ระลึกถึง‘สมเด็จป๋า’47 ปี แห่งการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 : โดย พระราชปริยัติมุนี

วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2515 หรือย้อนเวลากลับไปเมื่อ 47 ปีที่แล้ว
ประเทศไทยมีข่าวที่น่าปีติยินดีครั้งใหญ่ แก่วงการพระพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชนชาวไทย นั่นคือ พิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ได้รับการสถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ให้ดำรงตำแหน่ง “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร)” สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ด้วยพระปรีชาชาญเป็นที่ประจักษ์ ยึดมั่นในพระธรรมวินัย เป็นนักปกครองที่เต็มไปด้วยพระเมตตาแก่คณะสงฆ์ภายใต้ปกครอง เป็นที่รักใคร่แก่คณะศิษยานุศิษย์ จนได้รับเรียกพระนามว่า “สมเด็จป๋า”

ไม่เพียงเท่านี้ อีกหนึ่งพระปรีชาสามารถที่โดดเด่นหาที่เปรียบได้ยาก นั่นก็คือ ความสามารถด้านการประพันธ์ งานประพันธ์ของพระองค์ท่าน แม้จะผ่านห้วงเวลาที่ยาวนาน ก็ยังมีความทันสมัย มีหลักคำสอน คำเทศนาที่ทันต่อเหตุการณ์ มีสาระประโยชน์แก่ญาติโยม สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

แต่เหตุการณ์ที่สร้างปรากฏการณ์แก่วงการคณะสงฆ์ไทยมิรู้ลืมก็คือ พระองค์ทรงเป็นพระเถรวาทและพระภิกษุไทยรูปแรกที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ปอลที่ 6 ณ นครรัฐวาติกัน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2515 ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ภาพเหตุการณ์ครั้งนั้น แสดงให้ทั่วโลกเห็นว่า แม้ว่าจะนับถือศาสนาหรือมีความเชื่อที่ต่างกัน จะอยู่ต่างประเทศ หรือต่างทวีปกัน แต่ด้วยหลักปฏิบัติ ความเคารพศรัทธาแห่งความดีที่มีอยู่ในหลักคำสอนของแต่ละศาสนา จะหล่อหลอมให้โลกใบนี้เต็มไปด้วยการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ก่อให้เกิดสันติแก่มวลมนุษยชาติ

ภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้น จึงถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก มีการบันทึกไว้ในจดหมายเหตุแห่งนครรัฐวาติกัน ในการเสด็จเยือนของพระภิกษุไทยรูปแรก และถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่และติดตั้งไว้ ณ กระทรวงว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา แห่งนครรัฐวาติกันมาจนถึงทุกวันนี้

มิตรภาพที่เกิดขึ้นครั้งนั้น มาบัดนี้ คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งมี พระเทพวีราภรณ์ เป็นเจ้าอาวาสวัด ก็ได้เดินตามรอยแห่ง “สมเด็จป๋า”

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2559 มองซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้เข้าพบพระเทพวีราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แจ้งเรื่องพระสมณประสงค์ในองค์สมเด็จพระสันตะปาปา
ฟรานซิส พระประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เรื่องขออาราธนาคณะสงฆ์ไทย โดยวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ดำเนินการปริวรรต (แปล) คัมภีร์พระมาลัย เล่มที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงถวายไว้ เมื่อครั้งเสด็จเยือนนครรัฐวาติกัน เมื่อปี พ.ศ.2477 พระองค์ท่านมีพระสมณประสงค์ที่จะให้แปลคัมภีร์พระมาลัยเล่มนี้ ออกเป็นภาษาต่างๆ ถึง 7 ภาษา เพื่อจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนครรัฐวาติกัน ให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกชม

วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2561 คณะสงฆ์แห่งวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม นำโดย พระราชรัตนสุนทร (วินัย) พระราชปริยัติมุนี (เทียบ) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ไวยาวัจกรวัดพระเชตุพน และคณะกรรมการที่ดำเนินการปริวรรตพระคัมภีร์ ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เพื่อถวายคัมภีร์พระมาลัยที่ปริวรรตแล้วเสร็จแด่พระองค์ท่าน ณ นครรัฐวาติกัน

วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมอบหมายให้ ฯพณฯ ท่านอยุโซ มองซินญอร์อินดูนิล และคณะ เดินทางจากนครรัฐวาติกัน เพื่อร่วมพิธีสมโภชพระอาราม 230 ปี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

วันที่ 7-9 มีนาคม พ.ศ.2562 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชามอบหมายให้ พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส เป็นผู้แทนพระองค์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ในนามคณะสงฆ์ไทย เดินทางไปนครรัฐวาติกัน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำด้านศาสนาของสหประชาชาติ (UN) ว่าด้วยเรื่องศาสนากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีและร่วมประชุม

“สมเด็จป๋า” หรือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้สร้างประโยชน์คุณูปการแก่วงการพระศาสนาไว้มากมาย ทำให้พระภิกษุสงฆ์และอนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและดำเนินรอยตาม เพื่อการประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ตามหลักคำสอนในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบไป

ร่วมระลึกถึงสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในงานวันมูลนิธิสมเด็จพระสังราช (ปุ่น ปุณฺณสิริมหาเถร) ณ หอประชุมสงฆ์ คณะ น.16 วัดพระเชตุพน วันที่ 21กรกฎาคม พ.ศ.2562 เวลา 09.00-12.00 น.

พระราชปริยัติมุนี
(เทียบ สิริญาโณ ป.ธ.9, ผศ.ดร.)
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ
และคณบดีคณะพุทธศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บทความก่อนหน้านี้ก้างตำคอ 11ก.ค.62 : โดย นายเสียม
บทความถัดไปเปิดประสบการณ์ เที่ยวเมืองใต้สุดสยาม ‘ยะลา’ จะเที่ยวตามเดือนก็ได้ หรือจะสะดวกเที่ยวตลอดทั้งปียาวๆ ที่นี่ก็มี