เมื่อ “เพื่อไทย” แผ่วปลายที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ขณะที่พรรค “พลังประชารัฐ” เดินเกมจัดตั้งรัฐบาล และมีโอกาสสูงที่จะสำเร็จ
“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรค “อนาคตใหม่” จึงออกมาประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แข่งกับ “พลังประชารัฐ” และชิงเก้าอี้นายกฯแข่งกับ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”
หาก “ธนาธร” เดินเกมได้สำเร็จ ก็จะบรรลุเป้าหมายหลักนั่นคือสกัดการสืบทอดอำนาจ คสช.ได้
แต่สิ่งที่จะตามมา ก็น่าหวั่นใจไม่น้อย เพราะการบริหารประเทศ ไม่ง่ายเหมือนกับการหาเสียงเลือกตั้ง
ลำพังตัว “ธนาธร” เองคงต้องเหนื่อยหนัก ที่ต้องเจอโจทย์เก่าตามขยี้คดีเก่า และขุดคุ้ยคดีใหม่ไม่หยุดหย่อน จนแทบโงหัวไม่ขึ้น
ขณะที่เรื่องการจัดสรรประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่แต่ละพรรคล้วนแต่เขี้ยวลากดิน แค่การแบ่งโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรี ก็คงปั่นป่วนไม่น้อย
กระดูก “ธนาธร” จะแข็งพอรับมือกับเกมการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลได้แค่ไหน จะเอาอยู่หรือไม่
หากเคลียร์กันได้ลงตัว มองข้ามช็อตไปเรื่องการ
บริหารประเทศ ก็ต้องเจอขวากหนามมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นแรงเสียดทานจากผู้นำกองทัพ ที่เป็นคู่กรณีกันมาหลายเรื่อง
นโยบายของ “อนาคตใหม่” ที่ประกาศว่าจะ “ปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล ละอาวุธ เลิกเกณฑ์ทหาร” จะ
สำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จจะตอบประชาชนอย่างไร
แล้วจะเป็นชนวนขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ
หรือไม่ เพราะจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล
อีกกระดูกชิ้นใหญ่ที่จะต้องเจอนั่นคือ “พรรคราชการ”
ด้วยกฎระเบียบที่หยุมหยิมยุบยับ การจะแปลงนโยบายต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติ ต้องผ่านขั้นตอนมากมายกว่าจะเห็นผล
ถ้าชักช้าก็จะถูกประชาชนทวงถาม หากจะใช้ทางลัด
ก็เสี่ยงที่จะถูกไล่เบี้ยเอาผิด
ดีไม่ดีอาจถูกวางยา ไม่เพียงทำให้ตกเก้าอี้ แต่อาจถึงขั้นติดคุกติดตะรางได้
ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจ จะเป็นโจทย์หินสำหรับรัฐบาลใหม่ ยิ่งมาเจอช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว จากพิษ
สงครามการค้าระหว่าง “อินทรี” กับ “มังกร” ซึ่งกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งไทย
เป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องเร่งหาทางรับมือ เพื่อพยุงไม่ให้เศรษฐกิจทรุด
ขณะที่นโยบายด้านเศรษฐกิจของ “อนาคตใหม่” ส่วนใหญ่เป็นนามธรรม และเน้นแก้เชิงโครงสร้าง
โดยเฉพาะนโยบายชุด “ทลายเศรษฐกิจผูกขาด ล้างระบบเส้นสาย หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ”
เอาแค่เรื่องการประมูลดิวตี้ฟรี ในสนามบิน ที่
“ธนาธร” ประกาศจะรื้อใหม่ หาก “ภูมิใจไทย” ร่วมเป็นรัฐบาล จะทำสำเร็จไหม
อย่าลืมว่าพรรคการเมืองล้วนแต่มีกลุ่มทุนหนุนหลังกันทั้งนั้น
“ธนาธร” จะหาญกล้าหักกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่
ยังมีอีกสารพันปัญหา ที่ต้องแก้ไข และแต่ละเรื่องล้วนมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากมาย
จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าหาก “ธนาธร” และ “อนาคตใหม่” กระโดดค้ำถ่อขึ้นมาเป็นนายกฯและรัฐบาล จะจบเห่เร็วเกินไป
แต่ถ้า “ธนาธร” และ “อนาคตใหม่” เป็นฝ่ายค้านเชื่อว่าจะทำหน้าที่ได้ดีในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล
ที่สำคัญ “อนาคตใหม่” ยังจะเป็นพรรคทางเลือกของการเมืองไทยระยะยาวต่อไป
จึงขอยกมือเชียร์ “อนาคตใหม่” เป็นฝ่ายค้าน
สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม

