วิกฤตการณ์การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย
นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยว่า จะยกเครื่องการสอบภาษาอังกฤษโดยใช้มาตรฐาน FRELE-TH โดยให้นักเรียน ม.6 สอบเข้าเรียนต่อ โดยร่วมมือกับสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) และมหาวิทยาลัย 12 แห่ง (จุฬา ธรรมศาสตร์ ม.เกษตร ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น ม.มหิดล ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.ลาดกระบัง ม.พระจอมเกล้าธนบุรี ม.พระจอมเกล้าแม่ฟ้าหลวง ม.สงขลานครินทร์ ม.แม่ฟ้าหลวง) โดยข่าวอ้างว่า FRELE-TH คือ Framework of Reference for the English Language Education in Thailand based on the CEFR (มติชนออนไลน์ 22 พ.ค.2562)
CEFR Common European Framework of Reference หรือกรอบอ้างอิงมาตรฐานสากลยุโรป ที่แบ่งความสามารถในการใช้ภาษาของผู้เรียนเป็นระดับต่างๆ ในเวอร์ชั่นเก่า (2001) แบ่งผู้เรียนเป็น 3 ระดับใหญ่ ได้แก่ Basic (A), Independent (B), และ Proficient (C) และในแต่ละระดับแบ่งเป็น 2 ระดับย่อย รวมเป็น 6 ระดับ คือ A1, A2, B1, B2, C1, และ C2 โดยในแต่ละระดับ (ทั้งในภาพรวมและแยกทักษะฟัง พูด อ่าน เขียน) มีคำบรรยายคุณลักษณะบอกว่าผู้เรียนในแต่ละระดับสามารถทำอะไรได้บ้าง
CEFR เข้ามาในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานเมื่อ 2557 (รมต.ศธ. นายจาตุรนต์ ฉายแสง) และระดับอุดมศึกษาเมื่อ 2559 (รมต.ศธ. เป็นช่วงรอยต่อระหว่างพลเอกดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) จึงนับว่าเรื่องนี้ใหม่และใหญ่มากสำหรับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย ครู สพฐ. หลายหมื่นคนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ต่อด้วยให้ครูเข้า BOOT CAMP พร้อมการจัดตั้งศูนย์ BOOT CAMP หลายแห่งทั่วไทย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก ทำงานใกล้ชิดกับ British Council ทั้งสาขาในประเทศไทยและในประเทศอังกฤษ เพื่อยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษ
นอกจากนี้ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังกำหนดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR โดยระบุว่าเมื่อจบ ป.6 ต้องได้ A1 (พื้นๆ ง่ายๆ สั้นๆ เรื่องใกล้ตัว) ม.3 ต้องได้ A2 (สื่อสารพื้นฐานในชีวิตประจำวัน) ม.6 (เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ใช้ภาษาท่องโลกได้ตามลำพัง)
สำนักงานการอุดมศึกษา (สกอ.) รับลูกต่อ ปริญญาตรีต้องได้ B2 (ใช้ประกอบอาชีพได้ดี) นอกจากนี้มาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (มคอ.) ระบุว่า สาขาวิชาเอกภาษาอังกฤษต้องได้ C1 (ภาษาดีขั้นเทพ) (ส่วน C2 นั้นก็เทียบเท่ากับเจ้าของภาษาที่มีการศึกษา) อย่างไรก็ตาม บัดนี้ Council of Europe เจ้าของผลิตภัณฑ์ CEFR ได้ผลิต CEFR เวอร์ชั่นใหม่ (2018) แบ่งระดับย่อยลงไปอีก เช่น ภาพรวมความสามารถ เริ่มจาก Pre A1, A1, A2, A2+, B1, B1+, B2, B2+, ไปจนถึง C1 ส่วนทักษะย่อยเช่น การฟัง อาจละเอียดยิบย่อยกว่านี้ เป็นต้น คำบรรยายคุณลักษณะของระดับต่างๆ ที่จำแนกความสามารถของผู้เรียนเกิดจากข้อมูลและงานวิจัยจำนวนมหาศาลของผู้คนที่ใช้ภาษาต่างๆ ในยุโรป ไม่ได้เกิดจากจินตนาการหรือ common sense กูเกิลหาดูเรื่องเหล่านี้ได้ไม่ยาก
FRELE-TH based on the CEFR คืออะไร ปรับลอกจากเวอร์ชั่นไหน หาดูคำบรรยายคุณลักษณะได้ที่ไหน เริ่มประถมศึกษา มัธยมศึกษา ยึด CEFR มาตรฐานยุโรป พอเรียนมาถึง
ม.6 จะเข้ามหาวิทยาลัยเลี้ยวไปใช้ FRELE-TH พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ (อย่างน้อย 12 มหาวิทยาลัยพันธมิตร) หันหลังกลับมา CEFR อีกที ผลเสียตกที่ใคร ใครรับผิดชอบ เรากำลังปฏิรูปอะไร
คนในวงการวัดและประเมินผล เขาถึอว่าเรื่องวัดและประเมินผลนำการเรียนการสอน หมายความว่า ถ้าวัดและประเมินการฟัง ผู้สอนก็ต้องสอน ต้องเน้นทักษะฟัง ผู้เรียนก็ต้องฝึก ต้องใส่ใจทักษะฟัง ไม่มีสอบเรื่องฟัง จะวุ่นสอนวุ่นเรียนไปทำไม ถ้าสอบพูด สอบเขียน เรื่องพูดเรื่องเขียนก็จะปรากฏในการเรียนการสอน ดูข้อสอบฝรั่งต่างๆ เป็นตัวอย่าง มีทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ผู้สอบเขาก็ต้องเรียนต้องฝึกเรื่องพวกนี้ เราๆ ท่านๆ ผ่านสมรภูมิการสอบภาษาอังกฤษมากี่ร้อยสนามแล้วตั้งแต่เล็กจนโต เราเอาข้อสอบมาดูและเตรียมตัวตามข้อสอบใช่หรือไม่?
คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา มีอิสระมากจริงๆ อิสระจนเปะปะ ไร้ทิศทาง ลูกหลานเราคือผู้รับผลของการปฏิรูปนี้ เอาลำพังแค่ TCAS หลายรอบก็แย่มากพอแล้ว เพราะต้องสอบสารพัด สอบเท่าไรก็ไม่พอ ต้องสอบให้ช้ำอีกเท่าไร ต้องจ่ายอีกเท่าไร ทั้งติว ทั้งสมัครสอบและค่ายาที่ต้องเยียวยาทั้งสภาพกายและสภาพจิต (ด้วยข้อสอบที่ไม่เคยทดลองใช้มาก่อน ทำเสร็จแล้วใช้เลย มีข้อถูกมากกว่า 1 ข้อหรือไม่มีข้อถูกเลยสักข้อ) จึงจะบอกได้ว่าเขาดีพอที่จะได้เรียนต่อ ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ที่นั่งเหลือพะเนิน
ข้อสอบ ONET ภาษาอังกฤษของสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) วัดผลสัมฤทธิ์ (ตามหลักสูตรแกนกลาง) ใช่หรือไม่ ข้อสอบ ม.6 ตามกรอบมาตรฐาน FRELE-TH จะวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (general proficiency) ใช่หรือไม่ วัดทักษะใดบ้าง สทศ.และทปอ. รีบสรุปล่วงหน้าให้นักเรียน ม.6 ด้วย ว่าวิชาภาษาอังกฤษ ม.6 ต้องสอบอะไรบ้าง สอบไล่ของโรงเรียน, ONET ม.6, FRELE-TH เข้ามหาวิทยาลัย, GAT, PAT, 9 วิชาสามัญหรืออาจต้องสอบข้อสอบฝรั่งเพิ่มอีกถ้าเรียนโปรแกรมนานาชาติ? TCAS รอบไหนใช้อะไรยื่น คำนวณให้ด้วยว่าพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเตรียมทุนทรัพย์ในการสอบในการติวอีกเท่าไร เราๆ ท่านๆ รู้สึกอะไรบ้างไหม ครูผู้สอนภาษาอังกฤษรู้สึกอะไรบ้างไหม ถึงเวลาหรือยังที่จะรวมตัวกันส่งเสียงกันว่าจะให้ทิศทางการเรียนการสอนภาษาอังกฤษไปทางไหน
วอนผ่านสื่อ ให้หยุดเรื่องนี้ อย่าทำให้ลูกหลานป่วยพิการด้วยการศึกษา ถามครู ถามนักเรียน ถามผู้ปกครองดูว่าลำพัง CEFR เขารู้จักดีกันหรือยัง
ท้ายนี้ แพทย์และจิตแพทย์เตรียมรับมือ FRELE-TH based on CEFR คือ โรคสุดท้ายที่จะนำพาลูกหลานเข้า ICU อย่างแท้จริง
ผศ.ดร.จิรดา วุฑฒยากร
อาจารย์ประจำสถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รองนายกสมาคมการวัดและประเมินผลทางภาษาแห่งเอเชีย

