เดินหน้าชน วันที่ 1 ตุลาคม 2562 : วันเกษียณ : โดย ศุกร์มังกร

เดินหน้าชน วันที่ 1 ตุลาคม 2562 : วันเกษียณ : โดย ศุกร์มังกร

เดินหน้าชน วันที่ 1 ตุลาคม 2562 : วันเกษียณ : โดย ศุกร์มังกร

1 ตุลาคมของทุกปีจะเป็นวันสำคัญในระบบราชการไทย

หนึ่ง เป็นวันแรกของการขึ้นปีงบประมาณใหม่ เริ่มต้นใช้เงินตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันที่ 30 กันยายน เป็นต้นไป

ปีนี้คณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเร่งจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เสนอสภาผู้แทนราษฎรวิเคราะห์ พิจารณา อภิปราย แสดงความคิดเห็น ท้วงติง เสนอแนะ ให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน

กับสภาพรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่ต้องคอยลุ้นระทึกกับ “ผลโหวต”

ก่อนเสนอให้วุฒิสภาเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบภายใน 20 วัน

หนึ่ง เป็นวันแรกของการเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ที่สูงขึ้น ดีขึ้น ใหญ่ขึ้น ทดแทนคนเกษียณอายุราชการ หรือถูกโยกย้ายออกไป

ก็ขอให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เข้มแข็ง เป็นกลาง เป็นธรรม เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินและพี่น้องประชาชนคนไทยที่ต้องจ่ายภาษีทั้งทางตรงหรือทางอ้อมให้กับรัฐบาลที่จะต้องจัดสรรมาเป็นเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนต่างๆ ให้กับทุกท่าน

ขณะเดียวกันสำหรับผู้ที่ “ผิดหวัง” ถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งในพื้นที่ที่ด้อยกว่าเดิม ย่ำอยู่กับที่ ถูกเด้งเก็บกรุ หรือไม่ได้ขยับสู่เก้าอี้ที่คาดหวังไว้ ทั้งๆ ที่มีความรู้ ความสามารถ แต่พลาดจากปัจจัยอะไรก็ตาม

ให้คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาในระบบราชการ “ทีฮูทีอิต”

ไว้รอ “แก้มือ” ในครั้งต่อไป!

หนึ่ง เป็นวันแรกของผู้เกษียณอายุราชการที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ที่จะได้อยู่บ้าน “เลี้ยงหลาน” แบบร้อยเปอร์เซ็นต์

ที่เคยมีตำแน่ง หน้าที่ ยศถาบรรดาศักดิ์ ก็ต้องถอด “หัวโขน” อย่าไปยึดติด หรือทำใจไม่ได้เด็ดขาด ถือว่า “สมบัติผลัดกันชม”

เคยมีคนเมาธ์ในวงว่าบางคนเผลอลืมแต่งเครื่องแบบเตรียมตัวไปทำงานก็มี (ฮา)

สำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณแล้ว จำนวนไม่น้อยยังได้ทำงานต่อ ทั้งทางการเมือง และบริษัทเอกชน ที่ได้รับเงินเดือนค่าตอบแทนสูงกว่ารับราชการ

เรียกว่ารับ “สองเด้ง” ทั้งบำนาญและเงินเดือนใหม่

ส่วนข้าราชการชั้นผู้น้อย แม้บำนาญจะน้อยตามเงินเดือน ถ้าใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่ทำตัวฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไปตามยุคตามสมัย ก็น่าจะอยู่ได้สบายๆ ไปตลอดชีวิต

ดังนั้น บรรดาข้าราชการเกษียณทั้งหลายไม่น่าห่วง!

ทว่าสิ่งที่รัฐบาลควรใส่ใจที่สุดเห็นจะเป็น “ผู้ที่ไม่มีวันเกษียณ” คือกลุ่มเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน กรรมกรก่อสร้าง พ่อค้าหาบเร่แผงลอย ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานกันไปจนตาย

รัฐบาลควรเข้าไปดูแล แก้ไขปัญหาแบบจริงจังและจริงใจให้เขาเหล่านั้นลืมตาอ้าปากได้บ้าง

มีชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่มั่นคง มีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้น มีสวัสดิการแห่งรัฐเข้าไปดูแล มีเงินเก็บเงินออมไว้ใช้ยามแก่เฒ่า สามารถที่จะมีวัน “เกษียณอายุ” กับเขาได้บ้าง!

เหมือนกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไปกล่าวปาฐกถาที่เอเชีย โซไซตี้ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หัวข้อ “การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนระหว่างประเทศจากความแข็งแกร่งภายในสังคมไทย”

นายกฯร่ายยาวช่วง 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้วางรากฐานด้านต่างๆ และยังให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับปากท้อง และการเอารัดเอาเปรียบในสังคม ด้านเศรษฐกิจปรับปรุงกฎระเบียบอำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจ นักลงทุน โดยออกกฎหมายกว่า 400 ฉบับ มากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ด้านสังคมต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ ด้านการเมืองปฏิบัติตามโรดแมปอย่างครบถ้วน ต่อจากนี้ประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ

มี “เป้าหมาย” คือประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2579 มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

นั่นหมายความว่าอีก 17 ปีข้างหน้านี้ “กลุ่มที่ไม่มีวันเกษียณ” และลูกหลานไทย น่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา ฐานะ รายได้ สภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นจริงๆ

ไม่ใช่แค่วาทกรรม “เพ้อฝัน” จากปากผู้นำนะจ๊ะ!?!

ศุกร์ มังกร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้การเมืองกับอัตลักษณ์ของเมือง โดย วิภาพ คัญทัพ
บทความถัดไปพระพุทธศาสนากับอุลตร้าแมน โดย ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ