เดินหน้าชน : เรือ(เศษ)เหล็ก : โดย ศุกร์มังกร

9.07.19 | 13:30 น.

ภายในเดือนกรกฎาคมนี้คงเห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ซึ่ง วิษณุ เครืองาม อุปมาอุปมัย ครม.ชุดใหม่เป็น “เรือเหล็ก”

จากเดิมเป็น “เรือแป๊ะ” โดย “แป๊ะ” เป็นคนเดิมแต่ “ลูกเรือ-ผู้โดยสาร” ใหม่!?

เรือลำใหม่นี้อาจไปยากลำบาก เพราะไม่มีใครตามใจ “แป๊ะ” อีกแล้ว

ตรงกันข้ามแป๊ะอาจต้องตามใจลูกเรือ

Advertisement

ที่สำคัญเรือ “ปริ่มน้ำ” แปลว่า “ร่อแร่”

ก่อนจะมองบวก “ปริ่มน้ำ” ไม่อันตราย แต่กลับกระตุ้นให้ช่วยกันระมัดระวัง

ดีกว่ารู้สึก “มั่นคง” แล้วประมาท

ทุกคนในเรือ ไม่ว่า “กัปตัน-ลูกเรือ-ผู้โดยสาร” ต้องร่วมมือกันวิดน้ำออกจากเรือ

ถ้าใครไม่อยากวิด หรือวิดไม่เป็นอย่าเอาเท้าราน้ำ

ขอให้นั่งนิ่งๆ ช่วยสวดมนต์ก็ยังดี

เพราะถ้า “เรือล่ม” จะเดือดร้อนกันทั้งประเทศ

ก่อน “วิษณุ” จะขยายความวันถัดมาว่า “เรือเหล็ก” นั้นเป็นเรือลำใหญ่มาก บรรทุกคน-สินค้าเยอะมาก ความรับผิดชอบก็มากกว่า “เรือแป๊ะ” ที่เป็นไม้

แต่เรือเหล็กสนิมมันเกิดได้แต่เนื้อในเหล็ก!

และเหล็กมีข้อดีคือไม่รั่ว?

ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาสำทับว่า ก่อนทำเรือต้องมีหลายขั้นตอนที่สำคัญเรือเคลือบน้ำยา (บลิ้งก์โค้ด) ไว้แล้ว

สนิมขึ้นไม่ได้!

เป็นการประเมิน “สนิม” เนื้อในเหล็กต่ำไปหรือไม่?

อย่าลืมว่า “เหล็ก” ที่นำมาประกอบเป็นเรือเหล็กลำนี้มีที่มาที่ไปหลากหลาย กว่าจะปะผุจนเป็นรูปเป็นร่าง ทาสี ตกแต่งให้ดูสวยงามก็ปาเข้าไปกว่า 100 วันแล้ว

ก่อนหน้าที่จะประดิษฐ์สถาปัตยกรรมทางการเมืองในรัฐนาวา “เรือเหล็ก” ลำนี้ เราๆ ท่านๆ ก็เห็นการต่อรองขอตำแหน่งสำคัญๆ กันโจ่งแจ้ง

หนึ่ง “ศึกใน” จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เอง โดย อนุชา นาคาศัย ตั้งโต๊ะออดอ้อนขอ “เก้าอี้” ให้กับ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ถึงขั้นถ้าได้จะยอม “กราบเท้า”

ขณะที่ “บิ๊กตู่” ร่อนสาร “ขอโทษ” ประชาชนแทน พปชร.พร้อมส่งนัยยะว่าอย่าให้ปัญหาและการแก้ไขกลับไป “แบบเดิม”

สร้างความงุนงง อื้ออึงวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั้งเมือง

ทำให้ประหวัดไปถึง “รัฐประหาร” ซ้อนหรือไม่?!

กระนั้นกลุ่มสามมิตรยังดับเครื่องชนต่อโดยจะเข้าชื่อไล่ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ พ้นเลขาธิการพรรค

จน “กุมารน้อย” แถลงปลดล็อกไม่ยึดติดกับตำแหน่งข้ามทวีป

กระทั่ง อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค เกี่ยวก้อย สุริยะ สมศักดิ์ เทพสุทิน ออกสื่อสงบศึกชั่วคราว!

ไม่นับรวมก่อนหน้านี้กลุ่มด้ามขวานไทย-กลุ่มอีสานเหนือ เคยออกมาทวงเก้าอี้รัฐมนตรีเหมือนกัน

นี่เป็นศึกภายในพรรคที่รอวันปะทุอีกหรือไม่?

หนึ่ง ศึกพรรคร่วมรัฐบาลเอง ก็ยังซุกขยะกองโตไว้ใต้พรม ทั้งพรรคขนาดกลาง พรรคเล็ก พรรคจิ๋ว ที่พลาดเก้าอี้สำคัญในครั้งนี้ จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม

โอกาสที่จะกลับมาป่วนอีกมีความเป็นไปได้สูง

หนึ่ง “ศึกนอก” ที่จะเข้าสู่โหมดตามล้างตามเช็ดสิ่งสกปรก โสโครก ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การจำกัดสิทธิเสรีภาพ ความอยุติธรรมต่างๆ โดยมี 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจับมือกันเหนียวแน่น

ต่างแห่จองกฐินตั้งแต่ “กัปตัน” ยัน “ลูกเรือ” ถึงความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจการทุจริตคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจที่ขาดหลักนิติธรรม ตั้งแต่เกิดรัฐประหารเป็นต้นมา ประกาศ คำสั่ง คสช.เป็นร้อยๆ ฉบับที่อาจไม่ถูกต้อง จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโจมตีโดยอัตโนมัติ

รวมถึงภาคประชาชน องค์กรที่คอยจับจ้องเตรียมไล่บี้ “มรดกบาป” ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาด้วย

หนึ่ง รัฐมนตรียี้ ที่มีชนักติดหลัง จะต้องถูกตรวจสอบ ขุดคุ้ย ในความเคลือบแคลงสงสัยต่างๆ ในอดีตที่ยังค้างคาใจสังคม รวมถึงรัฐมนตรีที่ส่อจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจ ซึ่งจะเป็น “สายล่อฟ้า” ให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีได้ง่ายขึ้น

เพราะอย่าลืมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160(4) ระบุ รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ทันทีที่ “เรือเหล็ก” ลำนี้แล่นออกจากฝั่งจะต้องเจอคลื่นลม พายุมรสุมทางการเมืองซัดกระหน่ำอย่างหนัก

ท้ายสุด “เรือเหล็ก” อาจ “อับปาง” เป็นเพียงเศษเหล็กทำปะการังเทียมก่อนกำหนด!?

ศุกร์มังกร