ยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นภูมิคุ้มกันเป็นดีที่สุด

เศรษฐกิจโลกถดถอย อันเกิดจากเทรดวอร์ การค้าระหว่างสหรัฐกับจีน อียูก็อยู่ในภาวะที่ย่ำแย่ ทั้งปัญหาเบร็กซิทของอังกฤษ ทำให้เศรษฐกิจโลกทุกอย่างถูกกระทบหมด ประเทศไทยโดนหางเลขพลอยกระเทือน เพราะไทยจำเป็นต้องพึ่งการลงทุน การส่งออก และการท่องเที่ยว กับประเทศอเมริกา จีน ยุโรป ญี่ปุ่น

ในภาวะที่เศรษฐกิจประเทศไทยตกต่ำเช่นนี้ ก็มีผลกับทุกคนทุกอาชีพ พลอยหน้าดำคร่ำเคร่งกับภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง จนมีนักธุรกิจหลายรายรับสภาพไม่ไหว ฆ่าตัวตายยกครัว นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์บางรายกล่าวเปรียบเปรยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ เพียงแค่เผาหลอก ปีหน้า เผาจริง ถึงกับกล่าวติดตลกว่า อย่าว่าธุรกิจห้างล้มละลาย แม้แต่ขอทานยังล้มละลายเลย เพราะไม่มีเงินประมูลพื้นที่นั่งขอทานในงานวัด ฟังแล้วขำไม่ออก

หากปีหน้า อาลีบาบา จากเมืองจีน มาตั้งโกดังขายสินค้าจีนทุกอย่างในไทย ในราคาถูกส่งถึงลูกค้าทั่วประเทศ ธุรกิจไทยเตรียมตัวเจ๊งกันเป็นระนาวได้ ดังนั้นปีหน้าในอีกไม่กี่วันจะถึงนี้ เห็นจะมีการเผาจริงตามที่กล่าวไว้ เศรษฐกิจไทยก็คงจะฟุบไม่อาจเงยหัวผงาดขึ้นมาได้ จนนักวิชาการพูดแกมประชดว่าปีหน้าจะเป็นปีแห่งการลอยอังคารของประเทศไทย

บริษัท ห้างร้าน กระทั่งร้านสะดวกซื้อชื่อดังเริ่มเลย์ออฟพนักงาน เป็นพันๆ คน โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งเริ่มลดเวลาการทำงาน ลดพนักงานลง เพื่อประคองตัวให้อยู่รอด และหลายแห่งพากันทยอยปิดตัวลง ทำให้ผู้ใช้แรงงานหลายหมื่นคนถูกเลิกจ้าง ตกงาน นี่ยังไม่รวมจำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาทั้งปีนี้ และบัณฑิตทั้งปี เก่ารวมกันแล้ว ราว 5 แสนคน ที่ยังไม่มีงานทำ

ประเทศไทยยังโชคดี ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่พสกนิกร เอาไว้ เป็นภูมิคุ้มกันและรักษาอาการป่วยจากเศรษฐกิจทำพิษ ให้สามารถประคับประคองอยู่ได้อย่างไม่ฝืดเคืองนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ใช้แรงงานที่ถูกเลิกจ้าง ได้กลับไปใช้ชีวิตทำงานในไร่นาสวน ด้วยการทำไร่นาสวนผสมผสาน ปลูกพืชผักสวนครัวหลายอย่าง รวมทั้งเลี้ยงปลา เป็ด ไก่ ฯลฯ มีรายได้จากการขายผลิตผลหมุนเวียนไม่ขาดมือ ในตลาดทุกวัน

ส่วนธุรกิจการค้า ทำกิจการพอประมาณ ตั้งอยู่บนหลักการและเหตุผลในทางวิชาการ ปฏิบัติตามกฎหมาย ประเพณี มีธรรมาภิบาล รวมทั้งมีภูมิคุ้มกันในการทำธุรกิจ เช่นมีเงินออมเป็นทุน มีประกันความเสี่ยง เป็นต้น ก็สามารถอยู่รอดยืนหยัดทำธุรกิจการค้าต่อไปได้

ประชาชนทั่วไป ด้วยการปฏิบัติตนไม่สุดโต่ง อยู่อย่างพอเพียง ไม่แข่งฐานะกับใคร เช่น ประหยัดด้วยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดการท่องเที่ยว ลดการเข้าบาร์ เที่ยวผับ ลดการเดินห้าง ช้อปปิ้งข้าวของที่เป็นการฟุ่มเฟือยน้อยลง และงานเลี้ยงสังสรรค์ต้องถอยห่างออกมา พิจารณาไปงานเฉพาะสังสรรค์ที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น และเลิกเล่นการพนัน

ถ้าไม่จำเป็นต้องออกไปไหนมาไหน การอยู่ที่บ้านเป็นการดีที่สุด เป็นการช่วยประหยัดรายจ่าย งดการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ทำอาหารกินกันเองในบ้าน จะได้ไม่สิ้นเปลือง และไม่กินทิ้งกินขว้าง อาหารใดเหลืออุ่นเก็บไว้กินในมื้ออื่น ประหยัดน้ำ ไฟ มีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย จะช่วยให้การใช้จ่ายของตนและครอบครัวอยู่ในภาวะสมดุล รายจ่ายไม่ติดลบ จนเป็นหนี้คนอื่น

การซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้ซื้อใช้เท่าที่จำเป็น และไม่จำเป็นต้องแบรนด์เนม นาฬิกาไม่ว่าจะราคาเรือนละ 500-800 บาท หรือเรือนละ 3,000 บาท ต่างก็บอกเวลาเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะถือกระเป๋าใบละ 100-200 บาท หรือใบละ 2,000 บาท จำนวนเงินในกระเป๋าสตางค์ก็ยังมีค่าเท่าเดิม รองเท้าคู่ละ 200-400 บาท หรือคู่ละ 3,000 บาท ก็สามารถพาเราเดินไปถึงจุดหมายได้เช่นกัน

สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ก็คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการหมั่นออกกำลังทุกวัน ให้ร่างกายฟิตสมบูรณ์ เป็นการช่วยประหยัดค่ายา ค่ารักษา พยายามรับประทานอาหารมีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ทุกวัน โดยยึดหลักต้องรับประทานอาหารเป็นยา อย่ารับประทานยาเป็นอาหาร

การทำสวนครัวในบ้าน ถือเป็นการออกกำลังกายทางหนึ่ง ช่วยให้แม่บ้าน พ่อบ้าน ที่เกษียณงานอยู่บ้าน และผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวยกแปลงปลูกพืชผักสวนครัว หากไม่มีพื้นที่ยกแปลงผัก ก็ปลูกในกระถาง กะละมัง ฯลฯ ตั้งไว้ริมรั่วบ้าน หรือบนรั่วกำแพง งานสวนครัวจะช่วยให้ไม่เครียด ไม่เหงา และยังได้ผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทาน เป็นการช่วยลดรายจ่ายอีกทางหนึ่ง

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่เขียนบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9-10-11 รัฐบาลควรนำมาขับเคลื่อนอย่างจริงจังให้เกิดมรรคผล และกระทำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งต้องกระจายความรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าสู่ชุมชนระดับรากหญ้าในท้องถิ่นชนบท ทุกหมู่บ้าน ตำบล ให้ทั่วถึง ต้องหาวิธีการในการปลูกฝังหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปในสายเลือดของคนไทยทุกคน เพราะทุกคนเป็นฐานรากที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศรุ่งเรืองและมั่นคง

โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน จะเป็นตัวจักรกลสำคัญในการกระตุ้นให้ชาวบ้านนำไปใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ดังนั้น การพิจารณาการประกวดรางวัลชนะเลิศ ในการคัดเลือกนายอำเภอแหวนเพชร ปลัดอำเภอแหวนทองคำ กำนันดีเด่น ผู้ใหญ่บ้านดีเด่น หมู่บ้านดีเด่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นดีเด่น (อปท.) ของกระทรวงมหาดไทย ควรเพิ่มหัวข้อของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เข้าอยู่ในหลักเกณฑ์ของการประเมินตัดสินค้วย เพื่อให้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้มีการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 9-10-1 และนำไปใช้ปฏิบัติอย่างจริงจัง ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะช่วยให้คนมีหลักการ มีความรู้ ในการสร้างตน ประกอบอาชีพ มีงานทำ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว เมื่อประชาชนทุกคนมีรายได้ ก็จะช่วยลดคนให้พ้นความยากจน ที่มีอยู่จำนวน 14 ล้านคน ให้น้อยลงไป หรือหมดไปจากประเทศไทยภายในไม่กี่ปี และสามารถเป็นจริงได้เหมือนดังประเทศจีน ประสบความสำเร็จในการช่วยประชากรกว่า 80 ล้านคน ให้พ้นสภาพความยากจน ส่วนคนจนที่ยังเหลืออยู่ ก็จะทำให้หมดสิ้นไปจากประเทศจีนภายใน 2 ปีข้างหน้านี้

รัฐบาลไม่จำเป็นต้องส่งข้าราชการไปศึกษาดูงานถึงที่ประเทศจีน ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นี้แหละ มาช่วยแก้ความยากจนของคนไทยได้อย่างวิเศษ โดยรัฐบาลจะได้ไม่ต้องแบกภาระในการจ่ายสวัสดิการแห่งรัฐแก่คนจนอีกต่อไป รัฐจะได้มีเงินจากส่วนนี้นำไปพัฒนาประเทศด้านอื่นๆ

ผดุง จิตเจือจุน
วุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดสมุทรปราการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อนุสรณ์’ อัด ‘พปชร.’ อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ ชี้ ปชช.รู้ ‘คว่ำตั้ง กมธ.ม.44’ ใครได้ประโยชน์
บทความถัดไปกระหึ่ม! ‘ธีราทร’ ตะบันตุงส่งท้ายคนไทยรายแรกคว้าแชมป์บอลเจลีก (คลิป)