เอดส์ไทย 2019 : โดย เฉลิมพล พลมุข

เอดส์ไทย 2019 : โดย เฉลิมพล พลมุข

เอดส์ไทย 2019 : โดย เฉลิมพล พลมุข

สุขภาวะหนึ่งของมนุษย์หรือคนที่เป็นที่ปรารถนานอกจากปัจจัยสี่ที่ใช้ในการดำรงชีพแล้ว การมีสุขภาพกาย จิตใจ จิตวิญญาณที่แข็งแรงเกื้อกูลในการประกอบหน้าที่อาชีพการงานแล้ว การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนหรือทุกชีวิตไม่ประสงค์จักให้ความป่วยไข้อันอาจจะเนื่องด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งมาเป็นปัญหาและอุปสรรคในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

เอชไอวี (HIV+) หรือการป่วยเป็น โรคเอดส์ (AIDS) เป็นการป่วยไข้ด้วยเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นอยู่กับโลกมามากกว่าห้าสิบปีที่ผ่านมาแล้ว สมมุติฐานหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อว่า เชื้อไวรัสเอชไอวีที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์ ได้ส่งการเปลี่ยนผ่านเชื้อไวรัสดังกล่าวมาจากลิงชิมแปนซีมาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 หรือช่วงต้นๆ ของคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีการพบครั้งแรกในแอฟริกาในช่วง ค.ศ.1884-1924 โดยติดต่อทั้งลิงกัดมีบาดแผลขณะที่ล่าลิงเพื่อนำมาเป็นอาหาร รวมถึงข้อสมมุติฐานที่ว่าคนมีเพศสัมพันธ์กับลิง

การพบผู้ป่วยเอดส์ครั้งแรกของโลก ในปี ค.ศ.1969 ในผู้ป่วยชาวแอฟริกา-อเมริกัน วัย 15 ปี ที่ชื่อ Robert R. ที่ได้เสียชีวิตที่เมืองเซนต์หลุยส์ หลังจากนั้นได้มีนักวิจัยที่ Tulane University School of Medicine ได้ยืนยันถึงการตรวจพบเชื้อเอชไอวี-1 ในเลือดและเนื้อเยื่อของผู้ป่วยชาย หลังจากนั้นได้มีสจ๊วตสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่งที่เชื่อว่าได้นำเชื้อไวรัสเอชไอวีในตนเองระบาดไปสู่อเมริกาเหนือจนได้นามว่า “Patient Zero” โดยมีการพบผู้คนที่มากกว่า 40 คนจากการพบเชื้อเอชไอวี 248 คนในปี พ.ศ.2526 ที่มีเพศสัมพันธ์กับสจ๊วตคนดังกล่าว

เอดส์ (AIDS) Acquired Immune Deficiency Sndrome เป็นโรคที่เกิดจากภาวะภูมิคุ้มกันในร่างการเสื่อมหรือบกพร่องเพราะถูกทำลายโดยเชื้อไวรัส HIV+ Human Immonodeficiency Virus ที่ทำให้ร่างกายต้องติดเชื้อโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ง่ายจนกระทั่งกลายเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ เสียชีวิต การพบโรคเอดส์ครั้งแรกจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2524 ในชายรักร่วมเพศจำนวน 5 คน ที่ป่วยด้วยโรคปอดบวมและมีการตรวจพบในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มอีก 26 คนในผู้ป่วยมะเร็งของหลอดเลือด หลังจากนั้นก็พบถึงการระบาดในโรคดังกล่าวไปทั่วโลก

สำหรับเมืองไทยเราได้มีการพบผู้ป่วยเอดส์รายแรกเป็นผู้ชายที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ ที่ได้เดินทางไปศึกษายังสหรัฐอเมริกา เขาเริ่มป่วยและมีอาการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 แพทย์ลงความเห็นว่าเขาเป็นโรคเอดส์และได้กลับไปรักษาตัวต่อที่เมืองไทยในปี พ.ศ.2527 และเขาก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา กระทรวงสาธารณสุขได้มีรายงานถึงการพบผู้ป่วยในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2527 และหลังจากนั้นจำนวนของผู้ป่วย หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาลของรัฐ องค์กรเอกชน ศาสนา วัด องค์กรคริสต์ ก็ได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาวะของผู้ป่วยเอดส์มาจนถึงปัจจุบัน

โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) มีการตั้งเป้าหมายถึงการยุติปัญหาเอดส์ทั่วโลกในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ.2573 และมีรายงานถึงจำนวนผู้ป่วยเอดส์กึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลกได้รับการบำบัด แต่ในจำนวนกว่า 17 ล้านคนยังมีคนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบยาต้านไวรัส ส่วนหนึ่งของเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าตนเองเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ข้อมูลหนึ่งที่กล่าวถึงการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ได้มีการลดลงจาก 3.4 ล้านคน มาอยู่ที่ตัวเลข 1.8 ล้านคนต่อปี โดยกลุ่มที่เสี่ยงก็คือ ผู้หญิงที่มีอายุน้อย ชายที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ ผู้ที่ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น ผู้ต้องขังในเรือนจำหรือสถานกักขัง ผู้ขายบริการทางเพศและกลุ่มคนข้ามเพศ…(VOA thai.com)

ในรอบปีหนึ่งข่าวหรือข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ป่วยเอดส์ทั้งในสังคมไทยเราและในระดับโลก เราท่านมักจะไม่ค่อยได้ยินหรือได้ฟังถึงสถานการณ์ดังกล่าวบ่อยครั้งนัก คำถามหนึ่งที่อาจจักมิได้รับคำตอบก็คือ จำนวนของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์กำลังจะลดลงไปตามลำดับหรือจะไม่มีตัวเลขในกลุ่มเขาอยู่ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกหรือไม่ นักการเมืองทั้งรุ่นเก่าใหม่ที่เรียกร้องถึงความเป็นประชาธิปไตยโดยมีนัยสำคัญ เขาได้ให้ความสำคัญถึงคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์หลายคนเมื่อครั้งมีการเลือกตั้งเขาเหล่านั้นก็ได้ไปใช้สิทธิในฐานะพลเมืองของรัฐเช่นกัน ชีวิตของเขาเหล่านั้นถูกกล่าวซ้ำอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันเวลาในช่วงระยะสั้นๆ มาถึงก็คือวันเอดส์โลก

วันเอดส์โลก (World AIDS Day) 1 ธันวาคม ของทุกๆ ปี โดยมีสัญลักษณ์เป็นริบบิ้นสีแดง รวมถึงถือว่าวันดังกล่าวเป็นวันเอดส์โลกให้มีการรณรงค์ถึงการป้องกันระวังการเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ การให้ความรู้ในเด็กและเยาวชนของชาติในเรื่องเพศศึกษา การดูแลรักษาตนเองรวมถึงการรู้ถึงคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ที่เกิดมาในโลกนี้

วันเวลาที่ผ่านมามีผู้ที่เสียชีวิตจากการป่วยด้วยโรคเอดส์ไปแล้วกว่า 25 ล้านคน และเมื่อสองปีที่แล้วมา (ค.ศ.2016) พบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์กว่าหนึ่งล้านคนทั่วโลก

ตัวเลขหนึ่งของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีการลงนามปฏิญญาเพื่อยุติปัญหาเอดส์ Fast-Track Cities 90-90-90 เพื่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อยุติเอดส์ภายในปี พ.ศ.2563 โดยพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีในปี พ.ศ.2562 จำนวน 77,558 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,190 คน เป็นเด็กเยาวชนอายุน้อยกว่า 25 ปี ในจำนวน 628 คน คิดเป็นร้อยละ 52.8 และพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ไปแล้ว 1,877 คน และข้อมูลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (NAP Program) เมื่อปีที่แล้ว พ.ศ.2561 พบผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ 70,774 คน ผู้ที่ได้รับยาต้านไวรัส 55,123 คน รวมถึงผลการตรวจพบผู้ที่มีปริมาณไวรัสในกระแสเลือดน้อยกว่า 1,000 copies/ml ในจำนวน 41,893 คน…(The standard.co)

เหตุของการเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีหนึ่งก็คือ การมีเพศสัมพันธ์ที่มิได้มีการระวังและป้องกันอย่างถูกวิธี การขายบริการทางเพศทั้งหญิงและชาย รวมถึงคนข้ามเพศทั้งในสังคมไทยเราและสังคมนานาชาติยังคงมีอยู่ในข้อเท็จจริง เด็กวัยรุ่นวัยเรียนวัยใสในสถานศึกษาหลายแห่ง การมีเพศสัมพันธ์สำหรับเขาเหล่านั้นดูเสมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา การไล่ล่าแต้มจำนวนครั้งของการมีเพศสัมพันธ์ การท้องที่เป็นคุณแม่วัยใส การทำแท้ง การปฏิเสธของการมีลูกหลังจากคลอด การนำเด็กทารกไปทิ้ง การฆ่าทำลายเด็กวัยใสซื่อบริสุทธิ์ยังคงมีให้พบเห็นในสังคมไทยเราที่ผ่านมา จำนวนของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในเรือนจำ ทัณฑสถาน สถานพินิจทั่วประเทศยังคงมีอยู่ในตัวเลขที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจักต้องให้การดูแลชีวิตเขาเหล่านั้น วันเวลาแห่งอนาคตเอดส์จักหมดไปจากเมืองไทยจริงหรือไม่…

ผู้เขียนอาจจักรวมถึงท่านผู้อ่านบางท่านที่ว่า ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือความเป็นไปในแวดวงเอดส์ทั้งระดับนโยบายของประเทศ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในจำนวน 279 มาตรา ในหมวดที่ 16 ที่ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ในมาตรา 257 (3) ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงด้านอื่นๆ ช.(5) ให้มีระบบการแพทย์ปฐมภูมิที่มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม…

ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ที่กำหนดให้ประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ชาติในด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ตลอดทุกช่วงของชีวิตทั้งการตั้งครรภ์ เด็กปฐมวัย วัยเรียน/วัยรุ่น วัยแรงงาน วัยสูงอายุ ในช่วงวัยแรงงานได้ระบุถึงความรู้ความเข้าใจทักษะทางการเงิน การบริหารจัดการการเงินตนเองครอบครัว การวางแผนเงินออม การรับผิดชอบต่อพ่อแม่ครอบครัว การเป็นผู้ประกอบการใหม่ การสร้างสรรค์งานใหม่…

ในข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราท่านจักปฏิเสธมิได้ก็คือ ปัญหาการมีงานทำ มีรายได้ ชีวิตปากท้องของชาวบ้านที่เนื่องด้วยระบบเศรษฐกิจของประเทศ ข้าวปลาอาหารสินค้าเครื่องใช้ต่างๆ มีราคาแพงรายรับมิได้เท่ากับรายจ่าย จนกระทั่งรัฐบาลต้องมีนโยบายเพื่อเยียวยาปัญหาระดับพื้นฐานของประชาชน เงินประชารัฐ “ชิมช้อปใช้ ในเฟส 2” ที่ถูกจำกัดด้วยตัวเลขจำนวนคนสามล้านคนทั่วประเทศ การประกาศขายบ้าน ที่ดิน ร้านค้ากิจการ เรือกสวนไร่นายังมีให้พบเห็นตามถนนหนทางอยู่ทั่วประเทศ มิอาจจักรวมถึงโรงพยาบาลที่ต้องดูแลความป่วยไข้ของประชาชน ศิลปินนักร้องยังคงทำหน้าที่ในการวิ่งรณรงค์เพื่อขอบริจาคเงินในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลนอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่าเป็นพ่อบ้านของประเทศทั้งการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี ที่มีบรรดาผู้นำสำคัญของแต่ละประเทศต่างมาประชุมในเวทีต่างๆ ในเมืองไทยเราในประเด็นการขับเคลื่อนความยั่งยืน “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” (Advancing Partnership for Sustainability) ทั้งในด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยให้สังคมไทยเรามีเป้าหมายได้มีการขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นอาเซียนในอนาคตท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน การกีดกันทางการค้ามีความรุนแรงมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ส่งผลต่อคุณภาพของประชาชนชาวบ้านในสังคมไทยเราที่จักปฏิเสธมิได้ถึงการมิให้ใครคนหนึ่งกลายเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ป่วยเอดส์รายใหม่เกิดขึ้น

ผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ป่วยเอดส์หนึ่งคนในสังคมไทย ในข้อเท็จจริงก็สร้างแรงกระทบในบริบทต่างๆ ที่ยากจะหลีกเลี่ยงทั้งการไม่มีงานทำ การที่รัฐจักต้องสนับสนุนจำนวนเงินภาษีของประชาชนที่ต้องไปดูแลชีวิตของเขาเหล่านั้นตลอดชีวิต จำนวนเม็ดเงินที่หากเขาเป็นผู้คนปกติ มีกำลังแรงกายใจที่สามารถทำงาน สร้างรายได้ มีเงินเสียภาษีให้รัฐเพื่อนำไปพัฒนาประเทศชาติ จำนวนทั้งมูลค่าของเงินและมูลค่าของชีวิตก็สูญเสียไปอย่างมิควรจักสูญเสีย รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐจักมีท่าทีต่อนโยบายในการป้องกัน รณรงค์ ให้ความรู้มิให้คุณภาพประชากรไทยที่มีชีวิตต้องสูญเสียในภาวะดังกล่าวไปอย่างรู้ถึงท่าทีที่จะตามมาในอนาคตหรือไม่

คำขวัญวันเอดส์โลกในปีนี้ พ.ศ.2562 “รวมพลังชุมชน ยุติเอดส์ : Communities make the difference” เป้าหมายหรือเจตนารมณ์ในการทำงานด้านเอดส์ทั้งต้องการให้ชุมชนได้มีบทบาทหรือเป็นพลังของประเทศในการลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ ลดจำนวนการเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ ลดการรังเกียจ การเลือกปฏิบัติจากเพศสภาพความเจ็บป่วยของผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นเป้าหมายหลักของเราท่านทั้งหลายทุกๆ คนในสังคมไทยเราในวันนี้

ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ยังคงมีตัวเลขอยู่ในสังคมไทยหรือสังคมโลกหรือไม่ ก็ต้องมองจากอดีต ปัจจุบันไปยังอนาคตข้างหน้าทั้งการบริหารจัดการประเทศของรัฐบาลที่มีความจริงใจต่อปัญหาดังกล่าว ความตระหนักของประชาชนในทุกๆ ระดับ การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังคงจะมิใช่วาทกรรมหนึ่งที่ดูเสมือนน้ำตาลที่เคลือบยาพิษไว้ วันหนึ่งเราท่านและผู้คนรอบๆ ข้างอาจจักต้องพบเห็นชีวิตคนเป็นเอดส์เสมือนวันวาน…

เฉลิมพล พลมุข

บทความก่อนหน้านี้ส่องความแซ่บของ ‘จันจิ’ อดีตนักร้องสาวหวานใจ ‘มาริโอ้’
บทความถัดไปรมว.กีฬา ‘พิพัฒน์’ ส่งไอ้หนู น.ร.ไทยล่าแชมป์เอเชีย – นัดแรกเปิดสนามซด ‘ลอดช่อง’ 18 พ.ย.