หน้าแรก บทความ บทนำ : ต่างชา...

บทนำ : ต่างชาติยังจับตา 30พ.ค.62

30.05.19 | 12:30 น.

แม้ประเทศไทยจะเดินเข้าสู่การเลือกตั้งและรัฐสภากำลังจะลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเลือกรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลแล้วจึงบริหารประเทศต่อไปตามระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นกติกากำกับ แต่ก็ยังบังเกิดข่าวคราวเกี่ยวกับการคุกคามนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม โดยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม มีรายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (ASEAN Parliamentarians for Human Rights: APHR) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องทางการไทยต้องยุติการคุกคามนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามและหยุดทําลายพรรคการเมืองที่ต่อต้านทหาร

ต้นเหตุที่ทำให้กลุ่มรัฐสภาอาเซียนออกแถลงการณ์เนื่องมาจาก การดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งทางกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนฯมองว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง นอกจากนี้ ยังยกกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีปลุกระดม เพราะวิจารณ์รัฐบาลทหารในงานแถลงข่าวในปี 2557 และเดือนพฤษภาคม 2561 การดำเนินการดังกล่าวทางกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนฯ รู้สึกน่ากังวล เกรงว่ารัฐบาลเผด็จการใช้กฎหมายเพื่อคุกคามและทําลายสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้าน พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ในประเทศกัมพูชาในปี 2560 ที่ฝ่ายรัฐบาลประสานข้อกฎหมายและกลไกหลายอย่างในการทําลายพรรคฝ่ายค้าน หรือในประเทศฟิลิปปินส์ ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนต้องเผชิญกับคดีอาญา ซึ่งสหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนเห็นว่าเป็นข้อหาทางการเมือง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวตอกย้ำว่าต่างชาติยังจับจ้องมองความเคลื่อนไหวของไทยตลอดเวลา โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจที่มีลักษณะน่าสงสัย ซึ่งในบรรยากาศที่ไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาธิปไตยเฉกเช่นในขณะนี้ ไม่สมควรจะมีการกระทำใดๆ ที่กระทบกระเทือนต่อการรับรู้ของโลกว่าไทยกำลังจะเคลื่อนเข้าสู่ประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ใช่เป็นการย้อมแมวหรือแสดงละครตบตาโลก ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเสมอ ยิ่งเมื่อไทยกำลังเปลี่ยนจากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย บรรดาชาวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป หรือเอเชียอย่างอาเซียน ต่างจับจ้องมองตาม และพร้อมที่จะแสดงปฏิกิริยาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกลับมา ถ้าโลกประทับตราผ่านให้รัฐบาลไทยชุดใหม่ก็โล่งอก แต่ถ้าไม่จะมีปฏิกิริยาจากกลุ่มสมาชิก มูลนิธิฯ และอื่นๆ ที่พร้อมจะเผยแพร่ความเป็นไปในไทยให้โลกรู้ ดังนั้น ใครจะทำอะไรต้องระลึกไว้เสมอว่ามีคนเฝ้าติดตาม แม้แต่ชาวต่างชาติก็สนใจ เฝ้าติดตามและจับตาทุกจังหวะก้าวของไทยอย่างใกล้ชิด