ภาพเก่า…เล่าตำนาน : กบฏแมนฮัตตัน…ระเบิดลั่นสนั่นเจ้าพระยา (5)

ผู้เขียนได้รับความกรุณาจากท่านผู้อ่านแบบ “ตื้นตันใจ” มีผู้สอบถาม พูดคุย แสดงความรู้สึก อย่างท่วมท้น…ขอยืนยันว่า เป็นเจตนาบริสุทธิ์ที่จะให้มีการศึกษา เรียนรู้ สรรพสิ่งเหตุการณ์ในบ้านเกิดเมืองนอนของเราเท่านั้นนะครับ….มิได้มุ่งฟื้นฝอยหาตะเข็บ

วันที่ 29-30 มิถุนายน 2494 ในพระนครและธนบุรี กลายเป็นสมรภูมิเดือด เกิดสงครามกลางเมือง ทหารบก ทหารอากาศและตำรวจ สนธิกำลังกัน ทำสงครามกับ ทหารเรือ ที่เรียกกันว่า กบฏแมนฮัตตัน

…การรบในเมือง ใช้ยานเกราะของทหารบกและ ตชด. ที่ขนมาโจมตีป้อมค่ายของทหารเรือ การสู้รบเป็นไปด้วยความดุเดือด มีรถเกราะ รถถังก็มีการใช้อาวุธต่อสู้รถเกราะ อาวุธต่อสู้รถถัง

โรงพักต่างๆ ในเขตทหารเรือ เป็นที่รู้กันว่าตำรวจผละออกจากโรงพักไปหมด เพราะทหารเรือเข้าควบคุมเนื่องด้วยตำรวจทั้งปวงคือข้าศึกของทหารเรือ โดยเฉพาะโรงพักพระโขนง โรงพักลุมพินี

กองสัญญาณทหารเรือ ถนนพระราม 4 (เคยเป็นที่ตั้งโรงเรียนเตรียมทหาร) ทหารบกเอาปืนครกยิงถล่ม เพราะเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียง เป็นกระบอกเสียงให้ฝ่ายกบฏ ตำรวจโรงพักลุมพินี อยู่ใกล้ๆ ไม่อยากโดนระเบิด อยู่ไม่ไหวต้องหนีออกนอกโรงพัก

กำลังของทหารบกและตำรวจ ไม่กล้าเสี่ยงบุกข้ามเจ้าพระยาไปฝั่งธนบุรี เพราะเป็นเขต ป้อมค่ายอันเข้มแข็งของทหารเรือ จึงใช้การยิงระยะไกล ยิงโค้งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปตกที่ตั้งหน่วยทหารเรือ ชาวบ้านฝั่งธนหนีตายอลหม่าน…

รถเกราะของตำรวจตระเวนชายแดนทำงานโดดเด่น กองกำลังตำรวจตระเวนชายแดนในสมัย พล.ต.ท.เผ่า ศรียานนท์ เข้มแข็งดุดัน ฝึกทำการรบมาดีเยี่ยมจากครูฝึกอเมริกัน ที่ส่งมาฝึก ตชด. ไว้ไปปราบคอมมิวนิสต์ชายแดน แต่ตอนนี้มารบกับทหารเรือก่อน…

ข้อความตอนหนึ่งจากหนังสือ ทหารเรือกบฏแมนฮัตตัน เขียนโดย นิยม สุขรองแพ่ง อดีตจ่าทหารเรือในเหตุการณ์บรรยายว่า …

“…เหตุที่ชาวฝั่งธนฯผูกพันสนิทชิดเชื้อกับทหารเรือมากเป็นพิเศษน่าจะเป็นด้วยเหตุหลายประการ คือ กองทัพเรือตั้งอยู่ในจังหวัดธนบุรี ทหารเรือส่วนมากมีครอบครัวและตั้งรกรากอยู่ทางฝั่งธนฯ แม้ทหารเรือจะได้ชื่อว่าชอบกินเหล้าเมายา ประพฤติเสเพล ทะเลาะวิวาทในบางโอกาส แต่ก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนเสียหายให้ชาวบ้าน…

…ผู้ที่เกลียดทหารเรือมากเห็นจะได้แก่พวกอันธพาลเจ้าถิ่น และตำรวจของ พล.ต.ท.เผ่า ศรียานนท์ …เมื่อทหารเรือทำการครั้งนี้ (ก่อการกบฏ จับตัวจอมพล ป. : ผู้เขียน) ขึ้น ประชาชนจึงเอาใจช่วยทหารเรือ …

บรรยากาศในช่วง 29-30 มิถุนายน พ.ศ.2494…ประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะทางฝั่งธนฯ เป็นกองเชียร์ให้ทหารเรือแบบเต็มพิกัด

เมื่อเห็นเครื่องบินของกองทัพอากาศระดมยิง ทิ้งระเบิดใส่เรือหลวงศรีอยุธยา ไฟลุกไหม้และกำลังจะจมลงนั้น…กองเชียร์ชาวฝั่งธนฯ ต่างผิดหวังที่ทหารเรือแตกพ่าย ล้มเหลวที่จะขจัดรัฐบาลที่มีอำนาจครอบจักรวาล ที่ไม่มีใครขัดขวางได้นอกจาก นอกจากทหารเรือ…”

ในกบฏแมนฮัตตัน ชาวบ้านฝั่งธนฯ พร้อมใจกันส่งข้าวปลาอาหารให้หน่วยทหารเรือที่เป็นฮีโร่ของบ้านเมือง …สาเหตุและปัจจัยที่เกิดการกบฏแมนฮัตตัน ลองกลับไปอ่านตอนที่ 1 ถึง 4 นะครับ

การสู้รบบนบกของทหารไทยยังคงดำเนินต่อไป

ทหารเรือที่เข้ายึดสถานที่สำคัญโดนฝ่ายทหารบก และตำรวจ ระดมยิง บาดเจ็บล้มตาย ประชาชนโดนลูกหลงตายไปจำนวนหนึ่ง

วันที่ 30 มิถุนายน 2494 ช่วงบ่าย ลูกประดู่ผู้ภักดีต่ออุดมการณ์ รักพวกพ้อง เมื่อโดน “จัดหนักเต็มพิกัด” ก็กระเจิดกระเจิง ถอดเครื่องแบบ หลบหนีเป็นรายบุคคล ฝ่ายรัฐบาลที่เป็นฝ่ายปราบกบฏ ประกาศทางวิทยุให้ทหารเรือวางอาวุธ แล้วให้ไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ซึ่งก็ไม่มีตำรวจที่ไหนอยู่โรงพัก…

กลับมาส่องดู นาวาตรี มนัส ที่ในขณะนั้นมีคำสั่งปลดออกจากราชการและถอดยศไปแล้ว …

นาวาตรี มนัส จารุภา นายทหารเรือหนุ่มผู้จี้จับจอมพล ป. แล้วหนีเข้าไปฝั่งพม่าเกือบ 1 ปี บวชเป็นเณรปะปนมากับพระชาวมอญ บัดนี้เขาลักลอบเข้ามากบดานที่วัดในฝั่งธนฯ

พระธรรมเตชะ ชาวมอญ ถือจดหมายไปหาน้องชาย นาวาตรี มนัส เพื่อให้มาพบกับพี่ชาย ที่เป็นกบฏหมายเลข 1 ของแผ่นดิน

น้องชายของนาวาตรี มนัส มาที่วัดเพื่อพบกับพี่ชาย วางแผนหาที่หลบซ่อนแบบต้องเอาชีวิตเข้าแลก พาพี่ชายตระเวนเร่ร่อนไปซ่อนตัวจากตำรวจ ทหารที่ไล่ล่าฝ่ายกบฏ

บุคคลสำคัญที่น่าจะเป็นที่พึ่งได้ คือ พลเรือตรี ทหาร ขำหิรัญ ซึ่งทราบในเวลาต่อมาว่าหนีไปอยู่ในป่าลึก อำพรางตัวเป็นคนจีนทำไร่ในอำเภอปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์

ติดต่อไปยังทีมงานร่วมก่อการกบฏคนใดก็ได้รับการปฏิเสธ และเริ่ม “เสียลับ” หมายถึง คนที่ติดต่อด้วยในทางลับ เริ่มคิดจะทรยศหักหลังและทางการเริ่มได้กลิ่นนาวาตรี มนัส ที่ปลายจมูก

เมื่อเห็นว่ากรุงเทพฯ และฝั่งธนฯ ร้อนรุ่ม ไม่ปลอดภัยจากการติดตามของสันติบาลและจากฝ่ายเดียวกันที่จะเอาตัวรอด ลูกประดู่ใจเด็ด ชื่อ มนัส วางแผนหลบหนีข้ามไปฝั่งลาว

ท่านผู้อ่าน ทวงถามมาว่า… การทิ้งระเบิดจากเครื่องบินของกองทัพอากาศถล่มเรือหลวงศรีอยุธยาในแม่น้ำเจ้าพระยา มีรายละเอียดให้ทราบบ้างมั้ย ?

ผู้เขียนตระเวนค้นหาข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์และหนังสือเก่าตามร้านหนังสือเก่า จนสุดกำลัง พอจะมีบันทึกไว้ดังนี้ครับ…

ภายหลังเหตุการณ์ทิ้งระเบิดใส่เรือหลวงศรีอยุธยา ที่กักขังตัวจอมพล ป. นาวาอากาศตรี พร่างเพชร บุญยพันธ์ นักบิน AT-6 ได้ออกมากล่าวว่า…

“…ผมเสียใจไม่หายเลยที่ทำลายเรือหลวงศรีอยุธยา ครั้งนั้น มันเป็นคราวเคราะห์ร้ายของเรือหลวงศรีอยุธยาแท้ๆ …ตามปกติแล้ว ลูกระเบิดขนาด 50 กก.ที่ใช้ จะไม่จมเรือรบขนาดสองพันกว่าตันลงได้แน่ๆ… แต่ระเบิดที่เอาไปใช้มันเสื่อม…

… ถ้าเป็นระเบิดใหม่กระทบดาดฟ้าก็ระเบิด ถึงไฟไหม้ก็ไหม้เพียงบนดาดฟ้าพอดับได้ไม่ถึงกับจม แต่นี่มันเป็นระเบิดเก่า ทะลวงดาดฟ้าลงไประเบิดข้างล่าง แถมเจอกองกระสุนในเรือเข้าอีก เลยระเบิดกันใหญ่ทำให้เรือทะลุจมลงอย่างน่าเศร้า…”

ทั้งหมดนี้ คือ ข้อมูลที่หามาได้เกี่ยวกับการทิ้งระเบิดใส่เรือรบราชนาวีไทยในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อราวบ่าย 3 โมงของวันที่ 30 มิถุนายน 2494 ในขณะที่เกิดเหตุการณ์จับตัวจอมพล ป. ไว้ในเรือ

มีบันทึกของ นิยม สุขรองแพ่ง อดีตจ่าทหารเรือ ในหนังสือ…

“…เครื่องบินทหารอากาศไม่น่าทิ้งระเบิดใส่เรือหลวงศรีอยุธยาเลย เพราะว่า

1.จอมพล ป. ยังอยู่ในเรือหลวงศรีอยุธยา ในฐานะตัวประกัน

2.แกนนำกบฏทั้ง 6 นายออกจากเรือหลวงศรีอยุธยาไปแล้ว

3.เรือหลวงศรีอยุธยาเป็นเรือรบใหญ่ที่สุด ที่มีอานุภาพมากที่สุดในกองทัพไทย…

เมื่อพิจารณาดูแล้ว มองไม่เห็นเลยว่า รัฐบาลเอาเหตุผลอะไรมาเป็นข้ออ้างในการทำลายเรือหลวงศรีอยุธยา…”

เหตุการณ์วันนั้น มิใช่ว่าเครื่องบินจะทิ้งระเบิดใส่อย่างเดียว ทหารบก และตำรวจบนฝั่งต่าง “รุมกินโต๊ะ” ระดมยิงไปที่เรือหลวงศรีอยุธยาที่ลอยเท้งเต้งกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เสียงปืนและอาวุธทุกชนิดดังสนั่นปานฟ้าผ่า มีเป้านิ่งคือเรือหลวงศรีอยุธยาที่เครื่องยนต์ชำรุดไปไหนไม่ได้

จอมพล ป. เองก็ระแวงอยู่แล้วว่า นี่มันจะปฏิวัติซ้อนล่ะหรือ ?

เรือหลวงศรีอยุธยาไฟไหม้ควันสีดำลุกท่วมพุ่งสู่ท้องฟ้า กระสุนจากทหารบกยิงมาไม่ขาดสาย ประชาชนฝั่งธนฯ แถววัดกัลยาณ์ฯ วัดท้ายตลาด และวัดหงส์รัตนาราม หลบๆ ซ่อนๆ ก้มตัวลงต่ำ ส่งเสียงเชียร์ทหารเรือไทยให้พ้นภัย มีชัยเหนือข้าศึก ในใจก็ยอมรับว่าทหารเรือสู้ไม่ไหว

นาวาตรี มนัส ทำพิธีสึกจากเณรเป็นฆราวาสตามกฎของสงฆ์…เตรียมหนีตายข้ามโขงไปฝั่งลาว..ปลายทางคือ นครเวียงจันทน์ที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้า…

โปรดติดตามตอนต่อไปครับ….

เรียบเรียงโดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก
————————————————
ข้อมูลจาก ทหารเรือ กบฏแมนฮัตตัน โดย นิยม สุขรองแพ่ง และ เมื่อข้าพเจ้าจี้จอมพล โดย นาวาตรี มนัส จารุภา

บทความก่อนหน้านี้‘ราเมศ’ เผยเตรียม 7-8 ประเด็น สู้คดีถือหุ้นสื่อ มั่นใจ ส.ส.ปชป.ไม่เข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้าม
บทความถัดไป“พพ.”เปิดผลศึกษาจัดการขยะจากซากแผงโซลาร์ก.ค.นี้