มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เปิดประชุมรัฐสภาสมัยที่ 2 มาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 สภาผู้แทนราษฎรประชุมวันแรกเมื่อสองวันก่อน 6 พฤศจิกายน 2562 ญัตติจ่อเข้าวาระเป็นแถว มีวาระสองพิจารณาแปรญัตติงบประมาณแผ่นดินที่แขวนไว้เข้าพิจารณาในสภาก่อนผ่านวาระสองทั้งหมดเข้าสู่วาระสามในอีกไม่นานนี้ ทั้งญัตติสำคัญคือการไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตั้งแต่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคน
รวมถึงญัตติสำคัญ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ผู้เสนอคือ สุทิน คลังแสง ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะพรรคเพื่อไทย กับพรรคอนาคตใหม่
ไม่ทราบว่าวันนี้ “คนนอก” ที่จะเข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับทราบและรับเป็นหรือยัง
ก่อนหน้าเปิดประชุมสมัยสามัญที่ 2 ของรัฐสภา สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต แจ้งผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยดีขึ้นหรือแย่ลง หรือเหมือนเดิม ให้คะแนนเต็ม 10 มีตัวชี้วัด 25 ประเด็น จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 2,528 คน ระหว่างวันที่ 23-31 ตุลาคม 2562
ภาพรวมความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ “ดัชนีการเมืองไทย เดือนตุลาคม 2562” คะแนนเต็ม 10 ได้ 4.09 คะแนน แบ่งเป็นหลายหัวข้อเทียบเคียงระหว่างเดือนกันยายน 2562 กับเดือนตุลาคม 2562 (มติชน หน้า 3 วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562) ถือว่าสอบตกทั้ง 25 ประเด็น
คงต้องมารอดูว่า หลังเปิดประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 เมื่อมีการถ่ายทอดสด และมีการอภิปรายถึงญัตติต่างๆ แล้วจะมีผลสำรวจกระเตื้องขึ้นหรือไม่
โดยเฉพาะการให้ความสนใจในญัตติ อาทิ ญัตติวาระสองของงบประมาณว่ามีการตัดงบประมาณใดบ้าง และนำงบประมาณที่ถูดตัดนั้นไปให้กับส่วนไหน หรือโปะเข้ากองกลางไว้ก่อน
ส่วนที่ต้องจับตาว่าสภาจะบรรจุญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกสักกี่วันกี่สัปดาห์ ด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีบางคน เป็นวาระที่มีหลายรูป หลายอารมณ์ ยิ่งมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีไม่ทราบว่าจะมีการหลบหลีกเหมือนกับนายกรัฐมนตรีใน
อดีตบางคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้หรือไม่ หรือบารมียังไม่แก่กล้าพอ
การอภิปรายไม่ไว้วางใจในแต่ละครั้ง มักจะมี “ดาวฤกษ์” เกิดขึ้นเสมอ
ครั้งนี้เชื่อว่าต้องมีดาวฤกษ์เกิดขึ้นหลายดวง เป็นดาวฤกษ์ดวงใหม่ในยุค 5G ขณะที่ระบบการติดต่อ สื่อสารทันสมัยมาก ยิ่งการติดต่อสื่อสารง่ายขึ้นเท่าใด ข้อมูลข่าวสารยิ่งเข้าถึงมือของผู้อภิปรายได้เร็วและง่ายขึ้นเท่านั้น-ทั้งฝ่ายไม่ไว้วางใจ และฝ่ายรัฐบาล
ทั้งต้องจับตาดูลีลาการพูดการอภิปรายของ “ดาวฤกษ์” ดวงใหม่ว่าจะเปล่งแสงเปล่งรัศมีได้ไกลและเปล่งปลั่งมากน้อยเพียงใด หรือเมื่อโดนสกัดจากดาวฤกษ์ของอีกฝ่าย จะข่มแสงลงได้หรือไม่อย่างไร
เชื่อว่า การอภิปรายครั้งนี้ ไม่แต่เพียงฝ่ายค้านเท่านั้น ฝ่ายรัฐบาลเองต้องเปล่งประกายของตัวเองออกมาเพื่อให้มีอนาคตกับเขาด้วย ไม่ใช่แต่จะให้ฝ่ายค้านเปล่งประกายอยู่เพียงพวกสองพวก
โดยทั้งสองฝ่ายต้องหาประเด็นอันเป็นข้อเท็จจริงและเหตุผล หรือการสนับสนุนการคัดค้านต้องเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน มิใช่แต่จะอวดโอ้แต่โวหารให้ฟังสนุกสะใจเพียงอย่างเดียวหาได้ไม่
ทุกวันนี้ ทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งผู้ออกเสียงเลือกตั้ง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต่างคนต่างมีการศึกษาและประสบการณ์อันเป็นกลไกสำคัญที่จะชักจูงประชาชนผู้รับฟังการอภิปรายอย่างตามติดให้ตลอดรอดฝั่ง นับตั้งแต่เริ่มต้นการนำเสนอญัตติ ว่ามีเหตุผลมากน้อยเพียงใด ยิ่งมีเวลามากนานนับชั่วโมง ผู้นำเสนอญัตติยิ่งต้องมีทั้งโวหาร มีทั้งเหตุผล มีทั้งข้อมูล อย่างที่เรียกว่า “ขั้นเทพ” เช่นเดียวกับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ล่วงลับไปแล้ว และที่ยังนั่งฟังอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน เช่นประธานรัฐสภา เป็นต้น
หวังว่าการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งนี้ของรัฐสภาจะสร้างคะแนนผลสำรวจในเดือนต่อไปเพิ่มขึ้นนะจ๊ะลุงตู่

