หน้าแรก บทความ เลือกตั้งอังก...

เลือกตั้งอังกฤษ พรรคอนุรักษนิยมชนะขาดลอย

18.12.19 | 13:00 น.

การเลือกตั้งที่กำหนดชะตาสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พรรคอนุรักษนิยมชนะขาดลอย ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา

การที่บอริส จอห์นสัน ผู้ซึ่งถูกขนานนามว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ เวอร์ชั่นอังกฤษ” ได้นำพรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้ง ในขณะที่พรรคแรงงานพ่ายแพ้หมดรูปนั้น

ถือเป็นชัยชนะของพรรคอนุรักษนิยมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 32 ปี

การชนะเลือกตั้งของพรรคอนุรักษนิยม อุปมาเหมือนกับสึนามิการเมือง อันเป็นเหตุให้พรรคแรงงานต้องพ่ายแพ้ในภาคกลางและเหนือซึ่งเคยเป็นเจ้าของพื้นที่มาแต่เก่าก่อน

ชัยชนะของพรรคอนุรักษนิยม ถือว่าเป็นการขจัดขวากหนาม เพื่อปูทางไปทำงานการแยกตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปีหน้า

Advertisement

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นในเชิงสัญลักษณ์ว่า ลัทธิประชานิยมฝ่ายขวากำลังเจริญรุ่งเรือง
หากย้อนมองอดีตเมื่อ 3 ปีครึ่งที่ผันผ่าน มีเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และเริ่มมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดี

1. สงครามการค้าจีน-สหรัฐ ได้เกิดขึ้นยาวนานและยือเยื้อถึง 1 ปีครึ่งนั้น บัดนี้เริ่มเห็นแสงรำไร ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ประกาศเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ว่า จีน-สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้น ประเทศจีนตกลงยินยอมสั่งซื้อสินค้าเกษตรขนาดใหญ่จากสหรัฐ ในขณะที่สหรัฐยินดียกเลิกการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็นจำนวน 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเริ่มมีผลบังคับกลางเดือนธันวาคม ส่วนสินค้าที่ได้เรียกเก็บเพิ่มไปก่อนหน้าแล้วก็จะลดลงบางส่วนตามควร

2.ปัญหาการแยกตัว (เบร็กซิท) ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร ได้ยืดเยื้อเป็นเวลาถึง 3 ปีครึ่งนั้น บัดนี้ก็ได้เริ่มเห็นแรงรำไร ในเมื่อพรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้ง มาตรการใหม่ในการแยกตัวของ “บอริส จอห์นสัน” ก็คงจะผ่านมติของสภาได้สะดวก ดังนั้น จึงคาดว่าธุรกรรมการ “เบร็กซิท” น่าจะสำเร็จตามกำหนดคือ วันที่ 31 มกราคม 2020

ในทางตรรกะ หากปัญหาเบร็กซิทของสหราชอาณาจักร และความขัดแย้งทางการค้าจีน-สหรัฐ ได้สิ้นภาวะ deadlock อาจช่วยลดปัญหาความคลุมเครือทางเศรษฐกิจของโลก

ในความเป็นจริงเศรษฐกิจโลกสามารถพัฒนาในปี 2020 ได้หรือไม่ ยังยากที่คาดเดา เพราะ
1.ความขัดแย้งทางการค้าจีน-สหรัฐยังไม่ยุติเด็ดขาด
2.หาก “เบร็กซิท” สำเร็จ จะมีผลดีต่อเศรษฐกิจโลกหรือไม่เพียงใดก็คงยากแก่การอนุมาน เพราะว่าสหราชอาณาจักรยังต้องเจรจาทางด้านการค้ากับสหภาพยุโรปและสหรัฐอีกด้วย

สรุป การแยกตัวออกจากสหภาพยุโปของสหราชอาณาจักรนั้น คือ The beginning of the end !

เมื่อเปรียบเทียบผลการเลือกตั้งสหราชอาณาจักรระหว่างปัจจุบันกับอดีต ปรากฏว่า
1 หลังจากสมัยมาร์กาเรต แทตเชอร์ นำพรรคอนุรักษนิยมชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายเมื่อปี 1987 ครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งแรก

1 ตั้งแต่ปี 1935 ความพ่ายแพ้ของพรรคแรงงาน ถือเป็นความพ่ายแพ้ที่ย่อยยับครั้งแรก

ทั้งนี้ เป็นการอันเกิดจากปัญหามาตรการเลือกตั้งของพรรคการเมือง และความขัดแย้งทางสังคมที่ลงรากหยั่งลึก สองพฤติกรรมพฤติเหตุ เจือสมกันจนเกิดภาวะ “การเมืองสึนามิ”

ประเด็นปัญหา “เบร็กซิท” ได้ยึดเยื้อเป็นเวลายาวนาน คนอังกฤษจำนวนไม่น้อยเกิดความเบื่อหน่าย จึงหวังให้งานนี้มีความสำเร็จโดยเร็ว

บอริส จอห์นสัน ได้อาศัยกระแสสังคมชูธง “Get Brexit Done” เป็นสโลแกนในหาเสียงเลือกตั้ง จึงได้คะแนนจากผู้ใช้สิทธิที่สนับสนุน “เบร็กซิท” อีกทั้งได้รับความร่วมมือจากพรรคเบร็กซิท จึงได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น

ส่วนนโยบายเบร็กซิทของพรรคแรงงาน มีความคลุมเครือ จึงไม่เป็นที่ยอมรับ อีกประการ 1 ภายในพรรคแรงงาน ก็แบ่งเป็นหลายมุ้ง เลือดต่างกลุ่ม กระดูกต่างเบอร์

ความพ่ายแพ้ของพรรคแรงงานมีประเด็น 1 ที่น่าเป็นกรณีศึกษา

1 พื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางที่พรรคแรงงานเป็นเจ้าของมาเป็นเวลานาน ซึ่งไม่เคยพ่ายแพ้แก่พรรคอนุรักษนิยมมาก่อน คราวนี้ก็ต้องแพ้ ประเพณีของคนอังกฤษในแถบนี้ถือกันว่า ทหารแพ้ย่อมถือเสมือนภูเขาถล่มฉันนั้นแล

1 ไม่ว่าภาคเหนือ ไม่ว่าภาคกลาง ตั้งแต่กาลอดีตล้วนเป็นเขตอุตสาหกรม และล้วนเป็นฐานเสียงของพรรคแรงงาน ในยามที่อุตสาหกรรมซบเซาทั่วโลก ผู้ใช้สิทธิในพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบ พรรคแรงงานไม่สามารถเสนอมาตรการฝ่ายซ้ายเข้าช่วยเหลือ จึงมี ผู้ใช้สิทธิจำนวนไม่น้อยกลับใจไปกับลัทธิประชานิยมฝ่ายขวา

ย้อนมองปี 2016 การทำประชามติเกี่ยวกับ “เบร็กซิท”แม้เวลาผ่านไป 3 ปี คนอังกฤษที่สนับสนุนยังอยู่อย่างเหนียวแน่นไม่แปรเปลี่ยน

ลัทธิประชาชานิยมฝ่ายขวายังช่วยทำลายฐานเสียงของพรรคแรงงานได้อีกด้วย

ปี 2016 สหราชอาณาจักรลงมติหยั่งเสียงการแยกตัว (เบร็กซิท)ออกจากสหภาพยุโรป ในปีเดียวกัน “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ผลการลงคะแนนทั้ง 2 เรื่อง คือ

สัญลักษณ์แห่งลัทธิประชานิยมฝ่ายขวาของสหรัฐและสหราชอาณาจักรกำลังเบ่งบาน

หากพินิจผลการลงประชามติเกี่ยวกับเบร็กซิท ดูประหนึ่งว่า เป็นการประกาศในเชิงสัญลักษณ์ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องได้รับเลือก

หากพิเคราะห์ผลการเลือกตั้งสหราชอาณาจักรในครั้งนี้ น่าจะเป็นการสะท้อนถึงลัทธิประชานิยมกำลังรุ่ง การเลือกตั้งปีหน้าจะเกิดปรากฏการณ์เฉกเช่นปี 2016 หรือไม่ เป็นเรื่องน่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ และบอริส จอห์นสัน เป็นคนสไตล์เดียวกัน คนที่ไม่ชอบก็ว่า ทั้ง 2 เป็นคนคุยโม้โอ้อวด แต่คนที่นิยมก็ว่า เป็นคนกล้าพูดกล้าทำ

การเลือกตั้งสหรัฐครั้งที่แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ ชูวลี Make America Great Again! เป็นสโลแกนในการหาเสียง คือ 1 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ชนะการเลือก ภากลางและตะวันตกของสหรัฐ เช่น เมืองสนิมเกาะ (Rust Belt) ในย่านอุตสาหกรรมรัฐมิชิแกน เพนซิลเวเนีย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่สามารถทำลายฐานเสียงของพรรคเดโมแครต เสมอกับพรรคอนุรักษนิยมที่ทำลายฐานเสียงพรรคแรงงานในการเลือกตั้งสหราชอาณาจักรครั้งนี้

แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะมองว่าบอริส จอห์นสัน คือ like minded people

แต่ผลเลือกตั้งสหราชอาณาจักรครั้งนี้ มิได้หมายความว่า ทรัมป์จะต้องชนะเลือกตั้งปีหน้า

แต่อย่างน้อยก็เป็น “ยาบำรุงหัวใจ” ให้แก่ทรัมป์

ในความเป็นจริง การที่พรรคอนุรักษนิยมชนะเลือกตั้งย่อมหมายถึงเป็นการปูทางสู่ Brexit

แม้ว่าบอริส จอห์นสัน มีสิทธิกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของพรรคอนุรักษนิยมหลังสมัย “มาร์กาเรต แทตเชอร์” แต่ก็ต้องประสบปัญหาการเรียกร้องความเป็นเอกราชของสกอตแลนด์

ความแตกแยกในสหราชอาณาจักร อาจร้อนแรงมากขึ้น