หน้าแรก บทความ ปริศนาธรรม ‘ก...

ปริศนาธรรม ‘การซ่อนเพชรพลอยของท่านพุทธทาสภิกขุ’ โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข

18.08.19 | 12:03 น.

ในบรรดาพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ท่านพุทธทาสภิกขุได้ชื่อว่าเป็นพระอรัญวาสีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ วัตรปฏิบัติของท่านนั้นงดงามทั้งในเบื้องต้น ในท่ามกลางและในบั้นปลาย ท่านเป็นผู้ละวางและถึงหลักสุญญตาธรรมอย่างแท้จริง จึงมีผู้ยกย่องท่านว่า พุทธทาสภิกขุนั้นเป็นผู้เดินตามรอยพระอรหันต์ เป็นผู้ค้นพบพระพุทธเจ้า บรรลุมรรคผลแห่งการปฏิบัติธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา หรือแม้แต่ว่าท่านพร้อมด้วยคุณธรรมของพระโพธิสัตว์

แม้ปุถุชนคนทั่วไปไม่อาจล่วงรู้ได้ถึงโลกุตรธรรมที่ท่านปฏิบัติว่าไปถึงระดับใด แต่นักปราชญ์ทางศาสนายอมรับว่าท่านพุทธทาสภิกขุนั้น ได้บรรลุหลักธรรมสูงสุดในอริยมรรคแห่งพุทธธรรม

พระภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิกายใดๆ ก็ตาม เมื่อบรรลุธรรมแล้ว จิตของท่านอยู่เหนือโลกและไม่มีการแสดงตนว่าเป็นผู้บรรลุธรรม ร่องรอยแห่งการบรรลุธรรมมักจะถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดทีเดียว บุคคลที่จะมองเห็นร่องรอยนั้นได้ จะต้องพิจารณาจากการแสดงธรรมบ้าง หรือปริศนาธรรมที่ท่านแสดงไว้บ้าง

สำหรับท่านพุทธทาสภิกขุนั้น คำสอนอันล้นฟ้าล้นดินของท่านกลายเป็นแสงสว่างแก่มนุษย์ทุกหมู่ชน บรรดาสานุศิษย์ของท่านนั้นมีทุกภาคของประเทศ บรรดาศิษย์สวนโมกข์ที่เป็นพระภิกษุสงฆ์ในปัจจุบันนี้ มีสำนักปฏิบัติธรรมที่จำลองแบบอย่างของสวนโมกข์ไปใช้เพิ่มนั้น ศิษย์ของท่านพุทธทาสภิกขุมีลักษณะแตกต่างจากสำนักทั่วไป คือ ความเป็นศิษย์อาจารย์นั้นอยู่ที่ใจเป็นประการสำคัญ แต่ละคนแต่ละฝ่ายถือว่าท่านพุทธทาสภิกขุนั้นเป็นแบบอย่างของพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้ที่ไม่เคยบวชกับท่านหรือท่านมิได้เป็นพระอุปัชฌาย์ก็อาจจะเข้าไปเป็นศิษย์สวนโมกข์ได้ และศิษย์ส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่บวชมาจากที่อื่นทั้งสิ้น

สวนโมกข์ไม่มีการกำหนดว่าจะต้องบวชในสำนักนี้ บางรูปจารึกมาจากภาคเหนือสุดของประเทศ บางรูปธุดงค์มาจากภาคอีสาน บางรูปมาจากภาคใต้สุด ท่านโพธิ พุทธฺธมฺโม ซึ่งมีฐานะเป็นศิษย์ผู้ใกล้ชิดท่านพุทธทาสภิกขุในปัจจุบัน และเป็นเจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหลนั้นท่านก็เป็นพระธุดงค์ปฏิบัติธรรมในทะเลมากับ หลวงพ่อแดง ติสฺโส เคยธุดงค์ปฏิบัติธรรมอยู่ตามเกาะต่างๆ ในอ่าวไทย แล้วจึงได้เข้ามาเป็นศิษย์สวนโมกข์ภายหลัง

Advertisement

พระภิกษุรูปอื่นๆ ที่เคยอยู่ในสวนโมกข์ ศึกษาแนวทางปฏิบัติธรรมจากสวนป่าดังกล่าวนั้น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ของท่านพุทธทาสภิกขุ แต่พระภิกษุเหล่านั้นก็ไม่ได้กล่าวอ้างว่าเป็นศิษย์ของใคร เพราะคำสอนของพุทธทาสนั้นไม่ต้องการให้ศิษย์สวนโมกข์คนใดมีความสำคัญมั่นหมาย ติดยึดในตัวท่านหรือสำนัก เช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนพุทธสาวกไว้ว่า ผู้ใดถึงธรรมผู้นั้นได้ชื่อว่าถึงตถาคต แม้ผู้ที่จับชายจีวรของพระองค์อยู่ หากผู้นั้นไม่ถึงธรรมก็ไม่ได้ชื่อว่าถึงตถาคต…!

ผู้ที่เคยศึกษาคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ หรือผู้ที่เคยเป็นศิษย์สวนโมกข์ย่อมจะจดจำปริศนาธรรมที่ท่านพุทธทาสเคยทำไว้ในสวนโมกข์ มีภาพถ่ายท่านพุทธทาสภิกขุนั่งหันหลังอยู่บนพื้นดินอันเป็นเส้นทางในสวนโมกข์ ภาพปริศนาธรรมที่ว่านั้นท่านต้องการบอกใบ้ให้ศิษย์ได้นึกคิด ผู้มีปัญญาย่อมอ่านความหมายในปริศนาภาพนั้นได้หลายกระแส – “จงอย่าเป็นศิษย์ที่หน้าไหว้หลังหลอก!”, “เมื่ออยู่ต่อหน้าเคยทำอย่างไรลับหลังไปแล้วขอให้ทำอย่างนั้น”, “เมื่อลับหลังไปแล้ว หากไม่ปฏิบัติตรงตามความหมายของความเป็นพุทธทาสแล้วไซร้ ก็ไม่ควรอ้างถึงความเป็นศิษย์”, “ความเป็นพุทธทาสไม่มีข้างหน้าหรือข้างหลัง ไม่มีเราไม่มีเขา”

ปริศนาธรรมข้อนี้เองที่กลายเป็นเสียงสะท้อนอยู่ในจิตใจของบรรดาศิษย์สวนโมกข์ทั้งหลาย แม้ศิษย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ก็ไม่มีการกล่าวอ้างในความเป็นศิษย์ ด้วยเกรงว่าการกล่าวอ้างเช่นนั้นจะได้ชื่อว่าไม่เข้าใจคำสอนของท่าน เพราะท่านไม่ต้องการให้ติดยึดในเนื้อตัวของพุทธทาส

ในบรรดาศิษย์สำคัญของท่านพุทธทาสภิกขุนั้น หากไม่นับท่านปัญญานันทภิกขุผู้เป็นสหายธรรมผู้น้องของท่านแล้ว มีศิษย์ที่ดำเนินชีวิตอยู่บนร่องรอยแห่งแนวทางปฏิบัติและคำสอนของท่านมากมาย ซึ่งท่านเหล่านั้นต่างแยกย้ายกันทำหน้าที่เผยแผ่พุทธธรรมอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ บางรูปก็ทำหน้าที่พระธรรมทูตอยู่ต่างแดน

การสอนธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านมักจะใช้ปัญญาขบคิดข้อธรรมอยู่เสมอ คำพูดของท่านทุกคำมีค่าและมีความหมาย ใช้วิธีการสอนบอกใช้ให้ศิษย์นำไปขบคิดจนเกิดความสว่างในธรรมนั้น ท่านเป็นพหูสูตทางศาสนา ที่ค้นพบธรรมสุญญตาของพระพุทธเจ้า และนำหลักสุญญตามาประกาศสั่งสอนพุทธบริษัท ธรรมสุญญตาของท่านสามารถสร้างบุคคลให้บรรลุความเป็นพระอรหันต์ได้ ศิษย์สวนโมกข์ทั้งหลายจึงเข้าใจสุญญตาหรือจิตว่างอย่างลึกซึ้งมาโดยตลอด จิตว่าง ทำให้บุคคลละอัสมิมานะได้ในที่สุด ศิษย์ของท่านพุทธทาสภิกขุมีอยู่ทุกฝ่ายทุกระดับ ที่เป็นฆราวาสก็มี ที่เป็นบรรพชิตก็มาก ฝ่ายบรรพชิตก็มีทั้งศิษย์ที่ปริยัติและศิษย์ฝ่ายปฏิบัติเพื่อการบรรลุธรรมอย่างที่ท่านเคยปฏิบัติมาแล้ว

นับตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา ศิษย์ที่ผ่านการศึกษาและฝึกฝนจากสวนโมกข์มีอยู่ทั่วไปในพุทธจักร คำสอนของท่านถูกนำไปใช้หรือแม้แต่การนำไปเผยแผ่ในที่ต่างๆ อย่างกว้างขวาง แนวทางสอนธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุเป็นแนวทางแห่งปัญญา แนวทางนี้เป็นทางสายตรงตามพุทธประสงค์ พระอริยสงฆ์ที่เจริญรอยสอนธรรมสายนี้เท่าที่ปรากฏเด่นชัดมาแล้ว ก็คือ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต, พระอาจารย์
เทสก์ เทสรังสี, หลวงปู่ขาว อนาลโย และหลวงพ่อชา สุภัทโท เป็นต้น พระอริยสงฆ์ทั้งหลายมักจะสร้างปรากฏการณ์อัศจรรย์ให้และเห็นได้ พระพุทธองค์ก็เคยสร้างปรากฏการณ์อัศจรรย์มาแล้วมากมาย เพราะในทางพระพุทธศาสนานั้นผู้เดินตามรอยพระอรหันต์ย่อมจะต้องบรรลุธรรม

ในปัจจุบันคำว่าพระอริยสงฆ์มักจะถูกใช้กันเฟ้อมาก จนทำให้เกิดความสงสัยว่า ผู้ที่เป็นพระอริยสงฆ์นั้นจะต้องมีฤทธิ์มีปาฏิหาริย์อย่างผู้วิเศษหรืออย่างไร? แนวทางแห่งคำสอนของพุทธทาสภิกขุนั้น ท่านสอนธรรมแท้ที่เป็นปัญญาแก่มหาชน เหมือนอย่างพระพุทธเจ้าเคยสอนพุทธสาวก ไม่มีเรื่องของเดรัจฉานวิชา เพราะเดรัจฉานวิชาพระพุทธเจ้าทรงห้ามสอน เดรัจฉานวิชาเป็นวิชานอกรีตและต่ำเกินกว่าที่ภิกษุสากิยบุตรจะพึงกระทำ เป็นเครื่องมือหากินของคนที่มีเล่ห์เหลี่ยม ควรจะเป็นเรื่องฆราวาสโดยเฉพาะ สำหรับบรรพชิตผู้มีปฏิญญาตนเป็นคนสูงคนรู้ คนหวังมรรคผลนิพพานนั้น ไม่พึงแตะต้องข้องแวะแต่ประการใด ดุจคนรักความสะอาดย่อมไม่แตะต้องคูถ ฉันใดฉันนั้น

การที่ท่านพุทธทาสภิกขุไม่สอนเดรัจฉานวิชาหรือไม่ส่งเสริมให้ศิษย์สอน ท่านจึงกลายเป็นกำแพงเครื่องขวางกั้นของบุคคลที่สอนเรื่องเดรัจฉานวิชาไปโดยปริยาย พุทธทาสภิกขุจึงไม่มีฤทธิ์ ไม่มีปาฏิหาริย์ ไม่มีปาฏิหาริย์อย่างพวกบูชาเดรัจฉานวิชา หากแต่ท่านมีฤทธิ์และปาฏิหาริย์ทางปัญญาล้วนๆ คือ วิสุทธิปัญญา เพราะคำสอนของท่านทำให้เกิดแสงสว่างในจิตใจของมหาชน

เมื่อครั้งที่ท่านปัญญานันทภิกขุขึ้นไปเผยแผ่พุทธธรรมที่ภาคเหนือ และตั้งฐานที่มั่นแห่งกองทัพธรรมขึ้นที่วัดอุโมงค์นั้น ทั่วทั้งพุทธจักรต้องอัศจรรย์ใจว่าบุคคลผู้มีนามว่าปัญญานันทภิกขุนั้นเป็นใครมาจากไหน? หรือแม้แต่ว่าพระภิกขุรูปนี้เป็นศิษย์ของใคร? ไฉนจึงเทศน์เก่งจนลือลั่นทั่วภาคเหนือและทั่วประเทศ? เบื้องหลังที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้ส่งท่านปัญญานันทภิกขุ ขึ้นไปรุกรบในภาคเหนือนั้นไม่มีใครรู้ แล้วท่านปัญญานันทภิกขุก็ได้กลายเป็นนักเทศน์ปาฏิหาริย์ทางปัญญาขึ้นในพุทธจักร ท่านกลายเป็นเพชรพลอยที่ลี้ลับสำหรับมหาชนเม็ดสำคัญในสังคมชาวพุทธ

เมื่อต้นปี 2526 ชื่อของพระภิกษุหนุ่มผู้หนึ่งโด่งดังขึ้นมาในรายการวิทยุ “เริงราตรี” ท่านผู้นั้นก็คือ พระพยอม กัลยาโณ และในเวลาต่อมาพระภิกษุหนุ่มรูปนี้กลายเป็นนักเทศน์ที่ลือลั่นสนั่นเมือง มีไหวพริบปฏิภาณทางธรรมล้ำเลิศ กลายเป็นพระนักเทศน์ขวัญใจเยาวชนราวปาฏิหาริย์ ขณะที่พระพยอมกำลังโด่งดังอยู่นั้นไม่มีใครรู้ว่าท่านมาจากไหน? เป็นศิษย์สำนักใด? หรือใครคือครูอาจารย์ของท่าน? ปริศนาลี้ลับของพระพยอม กัลยาโณ ได้ถูกเปิดเผยในภายหลังเมื่อมีสื่อมวลชนซักถามท่านว่าเคยศึกษามาจากสำนักใด? คำตอบของพระพยอม กัลยาโณ นั้น ท่านกล่าวว่า ท่านเคยศึกษาอยู่กับท่านพุทธทาสในสวนโมกข์มาเป็นเวลา 7 ปี ยิ่งเมื่อได้รู้ถึงภูมิหลังของพระพยอมว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้ท่านไปสมัครเป็นลูกศิษย์ท่านพุทธทาสภิกขุนั้น ท่านเคยอ่านหนังสือธรรมะของพุทธทาสภิกขุ ปาฏิหาริย์ที่ทำให้เกิดพระ
พยอม กัลยาโณ ก็คือ หนังสือวิมุตวรรณกรรมของอาจารย์สวนโมกข์นั่นเอง

การเกิดสำนักปฏิบัติธรรมที่ชื่อ “สันติอโศก” โดยมีท่านโพธิรักษ์เป็นเจ้าสำนักนั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก เพราะวัตรปฏิบัติของพระโพธิรักษ์และญาติธรรม ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จุดเด่นของสันติอโศก ก็คือ ไม่ฉันเนื้อสัตว์ ฉันอาหารมังสวิรัติเพื่อความบริสุทธิ์แห่งศีล นักวิเคราะห์ทางศาสนาได้ให้ทรรศนะเกี่ยวกับแนวทางของพระโพธิรักษ์ว่า สันติอโศกประยุกต์หลักธรรมคำสอนและแนวทางของท่านพุทธทาสภิกขุมาใช้ แม้พระโพธิรักษ์จะไม่อ้างว่าเป็นศิษย์ของท่านพุทธทาสภิกขุแต่ร่องรอยแห่งแนวคิดของท่านพุทธทาสภิกขุก็ซึมซาบอยู่ในสันติอโศกไม่น้อย ทั้งตัวของท่านโพธิรักษ์เองก็ยกย่องท่านพุทธทาสภิกขุว่าเป็นพระอริยสงฆ์ ดูเหมือนว่าแนวทางของท่านโพธิรักษ์จะจับแนวทางธรรมาธิปไตยของท่านพุทธทาสภิกขุมาพัฒนาให้ประสานกับระบบการเมืองของชาวพุทธ จึงมีรูปธรรมที่วางโครงสร้างกระแสบุญหนุนระบบการเมืองที่มีธรรมะเป็นแกนนำ จนกระทั่งต้องเผชิญกับวิบากกรรมนั้นอย่างลีกเลี่ยงไม่ได้ น่าเสียดายที่กลายเป็นเรื่องอุตริมนุสธรรมไป

แม้กระบวนการของสันติอโศกจะเผชิญวิบากกรรมอย่างไร แต่ดูเหมือนว่าพุทธบริษัทที่มีปัญญายังมองเห็นรูปธรรมแห่งแนวความคิดปฏิรูปของท่านพุทธทาสภิกขุอยู่ในอุดมคติของชาวสันติอโศกอย่างไม่เสื่อมคลาย ซึ่งน่าจะกล่าวได้ว่า สันติอโศกเป็นปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์แห่งแนวความคิดปฏิรูปพุทธศาสนาของท่านพุทธทาสภิกขุอยู่บ้างเหมือนกัน โปรดติดตามการซ่อนเพชรพลอยของหลวงปู่พุทธทาสภิกขุในฉบับหน้าว่าคืออะไรนะครับ

นพ.วิชัย เทียนถาวร
อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข