หน้าแรก บทความ ก้าวคนละก้าว ...

ก้าวคนละก้าว ปรากฏการณ์จิตอาสา เพื่อปวงชน

19.06.19 | 12:00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2560 คงไม่มีปรากฏการณ์ใดที่สร้างกระแสความนิยมให้กับสังคมไทยมากเท่ากับการที่นักร้องหนุ่ม “ตูน” บอดี้สแลม อาทิวราห์ คงมาลัย และทีมงาน ด้วยการวิ่งระดมทุนซื้ออุปกรณ์ทางแพทย์ผ่านโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศจากปลายด้ามขวานสู่เหนือสุดแดนสยาม

จุดเริ่มต้นของมิติแห่งจิตอาสาเพื่อปวงชนในครั้งนั้นถูกจุดประกายขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพื่อก้าวไปข้างหน้าคนละก้าวในระยะเวลา 55 วันสู่ปลายทางที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 25 ธันวาคม ของปีเดียวกัน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในเมืองไทยที่ผู้มีจิตอาสาเพื่อปวงชนกลุ่มหนึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยเฉพาะการเจาะจงที่จะให้การช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนซึ่งเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ จนนำมาซึ่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เมื่อคนไทยทั้งประเทศร่วมแรงร่วมใจช่วยกันบริจาคทั้งในเส้นทางที่เหล่าผู้มีน้ำใจงามวิ่งผ่านและผ่านช่องทางต่างๆ จนมีเงินดังวัตถุประสงค์มากกว่า 1,300 ล้านบาท

ถึงแม้ว่าโครงการก้าวคนละก้าวจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่การวิ่งของเหล่าศิลปินภายใต้การนำของตูนก็มีทั้งเสียงชื่นชมวิพากษ์วิจารณ์ควบคู่กันไป ซึ่งมิติดังกล่าวเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิดในสังคมไทย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาสะท้อนความคิดเห็นด้วยการกล่าวขอบคุณตูนที่นำความสุขและรอยยิ้มมาสู่คนไทย และเป็นสะพานเชื่อมใจคนไทยไว้ร่วมกันผ่านเส้นทาง 2 พันกว่ากิโลเมตร พร้อมชื่นชมในความเป็นต้นแบบเป็นคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำเพื่อคนไทยทั้ง 70 ล้านคน และยังอวยพรให้ให้ภารกิจดำเนินไปอย่างสำเร็จโดยสวัสดิภาพ

Advertisement

พร้อมกันนั้นเพื่อร่วมเสริมเติมเต็มด้านขวัญกำลังใจให้กับผู้ทำความดีที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ปิดทองหลังพระเพื่อสุขภาพของปวงชนชาวไทย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ได้เขียนจดหมายถึงนักร้องหนุ่มและทีมงานตอนหนึ่งความว่า “ตูนไม่ได้วิ่งจากเบตงถึงแม่สายเท่านั้น แต่ตูนได้วิ่งเข้าไปในหัวใจของคนไทยทั้ง 70 ล้านดวงด้วยอย่างสง่างาม”

และจากกรณีปรากฏการณ์ดังกล่าว ณ เวลานั้น KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้มีการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,365 คน เรื่อง “คนไทยกับมิติแห่งการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ” ซึ่งผลการสำรวจมีประเด็นที่น่าสนใจโดยเฉพาะด้านบุคคลหรือองค์กรต้นแบบในการส่งเสริมการออกกำลังกายพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.03 ระบุ ตูน บอดี้สแลม รองลงมา ร้อยละ 20.08 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามด้วยกรมพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย ตามลำดับ

เมื่อถามถึงความสนใจและการให้ความสำคัญในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.55 สนใจระดับมาก รองลงมา ร้อยละ 28.05 สนใจระดับปานกลาง ร้อยละ 10.04 สนใจระดับน้อย ด้านรูปแบบการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ภาครัฐควรดำเนินการส่วนใหญ่ ร้อยละ 31.88 ควรกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ รองลงมา ร้อยละ 28.50 จัดสถานที่และบุคลากรให้พร้อมและทั่วถึง ร้อยละ 22.11 สร้างจิตอาสาพัฒนาการกีฬาและสุขภาพทั่วประเทศ ร้อยละ 12.66 สร้างค่านิยมและวางรากฐานในการเล่นกีฬาและออกกำลังกายในกลุ่มเด็กและเยาวชน และอื่นๆ

จากมิติของโครงการก้าวคนละก้าวในปี 2560 เชื่อว่าวันนี้ปรากฏการณ์ดังกล่าวคงได้มีการบันทึกไว้เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ผู้ชายธรรมดาสามัญคนหนึ่งและทีมงานสามารถสร้างมิติแห่งการส่งเสริมสุขภาพด้วยการเชิญชวนประชาชนหันมาสนใจในการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายโดยใช้การวิ่งเป็นสื่อหรือสะพานเชื่อมโยงได้อย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าปัญหาด้านสาธารณสุขของบ้านเราเป็นหนึ่งในมิติที่เกาะเกี่ยวและเป็นปัญหาทางสังคมมาอย่างยาวนานจากปัญหาดังกล่าวในแต่ละปีประชาชนหรือคนที่ประสบกับโรคภัยไข้เจ็บนับวันจะมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งคนไข้เหล่านี้ต่างหวังพึ่งพิงโรงพยาบาลของรัฐที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ลำพังการหวังที่จะให้รัฐได้ให้การบริการที่ครบถ้วนคงจะเป็นไปได้ งบประมาณที่รัฐจัดสรรลงไปเพื่อบริการด้านสาธารณสุขและให้ทั่วถึงคงจะยาก และปรากฏการณ์ลักษณะนี้คงจะยังอยู่ควบคู่กับสังคมไทยไปอีกนานเท่านาน

ด้วยพลังที่เปี่ยมล้นแห่งการมีจิตอาสาเพื่อปวงชนสำหรับการก้าวคนละก้าวเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ภายใต้การนำของ “ตูน บอดี้สแลม” และทีมงานในปีนี้การสร้างปรากฏการณ์แห่งการวิ่งบนถนนแต่สะเทือนถึงหัวใจของคนไทยทั้งประเทศจะกลับมาอีกครั้ง โดยมูลนิธิก้าวคนละก้าวเพื่อส่งเสริมคนให้คนไทยทุกคนได้มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายมากขึ้นภายใต้ #ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ โดยมีองค์กรภาคเอกชนหลายกลุ่มร่วมสนับสนุนเพื่อการก้าวไปด้วยกัน

การวิ่งบนถนนของเหล่าศิลปินและผู้รักสุขภาพทั้งมวลอาจจะมองเป็นเพียงพลังของมดงานกลุ่มเล็กๆ ก็จริงแต่ด้วยพลังอันเข้มแข็งและยิ่งใหญ่นี้เองเชื่อว่าคงจะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่จะก่อเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่อาจจะสะเทือนไปถึงหัวใจของคนไทยทั้งประเทศอีกครั้งอย่างแน่นอน ทั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินการของมูลนิธิในปีนี้จะมีการดำเนินการครบทั้ง 5 ภาคของประเทศ โดยโครงการได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วที่ภาคอีสานเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

วันนี้การออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาชนิดต่างๆ ได้รับการยอมรับจากมหาชนทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชาชนตื่นตัวและให้ความสำคัญต่อการออกกำลังมากขึ้นตามลำดับ การวิ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในมิติของการออกกำลังกายที่ลงทุนน้อยแต่เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมหาศาล เหตุผลในเชิงประจักษ์จะพบว่ามีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการวิ่งเพื่อสุขภาพและเพื่อการแข่งขันโดยองค์กรภาครัฐและเอกชนเพื่อให้ผู้คนได้เข้าร่วมตลอดปีอยู่เป็นจำนวนมาก

ด้วยความสำคัญของการวิ่งเพื่อสุขภาพและความสำเร็จของโครงการก้าวคนละก้าวเมื่อปลายปี 2560 รวมทั้งการเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกายโดยไม่ต้องรอการพึ่งพิงจากภาครัฐสอดคล้องกับการที่นักร้องขาร็อก “ตูน บอดี้สแลม” ได้กล่าวไว้เนื่องในวันเปิดตัวมูลนิธิความตอนหนึ่งว่า

“หลังจากจบโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เมื่อปี 2560 ยังได้รับการขอความช่วยเหลือจากองค์กรและหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่ยังขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างมากมาย พวกเราจึงมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนโครงการก้าวคนละก้าวให้เป็นมูลนิธิก้าวคนละก้าวเพื่อจะได้สามารถช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืนและเป็นอีกช่องทางที่จะนำเสนอแนวคิดข้อมูลสาระที่เป็นประโยชน์ตลอดจนสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อช่วยส่งเสริมให้ทุกคนหันมาออกกำลังกายดูแลสุขภาพพื้นฐานของตนเองให้แข็งแรงเพื่อเป็นการลดภาระของโรงพยาบาลและรัฐบาล”

เมื่อกล่าวถึงการรณรงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพนั้นจะพบว่าทั้งภาครัฐและเอกชนมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและหนึ่งในปรากฏการณ์ที่คาดว่าน่าจะเป็นต้นแบบให้กับสังคมโดยกำหนดให้ส่วนราชการเป็นพลังของการขับเคลื่อนรัฐบาลโดย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงกำหนดให้วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป ทุกๆ วันพุธของทำเนียบรัฐบาลและส่วนราชการต่างๆ ในช่วงเวลา 15.00-16.30 น. ให้เป็นช่วงเวลาการออกกำลังกายของข้าราชการ

ในส่วนของทำเนียบรัฐบาลจะใช้บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าเป็นที่ออกกำลังกายโดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าหากสัปดาห์ใดที่นายกฯมีเวลาว่างก็จะมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย เกี่ยวกับมิติดังกล่าววันนี้ไม่ทราบว่าส่วนราชการทั่วประเทศยังได้นำแนวคิดและนโยบายดังกล่าวไปสู่วัตรปฏิบัติกันมากน้อยแค่ไหน

จากนี้ไปเมื่อมีรัฐบาลใหม่ภายใต้จอมทัพคนเดิมซึ่งมีรัฐมนตรีที่มาจากผู้แทนประชาชนและนักบริหารมืออาชีพมาเป็นขุนพลคู่กายสำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21

การวางรากฐานสำหรับการพัฒนาทุนมนุษย์ที่สำคัญนอกเหนือจากการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในมิติต่างๆ แล้ว หนึ่งในคุณภาพชีวิตของประชาชนที่รัฐบาลไม่ควรมองข้ามคือการสร้างค่านิยมให้ทุกคนรักสุขภาพโดยใช้กิจกรรมของโครงการ “ก้าวคนละก้าว” มาเป็นต้นแบบ ก็จะเป็นหนึ่งในสะพานเชื่อมโยงที่จะนำไปสู่การป้องกันคนล้นโรงพยาบาลได้ในมิติหนึ่ง

 

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร

ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์
มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต