หน้าแรก บทความ บูรณาการกิจกร...

บูรณาการกิจกรรมลูกเสือ เข้ากับวิชาทุกกลุ่มสาระได้อย่างไร : โดย จารึก อะยะวงศ์

11.07.19 | 13:00 น.

เป็นที่น่ายินดีที่นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ. มีมาตรการและแนวทางยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษา โดยให้สถานศึกษานำลูกเสือออกบำเพ็ญประโยชน์ จิตอาสา ช่วยเหลือสังคม เสริมสร้างทักษะชีวิตให้สามารถช่วยเหลือตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่นได้ ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่มุ่งให้ผู้เรียนมีคุณธรรมเป็นพลเมืองดีของประเทศ และให้บูรณาการเข้ากับวิชาในทุกกลุ่มสาระได้ด้วย เพื่อให้การจัดกิจกรรมลูกเสือมีคุณภาพตามดำริของเลขาธิการ สพฐ. ขอเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมลูกเสือดังนี้ ประการแรก สถานศึกษาต้องดำเนินการตามคติพจน์ของ ลอร์ดเบเดล โพเอล ที่ว่า “การลูกเสือมิใช่เรื่องวิชาการที่จะพึงศึกษาอย่างคร่ำเคร่ง อีกทั้งไม่ใช่การประมวลของลัทธิคำสั่งสอนและตำรับตำราทั้งหลาย หากแต่เป็นเกมการเล่นสนุกสนานกลางแจ้ง เป็นสถานที่ที่ผู้ใหญ่กับเด็กสามารถจะออกไปผจญภัยร่วมกัน ดุจพี่น้องทั้งวัยสูงกว่าและอ่อนกว่า อันนำมาซึ่งสุขภาพอนามัยและความสุขสำราญ ความชำนิชำนาญด้วยฝีไม้ลายมือและการช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อกัน”

ประการที่สอง สถานศึกษาและผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ต้องดำเนินการตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติที่กำหนดว่า “ความสำเร็จของการฝึกอบรมลูกเสือ อยู่ที่การฝึกอบรมนายหมู่และเปิดโอกาสให้นายหมู่ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในกิจกรรมของกอง โดยมีการปรึกษาหารือกันในที่ประชุมนายหมู่ ผู้กำกับลูกเสือมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของที่ประชุมนายหมู่ และทำการฝึกอบรมนายหมู่ในกองของตน เพื่อให้นายหมู่เหล่านั้นไปทำการฝึกอบรมลูกเสือในหมู่ของตนอีกช่วงหนึ่ง ในค่ายพักแรมลูกเสืออยู่และทำงานร่วมกันเป็นหมู่ในการประกอบกิจกรรมต่างๆ”

เพื่อให้สอดคล้องกับหลักทั้งสองประการข้างต้น สถานศึกษาควรปรับการฝึกอบรมลูกเสือที่เคยแบ่งตามระดับชั้น ซึ่งเป็นการจัดโครงสร้างกองลูกเสือในแนวราบ เป็นการจัดโครงสร้างในแนวดิ่ง คือให้กองลูกเสือประกอบด้วยลูกเสือหลายระดับชั้นอยู่ในกองและหมู่เดียวกัน เช่น กองลูกเสือสามัญแต่ละหมู่ประกอบด้วยลูกเสือระดับชั้นประถม 4-5-6 อยู่ในหมู่เดียวกัน กองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่แต่ละหมู่ประกอบด้วยลูกเสือระดับชั้น ม.1-2-3 อยู่ในหมู่เดียวกัน การจัดโครงสร้างแบบแนวดิ่งนี้จะเกิดผล

1.สร้างภาวะผู้นำผู้ตาม โดยวิธีนี้ลูกเสือชั้น ป.6 หรือชั้น ม.3 จะเป็น “นายหมู่” โดยธรรมชาติ

2.จัดอบรมนายหมู่ ให้มีความสามารถที่จะไปทำหน้าที่ฝึกอบรมลูกหมู่

Advertisement

3.จัดให้มีคณะกรรมการดำเนินการกองลูกเสือตามข้อบังคับคณะลูกเสือ

4.ให้ความรู้ในการจัดทำแผนและโครงการฝึกอบรมและสร้างสรรค์กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตลอดปีการศึกษาด้วยตนเอง

5.ให้ความรู้ในการประเมินผลการจัดกิจกรรมในข้อ 4. เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานในปีต่อไป

6.ปรับวิชาพิเศษ เป็น “ความสามารถพิเศษ” และเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยจัดโครงการฝึกอบรมเฉพาะทาง เช่น การจราจร การปฐมพยาบาล การกู้ชีพ การดับเพลิง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ ฯลฯ ซึ่งการฝึกและแสดงความสามารถพิเศษนี้ จะต้องใช้ความรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ตลอดเวลา

7.เมื่อลูกเสือผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานในข้อ 6. และได้รับเกียรติบัตรจากหน่วยฝึกอบรมแล้ว จึงเสนอสำนักงานลูกเสือแห่งชาติมอบ “แบดจ์” ที่แสดงความสามารถนั้นๆ

8.จัดให้มีการประกวดโครงการจิตอาสา เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์การฝึกลูกเสืออย่างแท้จริง

จารึก อะยะวงศ์
ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดพุทธบูชา