กรณี “จ่านิว” เป็นอีกกรณีหนึ่งที่สะท้อนภาพของความเกลียดชัง
ในสายตากลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับเผด็จการทหาร ย่อมเห็น “จ่านิว” เป็นนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย
ในสายตากลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับ “จ่านิว” ก็มองความเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์
เมื่อ “จ่านิว” ถูกคนร้าย 4 คนสวมหมวกกันน็อกบุกเข้าตีริมถนนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
คนกลุ่มแรกจึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำอันป่าเถื่อน
แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับแสดงความคิดเห็นด้วยความสะใจ และตั้งข้อสังเกตในเชิงร้าย เช่น สร้างสถานการณ์
ลักษณาการเช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อมีความขัดแย้งทางความคิด อาทิ กรณีเผาบ้านเผาเมือง กับ กรณีฆ่าคนตาย 99 ศพ
เกิดกลุ่มที่เห็นว่าการเผาบ้านเผาเมืองนั้นรุนแรงกว่าการตายกลางเมือง
และเกิดกลุ่มที่มองว่าการตายกลางเมืองนั้นรุนแรงมาก
ท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าวเคยมีผู้ให้เหตุผลว่าคนที่ตายกลางเมืองนั้นหลายคนมีคดีติดตัว
ยังมีกรณีที่เพิ่งเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันเมื่อมือปืนป๊อปคอร์นใช้อาวุธสงครามตะลุยยิงกลางเมืองเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
คนกลุ่มหนึ่งได้แสดงความสะใจ โพสต์เชียร์ และเชิดชูมือปืนป๊อปคอร์นว่าเป็นวีรบุรุษ
คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับมองว่ามือปืนป๊อปคอร์นคือคนร้ายฆ่าคนตาย
รวมไปถึงเหตุการณ์อื่นๆ ที่เป็นเหตุให้แกนนำ ตลอดจนผู้ชุมนุมทางการเมืองได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ความรู้สึกของคนในสังคมช่วงนั้นวิกฤต
ในห้วงเวลาดังกล่าวสังคมเครียด มองไปทางไหนก็มีแต่ความร้าวฉาน ความเกลียดชังบดบังทุกสิ่ง
แต่เมื่อเวลานั้นผ่านพ้นไป สติสัมปชัญญะน่าจะคืนกลับมา
กลับมาตอบคำถามได้ว่า การใช้ไม้บุกทุบ “จ่านิว” นั้นมันถูกหรือไม่
แม้ “จ่านิว” อาจใช้ชีวิตที่ไม่สบอารมณ์ใคร แต่ “จ่านิว” ควรจะตกอยู่ในสภาพเช่นที่เห็นหรือเปล่า
กรณีเช่นนี้ไม่แตกต่างจากกรณีที่ นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ถูกทำร้ายหลายต่อหลายครั้งติดต่อกัน
การทำร้ายนายเอกชัยนั้นมันถูกต้องหรือไม่
เรื่องเช่นนี้สำคัญและเป็นพื้นฐานของพลเมืองที่พึงตระหนักในฐานะคนมีศาสนา
และถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นพื้นฐานของรัฐในฐานะที่ไทยคือประเทศที่ยึดนิติรัฐนิติธรรม
ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่มองชีวิตคนไร้ค่า
ดังนั้น ในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกันก็น่าจะมองเห็นความสำคัญของชีวิตทุกชีวิต
ในฐานะของรัฐควรให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตพลเมือง
คำเตือนของ อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนนั้นน่าฟัง
“หากดูในโซเชียลมีเดียพบว่า บางความเห็นมีการแสดงออกถึงความสะใจ สมน้ำหน้า
บางคนซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงยังออกมาแสดงความเห็นลักษณะเช่นนี้
แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งมันลุกลามบานปลายไปมาก
เท่ากับว่าคนที่เห็นต่างจากเรา เราไม่ให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเขาเลย
สิ่งนี้เป็นเรื่องน่ากังวล”
สังคมไทยยังอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากังวล จนต้องใช้คำถามเดิมๆ ที่ต้องถามซ้ำๆ
เรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

