ความเหงา : โดย ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

ความเหงาเป็นความรู้สึกโดดเดี่ยว ว้าเหว่ ขาดความอบอุ่น ความเหงาเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสถานะ แม้จะไม่ทำให้ร่างกายเจ็บป่วย แต่ความเหงากลับเป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนจิตใจได้อย่างรุนแรง ความเหงาทำให้เกิดความหวาดกลัว ความหดหู่และเศร้าเสียใจ ความเหงายังสร้างความกระทบกระเทือนต่อจิตใจจนถึงกับทำให้เฉาตายได้

จิตของปุถุชนถูกฝังแน่นด้วยอนุสัยแห่งราคะตัณหามายาวนาน นิวรณ์แห่งกามและโลกีย์สุขได้ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ความใคร่ในเรื่องกิน กาม เกียรติได้ครอบงำจิตใจเราอย่างไม่เสื่อมคลาย เราจึงมีความสุขความคึกคะนองจากการได้เสพรสเพศ จากการได้สั่งสมโภคทรัพย์และยินดีในคำสรรเสริญเยินยอ โลกีย์สุขเหล่านี้ช่วยทำให้ความเหงาคลายหายไป

ทุกครั้งที่เราได้เสพกาม กิน เกียรติ เราจะไม่รู้สึกเหงา ความเหงาจะถูกบำบัดขจัดออกไปจากจิตใจด้วยการเสพเมถุน ด้วยการสั่งสมโภคทรัพย์ และการยกยอปอปั้นที่จิตใจของเราเพียรพยายามเรียกร้องแสวงหาเอามา เมื่อได้รับการเสพแล้ว ความเหงาจะหายไป เหมือนดั่งคนติดเหล้า หากได้ดื่มกินแล้ว ร่างกายและจิตใจจะคึกคะนองกระปรี้กระเปร่า ความกังวลหดหู่และความซึมเศร้าที่เกิดจากความเหงาจะคลี่คลายไป

เมื่อขาดการเสพรสแห่งกามคุณ ปุถุชนคนทั่วไปจึงมีโอกาสประสบกับความเหงา ยิ่งโหยหาการเสพเพียงใดหากไม่ได้ดั่งใจปรารถนา ความเหงาจะยิ่งรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวเพียงนั้น ผู้ที่มีราคจริตมาก จะยิ่งเหงามากหากราคะนั้นไม่ได้รับการตอบสนอง

ความเหงาเป็นความเสื่อมถอยของจิตใจที่เกิดกับปุถุชนโดยทั่วไป ราคะตัณหาที่ซึมลึกอยู่ในจิตใจอย่างหนาแน่นนั้น เมื่อการปรนเปรอความกำหนัดทำได้ไม่เพียงพอ เราจึงหลบหนีความเหงาไม่ได้ เมื่อไม่อาจแสวงหากามคุณและโภคทรัพย์ ราคจริตจึงฟุ้งซ่าน ความเหงาจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ยังมีคนอีกจำพวกหนึ่งที่เป็นโรคไม่เหงา โรคไม่เหงานี้น่ากลัวและน่ารังเกียจยิ่งกว่าโรคเหงา ปุถุชนที่ไม่เคยรู้สึกเหงาเลยนั้นกลายเป็นเรื่องไม่ปกติธรรมดา เพราะเหตุว่าแม้พวกเขาจะมีราคะตัณหาหนาแน่น แต่คนพวกนี้สามารถใช้ชีวิตของเขาทั้งชีวิตโดยไม่เหงา แต่กลับได้รับความสนุกสนานคึกคะนองไม่มีที่สิ้นสุดด้วยการแสวงหาและสั่งสมโภคทรัพย์ ด้วยการเสพเพศรสและน้อมรับคำเยินยอเพื่อปรนเปรอตนเองให้คลายจากความเหงาได้ตลอดเวลา

ตั้งแต่เกิดจนวันตาย คนจำพวกไม่เหงาจึงใช้ทุกวันเวลาของเขาเพื่อแสวงหาและตอบสนองต่อสิ่งที่ใจปรารถนา พวกเขาจึงไม่รู้สึกเหงา จิตใจที่มีอนุสัยของกาม กิน เกียรติ ฝังแน่นข้ามภพข้ามชาติมาก่อน เมื่อมาถึงชาตินี้ อนุสัยนั้นกลับได้รับการปรนเปรอเป็นอย่างดี แม้พวกเขาจะไม่เหงาเพราะการปรนเปรอ แต่การได้เสพกามคุณต่อเนื่องไป กลับทำให้จิตใจของเขาหนาแน่นเกรอะกรังด้วยราคะตัณหายิ่งขึ้น ความไม่เหงาเช่นนี้จึงต้องแลกมาด้วยการสูญเสียจิตใจที่ไหลตกต่ำอยู่เรื่อยไป

คนเป็นโรคไม่เหงากลับยิ่งน่าสงสาร ราคะตัณหาที่เบ่งบานจากการปรนเปรออยู่ตลอดเวลากลับกลายเป็นนิวรณ์นำพาคนพวกนี้ให้กลับมาเวียนเกิดเวียนตายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด วัฏสงสารของเขายืดยาวออกไปจนสุดประมาณเพราะการปรนเปรอกามคุณ โรคไม่เหงาจึงน่ากลัวยิ่งนัก

ทั้งโรคเหงาและโรคไม่เหงาเกิดขึ้นเฉพาะกับปุถุชน เป็นโรคเฉพาะกับบุคคลที่ยังมีกิเลสตัณหา หากชาวพุทธรู้จักปฏิบัติธรรมด้วยการสวดมนต์ไหว้พระสม่ำเสมอแล้ว จิตใจจะมีความสุขสดชื่น มีพลังและไม่รู้สึกเหงา เพราะการสวดมนต์ไหว้พระทุกค่ำเช้าจะทำให้ชีวิตสุขสงบ จิตใจไม่ถูกหมักหมมอยู่แต่ราคะตัณหาตลอดเวลา ยิ่งผู้ปฏิบัติรู้จักฝึกการเจริญภาวนาด้วยแล้ว จะยิ่งช่วยขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์สะอาด เมื่อตัณหาอาสวะในจิตใจลดน้อยถอยลง ผู้สวดมนต์เจริญภาวนาจะไม่รู้สึกเหงา

ชาวพุทธพึงพิจารณาการประพฤติปฏิบัติของพระอัญญาโกณทัญญะ หลังจากที่ท่านได้บรรลุธรรมและขออุปสมบทจากพระพุทธองค์แล้ว ท่านได้ปลีกวิเวกเข้าไปอยู่ในป่าแต่ลำพังผู้เดียว ท่านได้กราบทูลลาองค์พระศาสดาไปจำพรรษาที่ริมสระมันทากินีนานถึง 12 ปี โดยมีช้างตระกูลฉัททันต์จำนวน 8,000 เชือก คอยดูแลปรนนิบัติรับใช้

การไม่ได้พบผู้คน ไม่ได้พูดคุยเป็นเวลายาวนานย่อมทำให้ปุถุชนเกิดความเหงาและไม่อาจทนต่อการอยู่ลำพังได้ แต่พระอัญญาโกณทัญญะกลับทำสิ่งตรงข้าม ท่านปรารถนาความวิเวกและสถานที่สัปปายะเพื่อการสวดมนต์ภาวนา การไม่ส่งจิตออกนอกทำให้จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน ผู้เจริญในธรรมจึงไม่เหงา

ในครั้งพุทธกาล ขณะที่หมอชีวกนำพระเจ้าอชาตศัตรูเข้าเฝ้าองค์พระศาสดา พระเจ้าอชาตศัตรูถึงกับอุทานออกมาด้วยความระแวงสงสัยว่า หมอชีวกจะหลอกลวงพระองค์ไปให้ศัตรูฆ่า เพราะระหว่างทางที่เสด็จเข้าเฝ้าพระพุทธองค์นั้น แม้จะมีสงฆ์สาวกจำนวนนับพันรูปอยู่ภายในวัด แต่กลับปรากฏว่าสถานที่แห่งนั้นเงียบกริบ ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีแม้แต่เสียงกระแอม ไม่มีการทำกิจอื่นใดเว้นแต่การเจริญภาวนา ผู้ปฏิบัติธรรมจึงต้องการวิเวก สงฆ์สาวกเหล่านั้นจึงไม่รู้สึกเหงา

เป็นที่ตระหนักชัดว่านอกจากพระอัญญาโกณทัญญะที่ปลีกวิเวกอยู่แต่ในป่าแล้ว ยังมีสงฆ์สาวกอื่นที่ต้องการสัปปายะ ความสงบวิเวกจึงเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติธรรมปรารถนา มีแต่ปุถุชนที่ตกอยู่ในความเหงาและความไม่เหงาเท่านั้นที่ยังดิ้นรนแสวงหาโภคทรัพย์และเสพกามคุณเพื่อคลายความเหงา

หากชาวพุทธหันมาปฏิบัติธรรมให้มากขึ้น ใส่ใจในเรื่องการสวดมนต์ไหว้พระและเจริญภาวนาเป็นประจำจนเป็นนิสัยแล้วผู้ปฏิบัติจะได้สัมผัสรสแห่งธรรมอย่างชื่นอกชื่นใจ โดยเฉพาะในขณะสวดมนต์ด้วยการเปล่งเสียงดัง พร้อมกับจิตของผู้สวดมนต์ที่ติดแนบไปกับบทสวดมนต์ เพียงเท่านี้ ผู้ปฏิบัติจะเกิดปีติสุขในใจอย่างล้นเหลือ ความเหงาจะไม่เข้ามารบกวนอีกเลย

ประสบการณ์ที่ผู้ปฏิบัติได้สัมผัสรสแห่งธรรมที่ได้รับจากการสวดมนต์ไหว้พระ จะทำให้ผู้ปฏิบัติได้ตระหนักและนำไปเปรียบเทียบกับความสุขทางโลกีย์ที่ได้จากการดื่มกินและเสพกามเพื่อคลายความเหงา ผู้มีใจใฝ่ธรรมย่อมหยั่งทราบได้ว่ารสแห่งกามมีแต่จะนำพาผู้เสพให้ติดยึดอยู่กับความกำหนัดแห่งอกุศลมูลนั้น เมื่อใดที่ขาดการเสพ ความเหงาจะเข้ามาบีบคั้นจิตใจ

มีแต่ปีติสุขในธรรมและการสวดมนต์ไหว้พระเท่านั้นที่จะนำพาชาวพุทธให้คลายจากความเหงา

ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

บทความก่อนหน้านี้คิดเห็นแชร์ : การออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities-Clean Energy) ตอน 2 โดย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน
บทความถัดไปผบ.ตร.สั่งไล่ล่าคนร้ายยิงถล่มบ้านอริที่เมืองคอน เด็กรับเคราะห์บาดเจ็บสาหัส