอกจากชาวตะวันตก มิได้หมายความว่าทุกคนที่ต่างภูมิภาคจะมีน้ำตาไหลออกมาเช่นเดียวกับคนฝรั่งเศส เพราะความยอมรับในเหตุผลมีจุดต่าง ทั้งนี้เนื่องจากประวัติศาสตร์แห่งลัทธิอาณานิคมเหลือไว้ซึ่งปมปัญหาอันมากโข และยังดำรงอยู่ในดวงหทัย
นามแห่งมหาวิหารนอเทรอดามนั้นยิ่งใหญ่ ใหญ่ขนาดนักประพันธ์ระบือนามฝรั่งเศส Victor Marie Hugo ได้พรรณนาว่า “ปารีสมีวิหารนอเทรอดาม ตะวันออกมีพระราชวังฤดูร้อน”
ครั้งหนึ่งนานมาแล้วในเอกภพเดียวกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์อันทหารพันธมิตรสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสได้บุกรุกจุดไฟเผาพระราชวังฤดูร้อน “ฮูโก” ได้เขียนจดหมายถึงสหายคนหนึ่ง โดยประณามหยามเหยียดพฤติกรรมทหารที่เผาวังความว่า “มีโจร 2 คน ทำการบุกรุกพระราชวังฤดูร้อน คนหนึ่งทำการปล้นทรัพย์ คนหนึ่งวางเพลิงเผาทรัพย์”
อันพระราชวังฤดูร้อนนั้น เป็นมรดกล้ำค่าของประเทศจีน ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง เหตุการณ์ทหารพันธมิตรบุกรุกเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 ซึ่งตรงกับสมัยชิงของจีน
แม้ไฟไหม้ “นอเทรอดาม” ครั้งนี้ กับลักษณะการณ์ “พระราชวังฤดูร้อน” มีจุดต่าง
แต่ทั้ง 2 เรื่องก็มีจุดเหมือนคือ “ความสูญเสียทางวัฒนธรรม”
ประชาคมโลกมองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ น่าจะเกิดจากลัทธิชาติพันธุ์เป็นเหตุ เพราะสอดคล้องกับการพรรณนาในจดหมายของ “ฮูโก” ที่เขียนถึงเพื่อน
เวลา 10 ปีที่ผ่านมา สถาปัตยกรรมอันล้ำค่าของโลกเป็นจำนวนมากถูกเพลิงเผาไหม้ ถูกระเบิดทำลาย และถูกโจรกรรม อาทิ 2001 พระพุทธรูป “บามียาน” ขนาดใหญ่ในอัฟกานิสถานถูกกลุ่มทาลิบันทิ้งระเบิดทำลายเสียหายยับเยิน
2003 ระหว่างสงครามอิรัก พิพิธภัณฑ์แบกแดดถูกบุกรุกทำลายสิ้นเชิง
และเมื่อไม่นานมานี้ ศาสนสถานประเทศซีเรียชื่อ Ball-Shamin อายุเกินพันปีก็ได้ถูกกลุ่มประเทศอิสลามทำลายราบเป็นหน้ากลอง
ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์ประเทศบราซิลได้เกิดเพลิงไหม้ สิ่งของที่สะสมไว้ประมาณ 20 ล้านชิ้น ถูกเผาไหม้ไปกับกองเพลิงเกินกว่า 90%
หากประเมินค่าเสียหายย่อมมากกว่า “นอเทรอดาม” และเป็นมรดกอันล้ำค่ากว่ามรดกใดในโลกที่ได้สูญเสียไป แต่ในโลกตะวันตกถือกันว่าน้อยกว่า จึงให้ความสนใจไม่มาก
เป็นที่ประจักษ์ว่า ตรรกะแห่งลัทธิศูนย์กลางยุโรป (ตะวันตก) ควรต้องทำการทบทวน
ความป่าเถื่อนของมนุษย์ การใช้กำลังโดยปราศจากสติทำลายมรดกอันล้ำค่าของโลกนั้น
เป็นนิทัศน์อุทาหรณ์ที่ดี
การปฏิวัติทางวัฒนธรรมของจีนเป็นนิทัศน์อุทาหรณ์ที่ควรแก่การทรงจำ
การปล้นสะดมแห่งลัทธิอาณานิคมตะวันตกเป็นนิทัศน์อุทาหรณ์ที่ไม่ควรลืม
ย้อนมองอดีตเมื่อศตวรรษที่ 19 ฝรั่งเศสรุกรานแอฟริกาขนาดใหญ่ ทำการยึดครองสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าเป็นจำนวนนับหมื่นชิ้น วันนี้ยังเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส
แม้ประธานาธิบดีมาครงให้คำมั่นว่ายกเลิกนโยบาย “ปฏิเสธส่งคืน” ก็ตาม
แต่เมื่อใดทรัพย์สินจะได้กลับคืนบ้านเกิด ยังเป็นคำถาม
ในสายตาของชาวแอฟริกาจำนวนไม่น้อย เห็นว่าพฤติกรรมแห่งลัทธิอาณานิคมของฝรั่งเศสนั้น มิใช่เป็นเรื่องเก่าเก็บ หากเป็นเรื่องดิบ ดิบที่ยังดำรงอยู่
ย้อนมองอดีต “เหตุการณ์ 911” อเมริกันชนมีความระทมเจ็บปวดโดยทั่วหน้า แต่ปรากฏว่ามิใช่ทุกคนในโลกเห็นใจพวกเขา ฉะนั้น ปัญญาชนอเมริกาจึงเห็นพ้องกันว่า สหรัฐควรต้องทำการทบทวนนโยบายแห่งอำนาจเจ้าโลกที่ถือปฏิบัติในตะวันออกกลาง แต่น่าเสียดายในที่สุดสหรัฐไม่สามารถนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
เหตุการณ์นอเทรอดามที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ต่างไปจากเหตุการณ์ 911 ครั้งนั้น อันมีเสียงแผ่วมาตามสายลมน่ารับฟังอย่างยิ่ง “ทำไมเกลียดชังพวกเรา ทำไมถึงทำกับฉันได้”
ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

