หน้าแรก บทความ คุยกับเชฟรอนเ...

คุยกับเชฟรอนเรื่องอนุรักษ์อ่าวไทย

4.12.19 | 18:26 น.

สิ่งมีชีวิตบริเวณขาแท่นปิโตรเลียม กลางอ่าวไทย

        หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ยุคโชติช่วงชัชวาล” เมื่อมีการค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และนำก๊าซมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ไทยสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงานได้มากขึ้น ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ หมุดหมายสำคัญของยุคโชติช่วงชัชวาล คือการผลิตก๊าซธรรมชาติเชิงพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกจากแหล่ง “เอราวัณ” กลางอ่าวไทย เมื่อปี 2524 โดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 40 ปีแล้ว ที่ “เชฟรอน” ดำเนินภารกิจจัดหาพลังงานในอ่าวไทย จนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ด้วยสถิติความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่เป็นเลิศ ซึ่งเป็นผลจากมาตรฐานการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บ้านแห่งนี้ อุดมสมบูรณ์ งดงาม และคงอยู่สืบไป

จัดหาพลังงานด้วยมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลก

Advertisement

          อาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ทศวรรษของการจัดหาพลังงานในอ่าวไทย เชฟรอนให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและการปกป้องสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ทั้งการสำรวจ ติดตั้ง การเจาะ การผลิต และการกำจัดของเสียที่เกิดขึ้นหลังการผลิต มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ พร้อมด้วยระบบและมาตรการความปลอดภัยและปกป้องสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นในระดับมาตรฐานโลก ในทุกขั้นตอนการทำงาน เช่น ระบบการบริหารความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน (Operational Excellence Management System หรือ OEMS) ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Stewardship) มาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ อาทิ การติดตามคุณภาพน้ำทะเลและสัตว์ทะเลรอบแท่น เป็นประจำทุกปี เป็นต้น

การฝึกซ้อมรับมือเหตุอัคคีภัยบนแท่นปิโตรเลียม

          อาทิตย์ เน้นว่า ‘บุคลากร’ เป็นหัวใจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม โดยพนักงานของเชฟรอน รวมถึงของบริษัทผู้รับเหมา จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และมีการเตรียมพร้อมให้พนักงานมีความรู้ความสามารถในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินอยู่เสมอ มีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรอันแข็งแกร่งจากรุ่นสู่รุ่น

          “อ่าวไทยเปรียบเสมือนบ้านของเชฟรอน ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งมั่นที่จะปกป้องและรักษาอ่าวไทย ให้ยังคงงดงามสืบไป เพื่อประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง ผ่านการทำงานเพื่อจัดหาพลังงานให้ประเทศอย่างมืออาชีพ มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม”

จับมือพันธมิตรอนุรักษ์ท้องทะเลไทย 

          นอกจากการดำเนินงานสำรวจและผลิตพลังงานในอ่าวไทยอย่างมีความรับผิดชอบแล้ว เชฟรอนยังดำเนินโครงการโดยให้พนักงานร่วมกับ ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ทำกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ในหลากหลายมิติ 

        โดยตัวอย่างโครงการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลที่เชฟรอนดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ โครงการวางทุ่นจอดเรือเพื่ออนุรักษ์แนวปะการังเกาะเต่า ที่ทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 โดยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อลดการทอดสมอเรือซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการัง คืนความสมบูรณ์ และสวยงามให้ธรรมชาติ โครงการทำความสะอาดท้องทะเล ที่เชฟรอนสนับสนุนกลุ่มพนักงานของบริษัทที่เป็นนักดำน้ำ และกลุ่ม Save the Planet Associate หรือ SPA กลุ่มนักดำน้ำอิสระจากหลายสาขาอาชีพ มาร่วมกันดำน้ำลงไปตัดและเก็บเศษอวนที่ตกอยู่ตามใต้ท้องทะเลและติดอยู่ตามแนวปะการัง ทั้งในทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อฟื้นฟูป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่อ่าวไทย เพื่อเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำ ตลอดจนส่งเสริมอาชีพของชาวประมงพื้นบ้านอีกด้วย ไปจนถึงโครงการค่ายนิเวศวิทยาทางทะเลภาคฤดูร้อน อบรมความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฺฏิบัติด้านนิเวศวิทยาทางทะลเป็นเวลา 1 เดือน ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน แก่นักศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมจากทั่วประเทศ ที่จะก้าวไปเป็นนักอนุรักษ์ต่อไปในอนาคต โดยดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 27 ปี และมีเยาวชนผ่านการอบรมแล้วกว่า 800 คน

กิจกรรมวางทุ่นจอดเรือเพื่ออนุรักษ์แนวปะการังเกาะเต่า

          โครงการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยที่เชฟรอนและพันธมิตรดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั้น สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ข้อที่ 14 “Life Below Water” ที่ว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเลเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปัจจุบันทั่วโลกมีประชากรมากกว่า 3,000 ล้านคนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล มีกิจกรรมการใช้ประโยชน์ทั้งบริเวณชายฝั่งทะเลและในทะเล ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง ขณะที่ร้อยละ 30 ของปลาทะเลในโลกกำลังถูกจับขึ้นมาในอัตราที่มากเกินกว่าความสามารถที่ปลาจะแพร่พันธุ์ได้ทัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมกันสร้างแนวทางบริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ลดการสร้างมลพิษสู่ท้องทะเล และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน 

กิจกรรมปลูกป่าชายเลนโดยมีพนักงานและครอบครัวเข้าร่วม

          อาทิตย์ กล่าวว่า “เชฟรอนไม่เพียงมุ่งมั่นปฏิบัติพันธกิจจัดหาพลังงานด้วยมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมระดับโลกเท่านั้น เราต้องการที่จะมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตร ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่มุ่งเน้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยที่ผ่านมาโครงการเพื่ออนุรักษ์ทะเลไทยของเราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ที่ล้วนอยากร่วมดูแลท้องทะเลไทย เพื่อเก็บรักษาความอุดมสมบูรณ์และความสวยงาม ไว้ให้กับคนรุ่นหลัง”

ครั้งแรกกับการอนุรักษ์ทะเลไทยด้วย “ปะการังเทียมขาแท่น”

โครงการศึกษาการจัดวางปะการังเทียมจากโครงสร้างเหล็กขาแท่นจำลอง
โดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและกรมทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง

      เมื่อถามถึงการดำเนินโครงการในอนาคตเพื่ออนุรักษ์ท้องทะเลไทย อาทิตย์ เล่าว่า “โครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการและคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้คือการนำขาแท่นผลิตปิโตรเลียมไปจัดวางเป็นปะการังเทียม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศ โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เชฟรอน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นำเอาขาแท่นที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ไปวางเป็นปะการังเทียม บริเวณใกล้กับเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในอ่าวไทย ด้วยปะการังเทียมจากขาแท่นปิโตรเลียม” 

       ทั้งนี้ การจัดทำและจัดวางปะการังเทียม มีความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นอย่างมาก เพราะทำหน้าที่คล้ายแนวปะการังธรรมชาติ เป็นแหล่งอาศัย หลบภัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตนานาชนิด เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ อีกทั้งยังเป็นฐานสำหรับการลงยึดเกาะของตัวอ่อนปะการัง ช่วยฟื้นฟูความหลากหลายในท้องทะเล รวมถึงสามารถใช้ประโยชน์ในการเป็นแหล่งดำน้ำ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเล และเพิ่มทางเลือกของแหล่งดำน้ำให้นักท่องเที่ยวซึ่งมีส่วนช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับแหล่งดำน้ำที่เป็นปะการังธรรมชาติได้อีกด้วย 

ระบบนิเวศบริเวณปะการังเทียมโครงสร้างเหล็กขาแท่น

          ปัจจุบันการนำขาแท่นปิโตรเลียมที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาทำเป็นปะการังเทียม มีการดำเนินงานอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่ถือเป็นครั้งแรกสำหรับประเทศไทย และเป็นการต่อยอดครั้งสำคัญ หลังจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งศึกษาการใช้โครงสร้างเหล็กชนิดเดียวกับขาแท่นมาจัดวางเป็นปะการังเทียมในบริเวณอ่าวโฉลกหลำ เกาะพะงัน ไปเมื่อปีพ.ศ. 2556 ผ่านไป 6 ปี พบว่ามีส่วนช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างน่าพึงพอใจ มีสิ่งมีชีวิตมาอาศัยอยู่ในบริเวณปะการังเทียมโครงสร้างเหล็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนบริเวณพื้นผิวของโครงสร้างเหล็กก็มีปะการังและสิ่งเกาะติดอยู่เป็นจำนวนมาก กลายเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ ทั้งยังเป็นแนวป้องกันการทำประมงผิดกฎหมายจากเรืออวนลาก อวนรุน อย่างได้ผล สร้างประโยชน์ให้กับชาวประมงพื้นบ้านที่หาปลาบริเวณชายฝั่งอีกด้วย  

          “ท้องทะเลไทยคือสมบัติของทุกคน จึงอยากเชิญชวนให้ทุก ๆ คนช่วยกันใช้ประโยชน์จากท้องทะเลอย่างมีจิตสำนึก เพื่อให้ลูกหลานเราได้มีท้องทะเลที่สวยงาม และได้ใช้ประโยชน์ต่อไป”