หน้าแรก บทความ ตีตราหรือป้อง...

ตีตราหรือป้องกัน… : เฉลิมพล พลมุข

15.05.19 | 12:00 น.

มนุษยชาติหรือสิ่งมีชีวิตอื่นใดในโลกนี้ การดำรงชีวิตให้อยู่รอดเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ของตนเอง นอกจากปัจจัยสี่พื้นฐานทั้งอาหาร การกิน เสื้อผ้านุ่งห่ม บ้านพักที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล ยารักษาโรคแล้ว การมีเพศสัมพันธ์หรือการสืบพันธุ์ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งของชีวิตที่ติดมากับชีวิต นัยยะของศีลธรรม กฎหมาย ความเชื่อ ความคิด
ความรู้ ประเพณีวัฒนธรรมของกลุ่ม เผ่า ชนชาติแต่ละประเทศก็มีในบริบทที่แตกต่างกัน

นายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ให้ข้อมูลกรณีโรงพยาบาลบางรัก ได้เผยแพร่บทความโรคซิฟิลิสกลับมาระบาดอีกครั้ง โดยพบมากที่สุดในวัยรุ่นที่มีการเรียนในระดับมัธยมศึกษาถึงระดับมหาวิทยาลัย สำหรับเมืองไทยเราโรคซิฟิลิสได้หายไปจากประเทศไทยเรากว่า 20 ปี เนื่องด้วยได้มีการรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัย โดยโรคดังกล่าวถือว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรงที่ทำให้เกิดการแทรกซ้อนในอวัยวะต่างๆ ของร่างกายรวมถึงระบบประสาท วัยรุ่นที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม สำส่อน อาจทำให้ติดโรคได้โดยไม่รู้ตัว (มติชนรายวัน 5 พฤษภาคม 2562 หน้า 6)

ข้อเสนอแนะของรัฐมนตรีช่วย ศธ. การแพร่ระบาดของโรคซิฟิลิสถือว่าอันตราย จะมีการพบในเด็กทารกแรกเกิดที่ตัวแม่เองก็มิทราบว่าเป็นโรคดังกล่าว โรงเรียน มหาวิทยาลัยและกระทรวงสาธารณสุขควรหารือกัน รณรงค์ป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์หรือป้องกันโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเอดส์ ซึ่งในปัจจุบันข่าวหรือข้อมูลเกี่ยวกับเอดส์ในสังคมไทยเราดูเสมือนว่าจะลดน้อยลงไปหรือมิได้ปรากฏเป็นข่าวที่ถูกนำเสนอในสื่อทั้งในเมืองไทยเราและสังคมโลกบ่อยนัก
สำส่อน ในความหมายของพจนานุกรม ฉบับมติชน 2547 ก็คือ ปะปนหรือคบหาโดยไม่เลือก เช่น คน

สำส่อน นอกจากนั้นยังมีคำ ส่ำสาม เป็นคำด่าหมายถึง สำส่อน ชั่ว เช่น ไม่เหมือนอีอุบาทว์ชาติกุมภีล์ ตัวกะลีกะลำส่ำสาม (ไกรทอง) นอกจากคำในความหมายดังกล่าวแล้วยังมีคำเรียกอื่นทั้งในระดับชาวบ้านไปถึงชนชั้นสูงที่ใช้เรียกถึงพฤติกรรมดังกล่าว ผู้ที่ได้รับฟังหรือคนที่มีความป่วยด้วยโรคดังกล่าวหรือโรคทางเพศสัมพันธ์เพื่อเข้ารับการดูแลรักษา เขาจะยอมรับหรือปฏิเสธความหมายในคำดังกล่าวหรือไม่…

พฤติกรรมทางเพศทั้งในสังคมไทยเราปัจจุบันและอดีตที่ผ่านมาอาจจะรวมถึงสังคมของคนทั้งโลก มีความหลากหลายเนื่องด้วยธรรมชาติของคนหรือมนุษย์ เมื่อเจริญวัยหรืออาจจะมีคำเรียกที่ว่าวัยเจริญพันธุ์ถึงในระดับหนึ่งแล้ว ความต้องการของธรรมชาติหรือพลังดูดทั้งในระหว่างเพศและเพศเดียวกันย่อมเกิดขึ้นได้ ในยุคสมัยก่อนรุ่นย่า ยายของเราท่านทั้งหลายบางครอบครัวมีความสามารถในการมีลูกถึงหนึ่งโหล นั่นหมายถึงให้กำเนิดบุตรได้ถึง 12 คนต่อความเป็นแม่เพียงคนเดียว เขาเหล่านั้นบางคนเริ่มมีครอบครัวตั้งแต่เริ่มต้นของการมีประจำเดือน บางคนมีสามีมีลูกแล้วก็เกิดการหย่าร้างเปลี่ยนไปมีสามีใหม่หลายๆ คน หรือมีภรรยาใหม่หลายๆ คน จะอยู่ในความหมายของคำดังกล่าวหรือไม่

Advertisement

ข้อเท็จจริงหนึ่งของพฤติกรรมของวัยรุ่นไทยยุคปัจจุบันนี้มีความแตกต่างจากรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายอย่างสิ้นเชิง เนื่องด้วยปัจจุบันเป็นยุคแห่งสังคมของบริโภคนิยม วัตถุนิยม เงินนิยม แฟชั่นนิยม รวมถึงเสรีนิยมทั้งในพฤติกรรมส่วนตัวและการแสดงออกต่อสังคม การเข้าถึงคลิปโป๊ หนังเรตอาร์ หนังโป๊ออนไลน์ หรือสื่ออื่นใดที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ เพศสัมพันธ์มิเป็นการยากยิ่ง ขณะเดียวกันความสัมพันธ์เชิงครอบครัวเดี่ยวพ่อแม่ต้องไปทำงานในระยะเวลาที่ยาวนาน วัยรุ่นบางคนมีครอบครัวแตกแยกต้องอยู่กับบุคคลอื่นปู่ย่า ตายาย หรือญาติ พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นนำไปสู่ปัญหาของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคนที่ดูเสมือนเป็นการประทับตราบาปสำหรับชีวิตของเขา

การรณรงค์มิให้มีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์ วันลอยกระทง หรือวันอื่นใดที่ถูกกำหนด ก็ดูเสมือนย้อนแย้งกันในเรื่องการรณรงค์ให้มีการกำเนิดลูกเพื่อเพิ่มยอดของประชากรที่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง อะไร สิ่งใดคือจุดร่วมที่เหมาะสมและลงตัว…

ผู้เขียนใคร่ขอนำตัวเลขจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่ามีสตรีตั้งครรภ์โดยขาดความรู้ถึงการคุม
กำเนิดประมาณ 33 ล้านคน ตัวเลขหนึ่งของสังคมไทยเราในปี พ.ศ.2560 พบว่าวัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี มีการคลอดลูกปีละกว่า 8.4 หมื่นคน หรือเฉลี่ย 232 คนต่อวัน และมีการคลอดซ้ำในกลุ่มดังกล่าวถึง 9,092 คน หรือร้อยละ 10.7 ขณะที่วัยรุ่นอายุ 10-14 ปี มีการคลอดบุตร 2,559 คน หรือประมาณวันละ 7 คน ที่ถือว่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ที่กำหนดถึงสัดส่วนผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรจะตั้งครรภ์ไม่เกินร้อยละ 10 (tnews.co.th)

ช่วงวันเวลาที่ผ่านมาของผู้ที่เป็นนักเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศมีการปิดเทอมในระยะเวลาที่ยาวนาน การที่วัยรุ่นบางคนคบเพื่อนต่างเพศเป็นแฟนกัน เป็นคู่รักกันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของวัยรุ่นทั่วๆ ไป อาจจะรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทั้งป้องกันและมิได้ป้องกัน ก็อาจจักรวมอยู่ทั้งในการตระหนักและภูมิคุ้มกันในชีวิตของวัยรุ่นแต่ละชีวิต นอกจากพฤติกรรมในเรื่องเพศแล้วเขาบางคนยังมีพฤติกรรมอื่นที่กระทบต่อสังคมในภาพรวม อาทิ เด็กแว้นมีอยู่ทุกแห่งหนทั่วประเทศ เล่นการพนันออนไลน์ ยาเสพติด บางกลุ่มบางคนก็แสดงถึงพลังออกในการตีกันในงานสำคัญทั้งงานสงกรานต์ งานบวชนาค หรืองานดูคอนเสิร์ตดังที่เป็นข่าวที่ถูกเสนอในสื่อที่ผ่านมา

วัยรุ่นบางคนอาจจะมิได้ตระหนักถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่จะตามมา อาทิ ไวรัสตับอักเสบบี หูดหงอนไก่ หูดข้าวสุก หิด โลน หนองในเทียม ท่อปัสสาวะอักเสบ ช่องคลอดอักเสบ พยาธิในช่องคลอด เชื้อราในช่องคลอด แผลริมอ่อน เริมที่อวัยวะเพศ อุ้งเชิงกรานอักเสบ แผลกามโรคเรื้อรังที่ขาหนีบ ซิฟิลิส มิได้นับรวมถึงการเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ของสังคม…

การสอนเพศศึกษาและทักษะของชีวิตซึ่งมีอยู่ในทุกระดับการศึกษาทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษารวมถึงในระดับมหาวิทยาลัยในเมืองไทยเราอยู่ในทุกภาคการศึกษา ครูผู้สอนบางคนเป็นสาวโสด หรือครูหนุ่มบางคนเป็นหนุ่มโสดถูกให้รับผิดชอบในรายวิชาดังกล่าว การใช้สื่อคำพูด ทักษะการสอนอาจจะรวมถึงประสบการณ์ทางเพศของครูบางคนดูเสมือนว่าจะตามไม่ทันกับประสบการณ์ของผู้เรียนบางคน อะไร สิ่งใดคือประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการอบรมและการเรียนการสอนในเรื่องเพศศึกษา

มีงานวิจัยเชิงคุณภาพถึง “เยาวชนคิดอย่างไรเกี่ยวกับการสอนเพศศึกษา มุมมองและประสบการณ์ของเยาวชน” งานวิจัยดังกล่าวมีในจำนวน 48 ชิ้นใน 10 ประเทศ ในสหราชอาณาจักร ไอซ์แลนด์ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น อิหร่าน บราซิลและสวีเดนพบว่าวิชาเพศศึกษาไม่ตรงใจกับผู้เรียน ขาดข้อมูลที่ตรงประเด็น เนื้อหาไม่ถูกจุด ไม่ตรงใจ จึงไม่สนใจที่จะเรียนต่อไป การเรียนเรื่องเพศและสัมพันธภาพเป็นไปในเชิงลบ เน้นศีลธรรม รวมถึงการสอนแบบวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจยากกับชีวิตจริง เพศหญิงถูกมองว่าเป็นฝ่ายรับที่ไม่มีปฏิกิริยาปฏิเสธโต้แย้ง ขณะเดียวกันผู้ชายก็ถูกมองว่าเป็นนักล่า ผู้ล่าเหยื่อ และข้อเท็จจริงหนึ่งก็คือ เด็กนักเรียนวัยรุ่นบางคนมีประสบการณ์ทางเพศที่ผ่านมาแล้ว…

เมืองไทยเราได้มีพระราชบัญญัติถึงคุณแม่วัยใสหรือวัยรุ่นตั้งท้อง สามารถเล่าเรียนศึกษาในสถานศึกษาได้หรือที่เรียกว่า “สิทธิเด็กท้อง” โดยมีชื่อเรียกว่า พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 มีจำนวน 24 มาตรา ซึ่งได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2559 โดยมีสาระสำคัญที่สถานศึกษาและผู้บริหารจักต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไม่มีข้อละเว้น อาทิ…

“วัยรุ่น หมายถึง บุคคลอายุ 10-20 ปี นอกจากนี้ ยังให้สถานศึกษาต้องจัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียน จัดหาผู้สอนให้เหมาะสม ครูผู้สอนต้องผ่านหลักสูตรการอบรมหรือมีประสบการณ์ในการสอนเพศวิถีโดยตรง พร้อมทั้งสร้างระบบการดูแล ช่วยเหลือ คุ้มครองเด็กที่ตั้งครรภ์ให้ได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสม…”

ในมาตรา 5 วัยรุ่นมีสิทธิตัดสินใจด้วยตนเองและมีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารและความรู้ ได้รับการบริการอนามัยเจริญพันธุ์ ได้รับการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว ได้รับการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเสมอภาคและไม่ถูกเลือกปฏิบัติและได้รับสิทธิอื่นใดที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนและเพียงพอ

และในมาตรา 9 ให้มีการจัดสวัสดิการสังคมที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (1) ส่งเสริมสนับสนุนให้สภามีเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอ จังหวัด เพื่อสร้างเครือข่ายแกนนำป้องกัน แก้ไขและเฝ้าระวังการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (2) ส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ประสานงานเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และครอบครัว (3) ให้มีการฝึกอาชีพตามความสนใจและความถนัดของวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และหลังคลอด ประสานจัดหางานให้ได้ประกอบอาชีพตามความเหมาะสม (4) จัดหาครอบครัวทดแทนในกรณีที่วัยรุ่นไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเองได้ (5) จัดสวัสดิการสังคมในด้านอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

สำหรับบทกำหนดโทษ ในมาตรา 23 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา 20 โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้เขียนเข้าใจว่าในอดีตที่ผ่านมาของสังคมไทยเรา คงจะยังไม่มีคดีความจากกรณีดังกล่าวที่ผู้บริหารสถานศึกษา อธิการบดีที่มิได้ปฏิบัติตามกฎหมายถูกศาลพิพากษาลงโทษตามกฎหมายดังกล่าว

ข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราท่านได้พบเห็นเชิงประจักษ์ที่ว่า ปัจจุบันมีวัยรุ่น คุณแม่วัยใสตั้งท้อง อยู่ในระบบการเรียนการสอนในสถานศึกษาทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษาและในระดับมหาวิทยาลัยอยู่ทั่วประเทศ วัยรุ่นที่เป็นคุณแม่วัยใสบางคนขณะเรียนอยู่ในชุดนักศึกษาก็นำลูกทารกเล็กๆ เข้าชั้นเรียนมีการให้นมลูกขณะเรียนไปด้วยในบางรายวิชา ขณะเดียวกันวัยรุ่นคุณแม่วัยใสบางคนก็ถูกออกนอกระบบการศึกษา เพื่อไปเลี้ยงดูแลลูกของตนเองให้เป็นคนที่มีคุณภาพในวันข้างหน้า มีคำถามที่มากมายระหว่างผู้ใหญ่ของบางกระทรวง ต่อเด็ก เยาวชน วัยรุ่นเหล่านั้นเขาได้มีพฤติกรรมที่เป็นการสำส่อน ตีตราหรือจะทางช่วยแก้ไขป้องกันรวมอยู่ด้วยหรือไม่…

เด็กเยาวชน วัยรุ่นวัยเรียนคือเนื้อผ้าสีขาวชั้นดีของสังคมที่จะผลักเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคมการเมืองและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติไปได้อย่างมั่นคงเสมือนอารยประเทศ ปัญหาของชาติบ้านเมืองในวันนี้ถูกตั้งคำถามที่ว่าเป็นปัญหามาจากวัยรุ่นวัยเรียนหรือวัยผู้ใหญ่บางคนที่มิรู้ตัวตนของตนเอง
และปัญหาของประเทศชาติข้างหน้าอย่างที่ควรเป็นไป…

เฉลิมพล พลมุข