หน้าแรก บทความ พุทธเศรษฐศาสต...

พุทธเศรษฐศาสตร์… โดย เฉลิมพล พลมุข

23.10.19 | 13:00 น.

ความเป็นมนุษย์หรือคนในโลกนี้เมื่อเกิดมาลืมตาดูโลกมีชีวิตอยู่รอด ร่างกายจิตใจมีความสมบูรณ์ มีระบบการศึกษาเล่าเรียน มีหน้าที่การงานอาชีพที่กระทำ ยศตำแหน่งที่เป็นสมมุติบัญญัติ ก็เพื่อความสุขทั้งของตนเอง ครอบครัว สังคมประเทศชาติย่อมจักได้รับประโยชน์ไปด้วย ศาสนาเป็นองค์กรหนึ่งของสังคมที่ได้กระทำหน้าที่ทั้งหลักการของศาสนาและวิถีทางปฏิบัติไปสู่พฤติกรรมที่พึงประสงค์

สังคมในระดับโลกของเราทุกวันนี้ สถาบันศาสนาถือว่าเป็นองค์กรสำคัญหนึ่งที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับนับถือและการปฏิบัติตามหลักการคำสอนของศาสนา นัยยะหนึ่งของศาสนาก็เอื้อต่อพฤติกรรมทั้งของส่วนตน ส่วนรวมประเทศชาติ มิอาจจักรวมไปถึงมิติของสังคมทั้งศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ การเมืองและระบบเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจที่เราท่านจักต้องเกี่ยวเนื่องทั้งโดยตรงและโดยอ้อม คำถามหนึ่งที่ตรงไปยังองค์กรของศาสนาที่ว่า หลักการคำสอนของศาสนาสามารถนำมาปฏิบัติให้สอดคล้องต่อการดำเนินชีวิตในด้านเศรษฐศาสตร์ได้หรือไม่

ศาสนาพุทธได้ก่อกำเนิดในประเทศอินเดีย เนปาล โดยเจ้าชายสิทธัตถะได้ออกบวชจนกระทั่งได้ตรัสรู้บรรลุธรรมเป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า การสละละทิ้งทั้งปราสาทราชวัง ทรัพย์สินสมบัติ ตระกูลครอบครัว ความเป็นมหาจักพรรดิที่ต้องไปเป็นนักบวชฝากปากท้องอาหารการกินการมีชีวิตไว้กับชาวบ้าน สภาพปัญหาอุปสรรคต่างๆ ทั้งขณะเป็นนักบวชและหลังการตั้งองค์กรสงฆ์หรือสังฆะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกมาจนกระทั่งปัจจุบัน ปัญหาหลายอย่างยังคงดำรงอยู่และส่งผลมายังโลกแห่งความเป็นวัตถุนิยม บริโภคนิยม ทุนนิยม เงินนิยมและอำนาจนิยม ซึ่งท้าทายทั้งต่อหลักการคำสอนและการบริหารจัดการองค์กรสงฆ์ทั้งระบบในภาพรวม

อี เอฟ ชูมาเกอร์ (E F Schumacher, 1911-1977) นักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้มีการตีพิมพ์หนังสือเรื่อง “Small is Beautiful : A study of Economics as if people mattered” เป็นครั้งแรกของโลกที่ได้นำหลักพุทธธรรม (Buddhist Economics) ไปประยุกต์กับหลักการทางเศรษฐศาสตร์ในปี พ.ศ.2524 ได้มีการแปลเป็นภาษาไทยเป็นครั้งแรกโดยใช้ชื่อว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว : เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ” โดยได้ทำการศึกษาถึงพฤติกรรมของคนหรือมนุษย์ที่ว่า สายตาและระบบความคิด ความเชื่อ ความรู้ของคนส่วนหนึ่งมักจะเห็นภาพลวง (Visual illusion) หลายครั้งคราการเห็นหรือประสบการณ์ตรงนั้นทำให้มีการตัดสินใจที่ผิดพลาด อาทิ การไปยืนตรงกลางของรางรถไฟเมื่อมองไปสุดสายตาก็จะเห็นถึงรางรถไฟที่ชนกัน หรือการขับรถบนท้องถนนที่แห้งก็จะเห็นภาพถึงถนนด้านหน้าที่น้ำอยู่บนถนน ภาพลวงดังกล่าวนำไปสู่การตัดสินใจในการซื้อขายสินค้า การขายหุ้น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ บัตรเครดิต มิอาจจักรวมถึงนโยบายบางประเภทของรัฐบาลที่ได้สร้างความทุกข์เดือดร้อนให้แก่ประชาชนทั้งโดยตรงและโดยอ้อม และมิรวมถึงความเสียหายที่เกิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของรัฐบาลที่สร้างความเสียหายต่อระบบเงินภาษีของประเทศชาติ…

ข้อมูลหรือชุดประสบการณ์หนึ่งที่เกี่ยวกับความสับสนในมูลค่า อาทิ คนที่ไปดูหนังหรือภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้า หากตั๋วเข้าดูหนังหายไป คนคนนั้นจักต้องตัดสินใจในการซื้อตั๋วดูหนังใหม่หรือไม่ มีงานวิจัยหนึ่งในอเมริกาที่นักเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมและนักจิตวิทยาได้ทำการศึกษามีผลออกมาก็คือ ภาพรวมแห่งการตัดสินใจโดยนำเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมาเปรียบเทียบมักจะทำให้คนเราเกิดความสับสนที่เกี่ยวกับ “มูลค่า” …(stou.ac.th)

Advertisement

หรือกรณีที่เราท่านต่างพบเห็นถึงพฤติกรรมของผู้คนโดยทั่วๆ ไปที่ชอบของฟรี หรือมีคำถามที่ว่าเหตุใดคนส่วนใหญ่จึงชอบของที่ได้มาที่ไม่ต้องแลกด้วยธนบัตร เงินทองหรือแรงงาน อาทิ การแจกคูปองของฟรี การกินอาหารบุฟเฟต์ เหตุใดคนบางคนจึงมีการตักอาหารจำนวนมาก ในที่สุดก็กินไม่หมดและเหลือทิ้งจำนวนมาก หรือกรณีที่มีการประชุมสัมมนาในโรงแรม ผู้คนส่วนหนึ่งมักชอบเก็บดินสอ กระดาษ หรือสิ่งอื่นๆ กลับไปบ้านซึ่งในข้อเท็จจริงดังกล่าว สิ่งนั้นๆ เมื่อไปถึงบ้านก็กลับมิได้ใช้หรือเป็นสิ่งของที่ต้องทิ้งไป…

Ariely ได้ทำการศึกษาในพฤติกรรมดังกล่าวพบว่า คนทั่วไปเวลาได้รับของฟรีมักจะรู้สึกว่าภูมิใจ มีความสุขใจเนื่องด้วยพฤติกรรมลึกๆ ของคนนั้นกลัวการสูญเสียหรือมีความเสี่ยงที่จะเสียเงินโดยไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป การได้ของมาฟรี ย่อมไม่มีความเสี่ยงใดๆ ที่เกิดขึ้น ในข้อเท็จจริงหนึ่งการได้สิ่งของต่างๆ ที่ได้มาฟรีจึงมิใช่เป็นราคาที่เท่ากับศูนย์ แต่ฟรีเป็นราคา (price) ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ หรือกรณีที่บริษัท Amazon ได้มีกลยุทธ์การโฆษณาถึงการขายหนังสือที่ต้องสั่งซื้อทาง Internet การสั่งซื้อหนังสือ 1 เล่มราคา 16.95 เหรียญ จะมีค่าจัดส่ง 3.95 เหรียญ แต่ถ้าหากซื้อ 2 เล่ม เท่ากับ 31.95 เหรียญซึ่งก็จะมีการส่งให้ฟรี คนส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าไม่อยากขาดทุนแต่จะรู้สึกว่าจะได้กำไร พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ยอดการขายมีการเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ…

ข้อเท็จจริงหนึ่งในคุณภาพชีวิตของคนไทยเราในเวลานี้ ประชาชนชาวบ้านหลายคนที่มีอาชีพทำมาค้าขายต่างก็ได้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้ซื้อหรือลูกค้า ที่การจับจ่ายใช้สอยที่มิได้เป็นไปตามที่พึงประสงค์มากนัก สภาพของปัญหาทั้งหนี้สินเงินกู้รายวัน การประกาศขายบ้าน ตึก ที่ดิน ร้านค้า กิจกรรม ไร่นายังคงมีให้พบเห็นอยู่ทั่วเมืองไทย ปัญหาการฆ่าตัวตายอันเนื่องมาจากสภาพทางเศรษฐกิจที่มิอาจจักดำรงชีวิตอยู่รอดไปได้ อาชญากรรมรายวันทั้งลัก วิ่ง ชิง ปล้น ฆ่ายังคงมีอยู่ในทุกๆ วัน

เรือนจำทัณฑสถานเป็นสถานที่เนืองแน่นไปด้วยผู้ที่ถูกลงโทษจากศาลที่จำต้องถูกคุมขังเป็นเวลานาน ความเป็นอยู่แออัดในจำนวนผู้กระทำความผิดและจำนวนเรือนจำที่ดูเสมือนเป็นทางที่เป็นฝ่ายตรงกันข้าม

การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จากงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ แห่งจังหวัดชลบุรี ได้อภิปรายถึงเงินงบประมาณกระทรวงกลาโหม 2.3 แสนล้านบาทในปี 2563 เพิ่มขึ้น 6.2 พันล้านบาท จะเห็นว่าแต่ละเหล่าทัพทั้งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว กองทัพบกได้ 0.017 % กองทัพเรือได้ 0.036 % และกองทัพอากาศ 0.017% (มติชนรายวัน 21 ตุลาคม 2562 หน้า 2)

เหตุผลหนึ่งของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เบญจา แสงจันทร์ แห่งพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ได้ติดตามถึงงบประมาณและเงินภาษีของประชาชน อาทิ แผนการบูรณาการพัฒนาอีอีซีที่สำนักงานใหญ่ควรจะตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก แต่มีสำนักงานตั้งอยู่ในเขตบางรัก มีงบประมาณพัฒนาสำนักงาน 42 ล้านบาท โดยมีงบประมาณ 752 ล้านบาท เป็นงบโครงการ 491 ล้าน งบบุคลากร 171 ล้านบาท รวมถึงความเห็นต่อกองทัพเรือจะทำธุรกิจไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย การขุดลอกท่าเรือจุกเสม็ด การเชื่อมต่อท่าเรือเฟอร์รี่ควรมีการย้ายไปให้หน่วยงานอื่นทำธุรกิจ เพื่อความโปร่งใสควรให้มีการเปิดประมูลด้วยพีพีพี และการใช้พื้นที่ของกองทัพทำสนามกอล์ฟ มีบ้านพักสวยหรูรวมถึงรีสอร์ตคลับเฮาส์

การบริหารระบบงบประมาณของประเทศโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวาระที่สอง คงจะมิได้ราบรื่นเสมือนคลื่นลมในทะเลที่รัฐนาวาอาจจักไปสู่จุดหมายเป้าหมายได้โดยไม่มีพายุลมฝนที่อาจจักทำให้รัฐนาวาหรือคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลต้องพบกับปัญหาและอุปสรรค ที่ได้ชื่อว่ามีฝ่ายค้านที่มีนักการเมืองรุ่นใหม่คอยติดตาม ตรวจสอบทั้งนโยบาย การใช้เงินงบประมาณไปอย่างคุ้มค่าท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในระดับโลกและมีการลุกลามเข้าสู่สังคมไทย การที่รัฐบาลได้นำเงินภาษีของประเทศชาติไปใช้ในนโยบายเงินประชารัฐ เพื่อให้ประชาชนได้บรรเทาความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ อาจจักมีคำถามที่ว่าเป็นความชอบธรรมในการแจกเงินดังกล่าวหรือไม่…

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) ได้ให้ความเห็นถึงนักเศรษฐศาสตร์ อี เอฟ ชูมาเกอร์ ได้แสดงทรรศนะความเห็นในหนังสือ เศรษฐศาสตร์ชาวพุทธซึ่งทำให้ผู้คนทั่วโลกทั้งชาวตะวันตก ตะวันออกได้ให้ความสนใจในหลักการหลักพุทธธรรม รวมถึงเป็นผู้ที่มีอุปการคุณต่อพุทธศาสนาต่อคำสอนทั้งหลักอริยสัจสี่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค รวมถึงหลักการของมรรคแปด ที่กล่าวถึงสัมมาอาชีวะ การดำรงชีวิตในทางที่ถูกต้องทั้งกฎหมายและศีลธรรมอันดี ข้อเท็จจริงหนึ่งในสังคมของโลกเราทุกวันนี้ ชีวิตของผู้คนและวิทยาการต่างๆ มีลักษณะ (Specialization) ความชำนาญพิเศษ หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทำให้ระบบในการดำเนินชีวิตมีการแยกตัวอย่างโดดเดี่ยว ผู้คนส่วนหนึ่งมีวิถีชีวิตอยู่แบบตัวใครตัวมัน เวลาประสบปัญหาใดเกี่ยวกับชีวิตที่แก้ไม่ได้ ก็อาจจักตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ง่าย

ความเห็นหนึ่งของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ อาทิ การโฆษณาเป็นกลยุทธ์หรือกิจกรรมหนึ่งทั้งของระบบธุรกิจและสังคมจิตวิทยา ในแง่ของระบบเศรษฐศาสตร์เป็นการชักชวนเชิญให้มีการซื้อขายในระบบธุรกิจ ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มต้นทุนไปในขณะเดียวกัน การโฆษณาหลายประเภทที่สร้างต้นทุนถึงความทุกข์เดือดร้อนให้แก่สังคมโดยรวม อาทิ การโฆษณาบุหรี่ เหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สร้างการกระตุ้นในการซื้อขายทั้งระบบตลาดทองคำ หุ้น บ้าน รถยนต์ ที่ดิน บัตรเครดิต ซึ่งมิติหนึ่งดูเสมือนจักเป็นการช่วยกระตุ้นมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐศาสตร์

ขณะเดียวกันผลที่ตามมาก็คือ คนเป็นหนี้มากขึ้น การผ่อนหนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก การกระทำผิดทั้งศีลธรรมจริยธรรมและกฎหมายของบ้านเมืองก็ตามมาโดยเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นการไม่เป็นอิสระจากจริยธรรม แต่ก็มิได้ใส่ใจต่อจริยธรรม…

อี เอฟ ชูมาเกอร์ ชีวิตของเขาได้มีประสบการณ์ทำงานให้กับคณะกรรมการควบคุมของอังกฤษในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเยอรมัน รวมถึงการเป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจของสภาถ่านหินอังกฤษที่มีพนักงานมากกว่าแปดแสนคน ที่ปรึกษาของรัฐบาลพม่าที่ต้องใช้หลักคำสอนของศาสนาพุทธและความเชื่อของลัทธิเต๋า การต่อสู้ทางการเมืองของมหาตมคานธี กับเศรษฐกิจระบบใหม่ของอินเดีย รวมถึงความเห็นต่อระบบปัญหาด้านเศรษฐศาสตร์สำหรับประเทศที่ได้ชื่อว่าพัฒนาแล้ว กับประเทศที่อยู่ในกลุ่มของกำลังพัฒนา การพัฒนาอุตสาหกรรมและการพึ่งพิงน้ำมันจากประเทศตะวันออกกลาง การรวมตัวกันเพื่อก่อตั้งกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าออก (OPEC) โดยเห็นว่าประเทศที่พัฒนาแล้วมีการลดการผลิตน้ำมันลงก็จะช่วยเรื่องการลดการใช้น้ำมันโดยหันไปใช้พลังงานทางเลือกอื่นอาทิ ไฟฟ้า หรือพลังงานธรรมชาติที่เอื้อต่อสภาพสิ่งแวดล้อมดินฟ้าอากาศโลก

แนวคิดหลักของเขาหนึ่งก็คือ การให้มีองค์กรขนาดกลาง (intermediate size) เทคโนโลยีขนาดกลาง (intermediate technology) และการพึ่งพิงตนเอง (self-dependency) จะต้องไปตามแต่ละเงื่อนไขของสภาพภูมิศาสตร์ประเทศ สิ่งแวดล้อม ท้องถิ่นอาจจักรวมถึงทัศนคติ ความเชื่อค่านิยมประเพณี วัฒนธรรมและหลักการของศาสนาที่ศาสนิกแต่ละประเทศมีการเคารพนับถือ หลักการดังกล่าวเป็นการพึ่งพิงตนเองของชุมชนอย่างแท้จริงแล้วปัญหาเศรษฐศาสตร์ที่เน้นต้นทุน กำไร ทุนนิยม อำนาจนิยมที่สร้างปัญหาให้กับระบบต่างๆ ก็จะทุเลาลงไป…

คนไทยเราในเวลานี้ที่เชื่อว่าในหลักฐานของทะเบียนประชากรราษฎรที่ระบุไว้ว่า นับถือพุทธศาสนา เราท่านต่างนำหลักการคำสอนของพุทธศาสนา ที่เสมือนน้ำทิพย์ช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยทั้งระบบสังคม เทคโนโลยี ระบบการตลาด การเมืองและเศรษฐกิจรุมเร้าชีวิตมากน้อยเพียงใด…

เฉลิมพล พลมุข