เดินหน้าชน : ศึกท้องถิ่นปี’63 โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ออกมาพูดอีกครั้งเกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขณะปฏิบัติหน้าที่ใน ครม.สัญจร เมื่อ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขึ้นกล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับในสนามกีฬาเทศบาลเมืองกาญจนบุรีว่า “ให้ใจเย็นๆ ช่วงนี้ประเทศไทยยังอันตราย ให้ทุกอย่างเสถียรก่อน เดี๋ยวก็มีเอง ผมขอเวลานี้เป็นเวลาแห่งความร่วมมือร่วมใจของกันและกัน ผมขอได้ไหม ท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน ผมขอได้ไหม ไอ้เรื่องเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกที มันจะเป็นจะตายกันให้ได้ ผมไม่เข้าใจ ประเทศไทยอันตราย ในช่วงการเปลี่ยนแปลงช่วงนี้ก็ปล่อยให้ทุกอย่างมันเซฟตี้ไปก่อน มีเสถียรภาพมากกว่านี้ เดี๋ยวมันก็เลือกเองแหละ ปีหน้าก็ได้เลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว รัฐบาลต้องมีเงินสำรองประเทศไว้ไม่อย่างนั้นปีหน้าก็มีปัญหา”

ทั้งน้ำเสียงและลีลาค่อนข้างจะมีอารมณ์พอสมควร หลังจากที่เมื่อ 31 ตุลาคมก่อนหน้านี้ นายกฯได้พูดที่ทำเนียบรัฐบาลในพิธีมอบรางวัลองค์กร อปท.ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ต่อหน้าผู้บริหารท้องถิ่นว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นในปีหน้า

ก่อนจะให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณอย่างเดียว มีเรื่องอื่นด้วย เพราะความพร้อมมันมีหลายมิติ ทั้งกฎหมาย ทั้งการเตรียมการเลือกตั้งที่ กกต.ต้องกำหนดอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรวันนี้ก็มีคนทำงานอยู่แล้ว

ทำให้ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน เตรียมทำหนังสือเชิญ รมว.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทยและ กกต.ช่วยชี้แจงรายละเอียดตามที่นายกฯบอกว่ายังไม่พร้อมจัดเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดจากอะไรกันแน่ ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้

เมื่อสรุปคำกล่าวของนายกฯ ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นในปี 2563 จะห่างจากวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ย่างเข้าสู่ปีที่ 6 พอดี

ย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 สมาชิกสภาและผู้บริหารท้องถิ่นทั้งหมดต่างหมดวาระกันทั้งหมด 7,852 แห่งทั่วประเทศ รวมตำแหน่งผู้บริหารและสมาชิก อปท. หมดวาระลง 8,410 ตำแหน่ง จากนั้นจนถึงปัจจุบันใช้การรักษาการแทน

สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในปีหน้าก็ต้องรอให้งบประมาณของปี 2563 คลอดเสียก่อน หลังจากมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระ 1 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ที่ประชุมสภาลงมติรับหลักการร่างดังกล่าวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และเตรียมประชุมพิจารณาในวาระที่ 2-3 ช่วง 8-9 มกราคม 2563 จากนั้นวุฒิสภาจะประชุมพิจารณาร่างนี้ต่อในวันที่ 20 มกราคม 2563 หากเป็นไปตามกำหนดนี้ จากนั้นอีก 1 สัปดาห์ถัดมา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะนำร่าง พ.ร.บ.
งบประมาณปี’63 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

เมื่อมีงบให้ใช้แล้ว ก็ต้องรอคณะรัฐมนตรีบรรจุวาระเพื่อลงมติประกาศในการกำหนดให้มีการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น จะมีเงื่อนไขในการกำหนดเวลาการเลือกตั้ง และแจ้งให้ กกต.ทราบ เพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้ง พร้อมกับการเตรียมงบประมาณรองรับการเลือกตั้ง อปท.แต่ละระดับ

สำหรับงบประมาณของปี 2563 นั้น คาดกันว่าน่าจะเบิกจ่ายได้ช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม 2563 และหากไม่มีสภาวะการเมืองแทรกซ้อนใดๆ ที่รัฐบาลต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ การเข้าคูหาหย่อนบัตรที่ไม่แน่ว่าจะเป็น กทม.หรือ อบจ.ก่อนน่าจะเริ่มประโคมศึกกันได้ไม่เกินกลางปีหน้า

ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจซบยาวข้ามไปถึงปีหน้า การเลือกตั้งท้องถิ่นถือเป็น “ตัวช่วย” ที่ดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าให้กลับมามีชีวิตชีวา จะเกิดการจ้างงานชั่วคราวเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่การจ้างทีมงานช่วยหาเสียง จ้างรถกระบะติดป้ายประชาสัมพันธ์ผู้สมัครวิ่งทั่วพื้นที่ ยังมีร้านทำป้ายโฆษณา รวมทั้งค่าใช้จ่ายของภาครัฐที่ต้องร่วมโหมโรงการเลือกตั้ง ทำให้เม็ดเงินเกิดการหมุนเวียน ทั้งในส่วนของผู้สมัครอีกมากมาย และหลังได้ผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว การจัดทำโครงการเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็จะไล่เรียงออกมา ช่วยในการหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเป็นอย่างดี

บทความก่อนหน้านี้ศาลอนุมัติหมายจับ 2 ผู้ต้องหา ร่วมกันพรากผู้เยาว์ฯ ด.ญ. 13 ปีโดดตึกแล้ว
บทความถัดไปส.บอลจัดมอบรางวัลปีที่3 รวม30สาขา-ดีเดย์19ธ.ค.นี้